Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2532 (เลขอ้างอิง 60067)

พ.ศ. 2532 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า จำเลยทั้งสองฎีกา คดีมีทางชนะ โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อนหมายเหตุ โจทก์แถลงคัดค้าน (อันดับ 168)โจทก์ฟ้องและแก้ไขเพิ่มเติมฟ้องขอให้ศาลพิพากษาให้จำเลยทั้งสองรื้อสิ่งก่อสร้าง เช่น คานทั้งสี่ชั้นที่จำเลยทั้งสองสร้างเชื่อมกับคานและเสาของตัวตึกแถวเลขที่ 1110 ของโจทก์ และรื้อสิ่งก่อสร้าง (ผนังตึก) ที่จำเลยทั้งสองได้สร้างปิดบังทางลมแสงสว่าง และปิดกั้นทางหนีไฟของตึกแถว เลขที่ 1110 ของโจทก์ออกไป หากจำเลยทั้งสองไม่ยอมรื้อถอนให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าสินไหมทดแทนจำนวน 300,000 บาท และอีกเดือนละ 12,000 บาท นับตั้งแต่เดือนที่ฟ้องเป็นต้นไป จนกว่าจำเลยทั้งสองจะปฏิบัติตามคำพิพากษาของศาลเสร็จให้แก่โจทก์ จำเลยทั้งสองยื่นคำให้การและฟ้องแย้งศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างเช่น คาน และกำแพงผนังตึกที่จำเลยทั้งสองร่วมกันสร้างยื่นไปเชื่อมกับตึกแถวเลขที่ 1110 ของโจทก์ตลอดทั้งสี่ชั้น หากจำเลยทั้งสองไม่ยอมรื้อให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้โจทก์จำนวน 10,000 บาท และอีกเดือนละ 100 บาท นับตั้งแต่เดือนตุลาคม 2527 เป็นต้นไป จนกว่าจำเลยทั้งสองจะรื้อถอนสิ่งก่อสร้างดังกล่าวออกไปยกฟ้องแย้งของจำเลยศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่โจทก์จำนวน 150,000 บาท และเดือนต่อไปเดือนละ 4,000 บาท นับแต่เดือนตุลาคม 2527 เป็นต้นไปจนกว่าจำเลยทั้งสองจะรื้อถอนสิ่งก่อสร้าง นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจำเลยทั้งสองฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 160,158)อนึ่ง ในระหว่างอุทธรณ์ จำเลยที่ 1 ได้นำเงินสดจำนวน14,400 บาท มาวางเป็นประกันค่าเสียหายที่จะต้องชำระตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น (อันดับ 144,145)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว ถ้าจำเลยทั้งสองหรือคนหนึ่งคนใด หาประกันสำหรับจำนวนเงินที่จะต้องชำระตามคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์จำนวน 150,000 บาท และอีกเดือนละ 5,000 บาท นับแต่เดือนตุลาคม 2527 เป็นต้นไปจนถึงวันทราบคำสั่งนี้ มาให้จนเป็นที่พอใจและภายในเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนด ก็อนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ในระหว่างฎีกา มิฉะนั้นให้ยกคำร้อง

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 2381/2532นายสวัสดิ์ โลกุตรพลโจทก์นายธงชัย ลักษมีอรุโณทัย กับพวกจำเลยนายไพบูลย์ กมลเชษฐ์ ทนายจำเลยทั้งสองผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.พ. ม. 231ความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยทั้งสองฎีกา คดีมีทางชนะ โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อนหมายเหตุ โจทก์แถลงคัดค้าน (อันดับ 168)โจทก์ฟ้องและแก้ไขเพิ่มเติมฟ้องขอให้ศาลพิพากษาให้จำเลยทั้งสองรื้อสิ่งก่อสร้าง เช่น คานทั้งสี่ชั้นที่จำเลยทั้งสองสร้างเชื่อมกับคานและเสาของตัวตึกแถวเลขที่ 1110 ของโจทก์ และรื้อสิ่งก่อสร้าง (ผนังตึก) ที่จำเลยทั้งสองได้สร้างปิดบังทางลมแสงสว่าง และปิดกั้นทางหนีไฟของตึกแถว เลขที่ 1110 ของโจทก์ออกไป หากจำเลยทั้งสองไม่ยอมรื้อถอนให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าสินไหมทดแทนจำนวน 300,000 บาท และอีกเดือนละ 12,000 บาท นับตั้งแต่เดือนที่ฟ้องเป็นต้นไป จนกว่าจำเลยทั้งสองจะปฏิบัติตามคำพิพากษาของศาลเสร็จให้แก่โจทก์ จำเลยทั้งสองยื่นคำให้การและฟ้องแย้งศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างเช่น

คาน และกำแพงผนังตึกที่จำเลยทั้งสองร่วมกันสร้างยื่นไปเชื่อมกับตึกแถวเลขที่ 1110 ของโจทก์ตลอดทั้งสี่ชั้น หากจำเลยทั้งสองไม่ยอมรื้อให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้โจทก์จำนวน 10,000 บาท และอีกเดือนละ 100 บาท นับตั้งแต่เดือนตุลาคม 2527 เป็นต้นไป จนกว่าจำเลยทั้งสองจะรื้อถอนสิ่งก่อสร้างดังกล่าวออกไปยกฟ้องแย้งของจำเลยศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่โจทก์จำนวน 150,000 บาท และเดือนต่อไปเดือนละ 4,000 บาท นับแต่เดือนตุลาคม 2527 เป็นต้นไปจนกว่าจำเลยทั้งสองจะรื้อถอนสิ่งก่อสร้าง นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจำเลยทั้งสองฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 160,158)

อนึ่ง ในระหว่างอุทธรณ์ จำเลยที่ 1 ได้นำเงินสดจำนวน14,400 บาท มาวางเป็นประกันค่าเสียหายที่จะต้องชำระตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น (อันดับ 144,145)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว ถ้าจำเลยทั้งสองหรือคนหนึ่งคนใด หาประกันสำหรับจำนวนเงินที่จะต้องชำระตามคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์จำนวน 150,000 บาท และอีกเดือนละ 5,000 บาท นับแต่เดือนตุลาคม 2527 เป็นต้นไปจนถึงวันทราบคำสั่งนี้ มาให้จนเป็นที่พอใจและภายในเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนด ก็อนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ในระหว่างฎีกา มิฉะนั้นให้ยกคำร้อง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
มงคล เปาอินทร์ · ครีภูมิ สุวรรณโรจน์ · มานิตย์ จิตต์จันทร์กลับ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2559 (เลขอ้างอิง 599340)

เมื่อศาลแรงงานกลางมีคำสั่งอนุญาตให้จำเลยเลิกจ้างโจทก์ทั้งสองโดยอาศัยอำนาจตามมาตรา 52 แห่ง พ.ร.บ.แรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 การที่จำเลยเลิกจ้างโจทก์ทั้งสองจึงเป็นการปฏิบัติตามกฎหมายและคำพิพากษาของศาลแรงงา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3274/2559

โจทก์เป็นเจ้าหนี้ของจำเลยตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นและเป็นผู้ขอให้เจ้าพนักงานบังคับคดีอายัดเงินฝากธนาคารของจำเลย การที่จำเลยได้หาประกันมาให้สำหรับเงินจำนวนพอชำระหนี้ตามคำพิพากษาตาม ป.วิ.พ. มาตรา 231 วรรคส…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2676/2559

คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 2 เกี่ยวกับเรื่องการขอขยายเวลาหาประกันมาวางตามเงื่อนไขที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 อนุญาตให้มีการทุเลาการบังคับไว้ในระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ภาค 2 นั้น เป็นเรื่องต่อเนื่องกับการขอทุเ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6798/2558

ป.วิ.พ. กำหนดให้การขอทุเลาการบังคับอยู่ในอำนาจของศาลเป็นชั้นๆ ไป การขอทุเลาการบังคับในระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ภาค 2 จึงเป็นเรื่องที่อยู่ในอำนาจของศาลอุทธรณ์ภาค 2 โดยเฉพาะ ทั้งศาลอุทธรณ์ภาค 2 จะอ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 18532/2555

ศาลอุทธรณ์ภาค 3 มีคำสั่งให้จำเลยนำค่าเสียหายที่ต้องชำระให้แก่โจทก์ทั้งห้าตามคำพิพากษามาวางศาลนั้น มีความหมายชัดแจ้งอยู่ในตัวแล้วว่า ให้จำเลยนำเงินค่าเสียหายมาวางต่อศาล การที่จำเลยนำสลากออมสินพิเศษซึ่ง…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้