Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6024/2554

พ.ศ. 2554 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

คดีส่วนอาญาข้อเท็จจริงฟังยุติว่า จำเลยขับรถด้วยความประมาทโดยขับเร็วล้ำเข้าไปเฉี่ยวชนรถจักรยานยนต์ของผู้ตายทั้งสองในช่องเดินรถของผู้ตายทั้งสอง คดีในส่วนแพ่งศาลจึงต้องถือข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏในคำพิพากษาคดีส่วนอาญา กล่าวคือต้องฟังว่าจำเลยขับรถด้วยความประมาท ที่ศาลในคดีส่วนอาญาฟังข้อเท็จจริงต่อไปว่า ผู้ตายทั้งสองมีส่วนกระทำประมาทด้วย ไม่มีผลผูกพันโจทก์ทั้งสองเพราะไม่ใช่เป็นประเด็นโดยตรงในคดีส่วนอาญา เป็นเพียงการวินิจฉัยข้อเท็จจริงเพื่อประกอบดุลพินิจในการกำหนดโทษจำเลยให้เบาลง ดังนั้นในคดีส่วนแพ่งผู้ตายทั้งสองมีส่วนกระทำประมาทด้วยหรือไม่ และจำเลยต้องรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนหรือไม่เพียงใด จำเลยมีหน้าที่ต้องพิสูจน์ ผู้เสียหายที่มิใช่ผู้เสียหายโดยนิตินัยไม่มีอำนาจฟ้องนั้น เฉพาะในคดีอาญาเท่านั้นไม่มีผลถึงอำนาจฟ้องคดีแพ่ง โจทก์ทั้งสองซึ่งเป็นทายาทของผู้ตายทั้งสองจึงมีอำนาจฟ้องจำเลยได้

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ทั้งสองฟ้องขอให้บังคับจำเลยชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ทั้งสองเป็นเงิน 200,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ

จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง

ระหว่างพิจารณา โจทก์ที่ 2 ถึงแก่ความตาย นางปลื้ม ยื่นคำร้องขอเข้าเป็นคู่ความแทน

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาต

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ

โจทก์ทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษากลับเป็นว่า ให้จำเลยชำระเงินจำนวน 20,000 บาท และจำนวน 74,000 บาท แก่โจทก์ที่ 1 และโจทก์ที่ 2 ตามลำดับพร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินแต่ละรายนับถัดจากวันฟ้อง(ฟ้องวันที่ 28 พฤศจิกายน 2539) เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ กับให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลแทนโจทก์ทั้งสอง โดยกำหนดค่าทนายความรวม 4,000 บาท เฉพาะค่าขึ้นศาลให้ใช้แทนเท่าที่โจทก์ทั้งสองชนะคดี

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา ระหว่างพิจารณาศาลฎีกา จำเลยถึงแก่ความตาย นางปลื้ม ผู้เข้าเป็นคู่ความแทนโจทก์ที่ 2 ยื่นคำร้องขอให้หมายเรียกของนางสาววิมล ทายาทของจำเลยเข้าเป็นคู่ความแทน ศาลฎีกามีคำสั่งตั้งบุคคลผู้ถูกเรียกเป็นคู่ความแทน

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 4 ว่า โจทก์ที่ 1 เป็นพี่สาวและทายาทของนายวัชรินทร์ ผู้ตายที่ 1 โจทก์ที่ 2 เป็นบิดาของนายพรพิรม ผู้ตายที่ 2 เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2538 เวลาประมาณ 21 นาฬิกา ผู้ตายที่ 1 ขับรถจักรยานยนต์ มีนายสุวิทย์ ซ้อนท้าย และผู้ตายที่ 2 ขับรถจักรยานยนต์ไปตามถนนศรีเชียงใหม่ - ท่าบ่อ จากทางอำเภอท่าบ่อมุ่งหน้าไปทางอำเภอศรีเชียงใหม่ เมื่อถึงที่เกิดเหตุถนนบริเวณหลักกิโลเมตรที่ 39 ถึง 40 ซึ่งเป็นทางโค้ง จำเลยขับรถยนต์หมายเลขทะเบียน 4 บ - 7545 กรุงเทพมหานคร สวนทางมาและด้วยความประมาทจำเลยขับรถด้วยความเร็วล้ำเข้าไปเฉี่ยวชนกับรถจักรยานยนต์ทั้งสองคันในช่องเดินรถของผู้ตายทั้งสอง เป็นเหตุให้รถจักรยานยนต์ทั้งสองคันได้รับความเสียหายและผู้ตายทั้งสองถึงแก่ความตาย

ต่อมาพนักงานอัยการได้ฟ้องจำเลยเป็นคดีอาญา โดยมีนายสุวิทย์และโจทก์ที่ 2 เป็นโจทก์ร่วม ศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุดแล้วว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 291, 300 พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ.2522 มาตรา 43 (4), 157, ตามคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 1897/2541 ของศาลชั้นต้น คดีมีปัญหาข้อกฎหมายต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า ข้อเท็จจริงที่ปรากฏในคำพิพากษาคดีส่วนอาญาที่ว่าผู้ตายทั้งสองมีส่วนในการประมาทเป็นประเด็นโดยตรงในคดีอาญามีผลผูกพันโจทก์ทั้งสองหรือไม่ เห็นว่า คดีนี้ โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยรับผิดฐานละเมิด เรียกค่าปลงศพและค่าขาดไร้อุปการะเลี้ยงดูเพราะเหตุรถเฉี่ยวชนกันเป็นเหตุให้ผู้ตายทั้งสองถึงแก่ความตาย จึงเป็นคดีแพ่งเกี่ยวเนื่องกับคดีอาญา ในการพิพากษา

คดีส่วนแพ่ง ศาลจำต้องถือข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏในคำพิพากษาคดีส่วนอาญา ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 46 ในคดีส่วนอาญาข้อเท็จจริงฟังยุติว่า จำเลยขับรถด้วยความประมาทโดยขับเร็วล้ำเข้าไปเฉี่ยวชนรถจักรยานยนต์ของผู้ตายทั้งสองในช่องเดินรถของผู้ตายทั้งสอง คดีในส่วนแพ่งศาลจึงต้องถือข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏในคำพิพากษาคดีส่วนอาญา กล่าวคือ ต้องฟังว่าจำเลยขับรถด้วยความประมาท ที่ศาลในคดีส่วนอาญาฟังข้อเท็จจริงต่อไปว่าผู้ตายทั้งสองมีส่วนกระทำประมาทด้วยนั้น ไม่มีผลผูกพันโจทก์ทั้งสอง เพราะไม่ใช่เป็นประเด็นโดยตรงในคดีอาญา เป็นเพียงการวินิจฉัยข้อเท็จจริงเพื่อประกอบดุลพินิจในการกำหนดโทษจำเลยให้เบาลง ดังนั้น ในคดีส่วนแพ่งผู้ตายทั้งสองมีส่วนกระทำประมาทด้วยหรือไม่ และจำเลยต้องรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนหรือไม่

เพียงใด จำเลยย่อมมีหน้าที่ต้องพิสูจน์ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 4 รับฟังพยานหลักฐานของโจทก์ทั้งสองและจำเลยแล้ววินิจฉัยว่า เมื่อจำเลยไม่สืบพยาน ข้อเท็จจริงจึงรับฟังไม่ได้ว่าผู้ตายทั้งสองมีส่วนประมาทนั้นชอบแล้ว ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยข้อนี้ฟังไม่ขึ้น ที่จำเลยฎีกาข้อต่อไปว่า ผู้ตายทั้งสองมีส่วนประมาท จึงไม่ใช่ผู้เสียหายโดยนิตินัยและไม่มีอำนาจฟ้องคดีนั้น เห็นว่า ผู้เสียหายที่มิใช่ผู้เสียหายโดยนิตินัยไม่มีอำนาจฟ้องเฉพาะในคดีอาญาเท่านั้น ไม่มีผลถึงอำนาจฟ้องคดีแพ่ง โจทก์ทั้งสองซึ่งเป็นทายาทของผู้ตายทั้งสองจึงมีอำนาจฟ้องจำเลยเป็นคดีนี้ได้ คำพิพากษาศาลฎีกาที่จำเลยอ้างมานั้นข้อเท็จจริงไม่ตรงกับคดีนี้ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษานั้นชอบแล้ว ฎีกาข้อนี้ของจำเลยฟังไม่ขึ้น

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นฎีกาให้เป็นพับ

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ชูเกียรติ ตันทวีวงศ์ · ประทีป ดุลพินิจธรรมา · สุริยง ลิ้มสถิรานันท์
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดหนองคาย - นายธวัชชัย สุนทรีเกษม
ศาลอุทธรณ์ภาค 4 - นายฉัตรชัย เยพิทักษ์
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
พ.2344/2549
หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น
พ1247/2539
หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น
พ55/2540
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5988/2556

การเลือกตั้งสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดพะเยา จัดให้มีขึ้นเมื่อวันที่ 22 มกราคม 2549 ต่อมามีผู้ร้องคัดค้านและคณะกรรมการการเลือกตั้งได้มีคำวินิจฉัยสั่งการ ลงวันที่ 21 มิถุนายน 2549 ซึ่งช่วงระยะเวล…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 14383/2553

คดีแพ่งเกี่ยวเนื่องกับคดีอาญาหมายความถึงคดีแพ่งที่มีมูลมาจากการกระทำความผิดทางอาญา หรือความรับผิดในทางแพ่งเกิดขึ้นจากผลของการกระทำความผิดทางอาญาโดยตรง ซึ่งคดีอาญาที่จำเลยอ้าง แม้พนักงานอัยการเป็นโจทก์…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 806/2540

มูลคดีทางแพ่งที่โจทก์นำมาฟ้องจำเลยทั้งสองในคดีนี้ก็คือมูลคดีเกี่ยวกับที่พนักงานอัยการได้ฟ้องร้องโจทก์ในคดีอาญาข้อหาบุกรุกประเด็นตามคำชี้ขาดของศาลในคดีอาญามีประเด็นอย่างเดียวกับคดีนี้คือที่ดินพิพาทเป็น…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8405/2540

จำเลยที่ 1 และที่ 2 จัดสรรที่ดินโดยมีเจตนาจะจัดให้ที่ดินโฉนดเลขที่ 6534 เป็นถนนอันเป็นสาธารณูปโภคจึงเป็นการจัดสรรที่ดินตามประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 286มาแต่ต้น ที่ดินโฉนดเลขที่ 6534 ก่อนมีการรังวัดเ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9151/2538

ข้อบังคับการรถไฟแห่งประเทศไทย ฉบับที่ 3.5 มีข้อความว่าพนักงานผู้ใดมีกรณีต้องหาว่ากระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรงจนถูกสอบสวนหรือถูกฟ้องคดีอาญา หรือถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดอาญา เว้นแต่คดีความผิดลหุโทษหรือความผิด…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้