Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 602/2524

พ.ศ. 2524 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การที่เจ้าพนักงานบังคับคดีทำการยึดเฉพาะบ้านซึ่งเป็นอสังหาริมทรัพย์อื่นอันอยู่ในที่ดิน และได้แจ้งการยึดแก่ลูกหนี้ตามคำพิพากษาและนายอำเภอท้องที่ ซึ่งเป็นพนักงานเจ้าหน้าที่จดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมตามประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 71(2) ด้วย ดังนี้ถือได้ว่าเจ้าพนักงานบังคับคดีได้แจ้งการยึดโดยชอบตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 304 แล้ว หาจำต้อง แจ้งการยึดต่อเจ้าพนักงานที่ดินอีกไม่การที่ลูกหนี้ตามคำพิพากษาได้ก่อให้เกิดโอนหรือเปลี่ยนแปลง ซึ่งสิทธิในทรัพย์สินที่ถูกยึดภายหลังที่ได้ทำการยึดไว้ แล้ว หาอาจใช้ยันเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาหรือเจ้าพนักงานบังคับคดีได้ไม่

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

คดีนี้สืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระหนี้โจทก์จำเลยไม่ชำระโจทก์นำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดบ้านหนึ่งหลังผู้ร้องยื่นคำร้อง บ้านที่โจทก์นำยึดเป็นของผู้ร้องขอให้ถอนการยึดโจทก์ให้การว่า บ้านพิพาทเป็นของจำเลย จำเลยทุจริตร่วมกับผู้ร้องทำการซื้อขายบ้านพิพาทหลังจากเจ้าพนักงานบังคับคดีได้ทำการยึดแล้ว ขอให้ยกคำร้องศาลชั้นต้นฟังว่า จำเลยโอนขายบ้านพิพาทแก่ผู้ร้องภายหลังที่ได้ยึดไว้แล้ว ผู้ร้องจึงใช้ยันโจทก์และเจ้าพนักงานบังคับคดีไม่ได้ ให้ยกคำร้องผู้ร้องอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนผู้ร้องฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เห็นว่าเมื่อวันที่ 13 มิถุนายน 2515 เจ้าพนักงานบังคับคดีได้ทำการยึดบ้านพิพาทเลขที่ 12/9 หรือ 181ซอยเสนานิคม 1 แขวงลาดยาว

เขตบางเขน กรุงเทพมหานคร ของจำเลยซึ่งเป็นลูกหนี้ตามคำพิพากษา โดยเจ้าพนักงานบังคับคดีได้แจ้งการยึดให้จำเลยและนายอำเภอบางเขน (ในขณะนั้น) ทราบแล้ว ต่อมาวันที่ 5 ตุลาคม 2516 ผู้ร้องได้ซื้อที่ดินปลูกบ้านพิพาทและซื้อบ้านพิพาทจากจำเลย ได้ทำสัญญาเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่แล้ว

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ที่ผู้ร้องฎีกาว่าเจ้าพนักงานบังคับคดี มิได้แจ้งการยึดต่อเจ้าพนักงานที่ดินโดยตรง การแจ้งแก่นายอำเภอจึงเป็นการยึดโดยมิชอบแล้วนั้น

พิเคราะห์แล้ว เห็นว่า การที่เจ้าพนักงานบังคับคดีได้ทำการยึดเฉพาะบ้านพิพาทซึ่งเป็นอสังหาริมทรัพย์อื่นอันอยู่ในที่ดินในท้องที่เขตบางเขน กรุงเทพมหานคร นั้น เจ้าพนักงานบังคับคดีได้แจ้งการยึดแก่จำเลยซึ่งเป็นลูกหนี้ตามคำพิพากษา กับแจ้งแก่นายอำเภอบางเขน (ตำแหน่งในขณะนั้น) ซึ่งเป็นพนักงานเจ้าหน้าที่จดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมตามประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 71(2) ด้วย ดังนี้ ย่อมถือได้ว่า เจ้าพนักงานบังคับคดีได้แจ้งการยึดโดยชอบตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 304 จึงเป็นการยึดตามกฎหมายแล้ว หาจำต้องแจ้งการยึดต่อเจ้าพนักงานที่ดินอีกไม่ ส่วนที่ผู้ร้องฎีกาอ้างว่านายอำเภอมิได้บันทึกการยึดไว้ในทะเบียน เป็นการยึดโดยไม่ชอบนั้น ข้อเท็จจริงดังกล่าวผู้ร้องมิได้ยกขึ้นว่ามาในชั้นอุทธรณ์ศาลฎีกาจึงไม่รับวินิจฉัยให้ และเห็นว่าเมื่อเป็นการยึดตามกฎหมายแล้วย่อมมีผลต่อไปตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 305(1)

คือ "การที่ลูกหนี้ตามคำพิพากษาได้ก่อให้เกิด โอนหรือเปลี่ยนแปลงซึ่งสิทธิในทรัพย์สินที่ถูกยึดภายหลังที่ได้ทำการยึดไว้แล้วนั้นหาอาจใช้ยันแก่เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาหรือเจ้าพนักงานบังคับคดีได้ไม่ฯลฯ" ฉะนั้น เมื่อปรากฎต่อมาว่าจำเลยซึ่งเป็นลูกหนี้ตามคำพิพากษาได้โอนขายบ้านพิพาทแก่ผู้ร้อง แม้ผู้ร้องรับโอนโดยสุจริต แต่เป็นการโอนภายหลังจากที่เจ้าพนักงานบังคับคดีได้ทำการบ้านพิพาทไว้แล้ว ผู้ร้องย่อมไม่อาจยกการโอนขึ้นยันโจทก์ซึ่งเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาหรือยันเจ้าพนักงานบังคับคดีได้ เพราะต้องด้วยข้อห้ามตามกฎหมายอันเป็นผลที่เกิดขึ้นจากการยึดดังกล่าวข้างต้นนั้น และเมื่อไม่อาจยกการโอนขึ้นยันโจทก์หรือเจ้าพนักงานบังคับคดีแล้ว ข้ออ้างตามคำร้องขัดทรัพย์ของผู้ร้องที่ว่าจำเลยซึ่งเป็นลูกหนี้ตามคำพิพากษาไม่ใช่เจ้าของบ้านพิพาทที่เจ้าพนักงานบังคับคดีได้ยึดไว้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 288 วรรคแรกนั้น

ก็เป็นอันรับฟังไม่ได้จึงไม่อาจถอนการยึดตามคำร้องได้ และไม่จำต้องวินิจฉัยประเด็นที่ศาลชั้นต้นกำหนดไว้ว่า ผู้ร้องรับซื้อบ้านพิพาทพร้อมที่ดินโดยรู้ว่าทำให้โจทก์ผู้เป็นเจ้าหนี้เสียเปรียบหรือไม่ต่อไป เพราะไม่ทำให้ผลของคดีในชั้นนี้เปลี่ยนแปลง ที่ศาลล่างทั้งสองวินิจฉัยมาให้ยกคำร้องขัดทรัพย์ของผู้ร้อง ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยพิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
อำนัคฆ์ คล้ายสังข์ · ขจร หะวานนท์ · แถมชัย สิทธิไตรย์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2348/2528

ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 304 วรรคแรกการยึดที่ดินมีหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3) จะถือเป็น การยึดตามกฎหมาย เจ้าพนักงานบังคับคดีจะต้องแจ้งการยึดต่อ ลูกหนี้ตามคำพิพากษาและเจ้าพนักงาน…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3364/2527

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 304 มุ่งประสงค์ คุ้มครองถึงบุคคลภายนอกผู้ทำการโดยสุจริต ด้วยจึงบัญญัติ ให้เจ้าพนักงานบังคับคดีต้องแจ้งให้ เจ้าพนักงานที่ดินผู้มี หน้าที่ทราบ และให้เจ้าพนักงานที่ด…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3653/2526

โจทก์นำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินของจำเลยที่ 3 เมื่อวันที่ 8 เมษายน 2523 ย่อมมีผลต่อจำเลยที่ 3 ตั้งแต่ วันยึด แต่เมื่อเจ้าพนักงานบังคับคดีแจ้งให้เจ้าพนักงานที่ดิน ทราบวันที่ 17 เมษายน 2523 ปรากฏว่า…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6888/2561

ป.วิ.พ. มาตรา 304 (เดิม) ที่ใช้บังคับในขณะฟ้อง บัญญัติสรุปได้ว่า การยึดอสังหาริมทรัพย์ของลูกหนี้ตามคำพิพากษานั้น ให้เจ้าพนักงานบังคับคดีจัดทำโดยนำหนังสือสำคัญสำหรับทรัพย์สินนั้นมาเก็บรักษาและฝากไว้ ณ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2731/2559

ค่าเช่าห้องพักเป็นดอกผลนิตินัยตาม ป.พ.พ. มาตรา 148 วรรคสาม ในการยึดอสังหาริมทรัพย์นั้น ป.วิ.พ. มาตรา 304 วรรคสอง บัญญัติให้ครอบไปถึงเครื่องอุปกรณ์และดอกผลนิตินัยของอสังหาริมทรัพย์นั้นด้วย เว้นแต่จะได้…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้