Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 601/2533

พ.ศ. 2533 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่า การที่โจทก์ซึ่งเป็นลูกจ้างจำเลยตอกบัตรลงเวลาทำงานแล้วมิได้อยู่ปฏิบัติงานนั้น มิได้กระทำโดยส่อเจตนาทุจริต และไม่เป็นการฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการปฏิบัติงานของจำเลยในกรณีร้ายแรง ดังนี้ การที่จำเลยอุทธรณ์ว่าโจทก์ตอกบัตรลงเวลาทำงาน และไม่อยู่ปฏิบัติงาน แต่ลงชื่อในช่องเลิกงานเพื่อให้บุคคลอื่นตอกบัตรลงเวลาให้แทน การอ้างว่าป่วยก็ไม่อาจรับฟังได้และที่จำเลยอุทธรณ์โต้แย้งคำวินิจฉัยของศาลแรงงานกลางว่าหากพนักงานของจำเลยกระทำอย่างโจทก์แล้วไม่ผิด จำเลยอาจได้รับความเสียหาย และที่ว่าวันรุ่งขึ้นโจทก์ไปพบผู้จัดการและรองผู้จัดการเพื่อขอเปลี่ยนวันดังกล่าวเป็นวันหยุดนั้น ความจริงแล้วโจทก์ถูกผู้จัดการและรองผู้จัดการเรียกไปพบเพื่อสอบถามถึงเหตุที่ไม่มาทำงาน การกระทำของโจทก์เป็นการกระทำโดยทุจริตและเป็นความผิดร้ายแรง ดังนี้เป็นการอุทธรณ์โต้แย้งข้อเท็จจริงที่ศาลแรงงานกลางรับฟังมาเป็นอุทธรณ์ในข้อเท็จจริงต้องห้าม ตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานฯ มาตรา 54.

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 54

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยจ้างโจทก์เป็นลูกจ้างประจำ จำเลยเลิกจ้างโจทก์ โดยไม่บอกกล่าวล่วงหน้า และโดยที่โจทก์มิได้กระทำความผิดโจทก์มีสิทธิได้รับค่าชดเชยเป็นเงิน 12,000 บาท และมีสิทธิได้รับสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า 49 วัน เป็นเงิน 6,533 บาท แต่จำเลยไม่จ่ายให้แก่โจทก์ ขอให้บังคับจำเลยจ่ายค่าชดเชยเป็นเงิน 12,000บาท และสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าเป็นเงิน 6,533 บาทแก่โจทก์จำเลยให้การว่า จำเลยมีอาชีพจำหน่ายสุรา อาหาร และบริการด้านอื่น ๆ โดยมีโจทก์เป็นลูกจ้างตำแหน่งหัวหน้าบาร์เหล้าโจทก์ปฏิบัติงานบกพร่องหลายครั้ง ซึ่งจำเลยตักเตือนโจทก์เป็นหนังสือมาแล้วสองครั้ง แต่ต่อมา โจทก์ตอกบัตรลงเวลาเข้าทำงานแล้วแต่มิได้เข้าปฏิบัติงาน เป็นการทุจริตต่อจำเลยเพราะจำเลยจะต้องนำหลักฐานการลงเวลาทำงานในบัตรลงเวลาไปคิดคำนวณค่าจ้างค่าล่วงเวลาให้แก่โจทก์ และเป็นการฝ่าฝืนระเบียบหรือคำสั่งในการปฏิบัติงานของจำเลยอันเป็นความผิดอย่างร้ายแรง

จำเลยจึงเลิกจ้างโจทก์ได้โดยไม่ต้องบอกกล่าวล่วงหน้าและไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยวันนัดพิจารณา ศาลสอบถามจำเลย จำเลยแถลงว่าจำเลยมีคำสั่งให้โจทก์ออกจากงานเพราะเหตุทุจริตตอกบัตรลงเวลาทำงานเพียงอย่างเดียว โดยไม่ได้อ้างเหตุเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่บกพร่องและจำเลยได้เตือนเป็นหนังสือไว้ ศาลแรงงานกลางจึงกำหนดประเด็นข้อพิพาทไว้ว่า โจทก์กระทำทุจริตโดยการตอกบัตรลงเวลาทำงานแล้วไม่เข้าปฏิบัติงาน ซึ่งเป็นการฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการปฏิบัติงานของจำเลยในกรณีร้ายแรงหรือไม่ และค่าชดเชยกับสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าของโจทก์มีเพียงใดศาลแรงงานกลางพิจารณาแล้ววินิจฉัยว่า การที่โจทก์ไปที่ทำงานตอกบัตรลงเวลาทำงานเมื่อวันที่ 10 กันยายน 2532 เวลา18 นาฬิกาเศษ แล้วมิได้อยู่ปฏิบัติหน้าที่ โดยออกจากที่ทำงานไปและมิได้กลับเข้าไปที่ทำงานอีก

มิใช่เป็นการกระทำที่ส่อเจตนาทุจริตเพราะโจทก์ตอกบัตรลงเวลาเข้าทำงานตามความจริง และเมื่อโจทก์มิได้อยู่ปฏิบัติหน้าที่ โจทก์ก็มิได้มาตอกบัตรลงเวลาเลิกงานและยังได้ความว่า วันรุ่งขึ้นเมื่อโจทก์ไปทำงาน โจทก์ก็ได้ไปพบนายชัยศักดิ์ โกศินานนท์ และนายปฐม รตานนท์ ซึ่งเป็นผู้จัดการและรองผู้จัดการของจำเลย เพื่อขอเปลี่ยนวันที่ 10 กันยายน 2532เป็นวันหยุดของโจทก์แทน โดยอ้างว่าวันที่ 10 กันยายน 2532โจทก์ป่วยย่อมเล็งเห็นว่า โจทก์มิได้ประสงค์ที่จะเอาค่าจ้างจากจำเลยในวันที่โจทก์มิได้อยู่ปฏิบัติหน้าที่ แม้จำเลยจะไม่เชื่อว่าโจทก์ป่วย และไม่อนุญาตให้โจทก์ลาป่วยก็เป็นเพียงการขาดงานโดยที่โจทก์ไม่มีสิทธิได้รับค่าจ้างในวันดังกล่าว และการกระทำของโจทก์ไม่เป็นการฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการปฏิบัติงานของจำเลยในกรณีร้ายแรง

เมื่อจำเลยเลิกจ้างโจทก์ต้องจ่ายค่าชดเชยและสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าแก่โจทก์ พิพากษาให้จำเลยจ่ายค่าชดเชยให้เป็นเงิน 12,000 บาท และสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าเป็นเงิน 6,533 บาทแก่โจทก์จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกาศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า "

คำพิพากษาศาลล่าง

จำเลยอุทธรณ์สรุปได้ว่าเมื่อวันที่ 10 กันยายน 2532 โจทก์มาทำงานตอกบัตรลงเวลาทำงานแล้วเข้าทำงานเพียงครึ่งชั่วโมงก็ออกจากที่ทำงานไป และโจทก์ยังได้เซ็นชื่อในช่องเลิกงานของวันที่ 11 วันรุ่งขึ้นด้านท้าย เพื่อให้บุคคลอื่นตอกบัตรลงเวลาเลิกงานแทนโจทก์เพื่อให้เข้าใจว่าโจทก์มาทำงานตามปกติ และข้ออ้างของโจทก์ที่ว่าโจทก์ไม่เข้าทำงานหลังจากตอกบัตรลงเวลาทำงานแล้วเพราะโจทก์ป่วยก็ไม่อาจรับฟังได้เพราะในทางปฏิบัติแล้วเมื่อโจทก์ป่วยโจทก์มีหน้าที่ต้องรายงานให้ผู้บังคับบัญชาคือนายปฐม รตานนท์ ทราบในวันนั้นว่าโจทก์ป่วย เพื่อขอเปลี่ยนวันดังกล่าวเป็นวันหยุดแทน แต่โจทก์หาได้ทำเช่นนั้นไม่และการที่ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่า การกระทำของโจทก์เป็นเพียงขาดงานโดยที่โจทก์ไม่มีสิทธิได้รับค่าจ้างในวันดังกล่าวนั้นหากเป็นเช่นนี้พนักงานของจำเลยคนหนึ่งคนใดหรือหลายคนกระทำอย่างโจทก์แล้วเห็นว่าเป็นสิ่งไม่ผิด

จำเลยอาจได้รับความเสียหายอย่างมาก และที่ศาลแรงงานกลางฟังว่า วันรุ่งขึ้นโจทก์ไปพบนายชัยศักดิ์ โกศินานนท์ ผู้จัดการ และนายปฐม รตานนท์ รองผู้จัดการเพื่อขอเปลี่ยนวันที่ 10 กันยายน 2532 เป็นวันหยุดแทน ซึ่งความจริงแล้วโจทก์ถูกเรียกไปพบนายชัยศักดิ์และนายปฐม เพื่อสอบถามเหตุใดจึงไม่มาทำงาน แต่โจทก์กลับพูดจาบ่ายเบี่ยงและขอเปลี่ยนวันดังกล่าวเป็นวันหยุดแทน ซึ่งการกระทำดังกล่าวของโจทก์ตั้งแต่ต้นถือได้ว่าโจทก์กระทำโดยทุจริตและเป็นความผิดร้ายแรงฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับของจำเลยตามมาตรา 47(1) (3) แห่งกฎหมายคุ้มครองแรงงานจำเลยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยและสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าแก่โจทก์พิเคราะห์แล้วเห็นว่า ข้อเท็จจริงต่าง

ๆ ตามที่จำเลยยกขึ้นเป็นข้ออุทธรณ์นั้น ล้วนเป็นข้อที่โต้แย้งข้อเท็จจริงที่ศาลแรงงานกลางรับฟังมาแล้วข้างต้น เพื่อนำไปสู่ข้อกฎหมายที่ว่าการกระทำของโจทก์เป็นการฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการปฏิบัติงานของจำเลยในกรณีร้ายแรง จึงเป็นอุทธรณ์ในข้อเท็จจริงต้องห้ามตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงานพ.ศ. 2522 มาตรา 54 ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายกอุทธรณ์ของจำเลย.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ศักดา โมกขมรรคกุล · อุดม เฟื่องฟุ้ง · ปรีชา ธนานันท์
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6067/2567

แม้คดีนี้จำเลยจะให้การต่อสู้เรื่องอำนาจฟ้องไว้ในคำให้การเพียงประการเดียวว่า โจทก์ยื่นคำฟ้องเกินระยะเวลาที่ พ.ร.บ.เงินทดแทน พ.ศ. 2537 กำหนดไว้ โดยมิได้ให้การต่อสู้ไว้ด้วยว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องเนื่องจา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 757/2567

เงินทดแทนค่าบริการทางการแพทย์ที่โจทก์เรียกร้องจากจำเลยที่ 1 เป็นหนี้เงินอย่างหนึ่ง จำเลยที่ 1 จึงต้องรับผิดชำระดอกเบี้ยในระหว่างผิดนัดให้แก่โจทก์ ซึ่งตาม ป.พ.พ. มาตรา 204 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "ถ้าหนี้…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3529/2565

การนำบทบัญญัติแห่งกฎหมายใดมาใช้บังคับแก่คดี เป็นปัญหาข้อกฎหมายสำคัญที่ศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษควรวินิจฉัยให้ เมื่อคดีขึ้นสู่ศาลฎีกาโดยมีข้อเท็จจริงเพียงพอที่ศาลฎีกาจะวินิจฉัยในปัญหาตามอุทธรณ์ของโจทก์ดั…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3100/2563

ในการพิจารณาพิพากษาคดีของศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษจะต้องถือตามข้อเท็จจริงที่ศาลแรงงานกลางได้วินิจฉัยมาตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 56 วรรคสอง คดีนี้ข้อเท็จจริงได้ความ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 643/2563

จำเลยกับผู้เสียหายที่ 2 อยู่กินฉันสามีภริยาและมีบุตรด้วยกัน เพิ่งเลิกคบหากันก่อนเกิดเหตุเพียงหนึ่งเดือน ความสัมพันธ์ยังคงมีอยู่ไม่ถึงกับตัดขาดทีเดียว การที่จำเลยขับรถจักรยานยนต์ตามหาผู้เสียหายที่ 2 ใน…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้