Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2529 (เลขอ้างอิง 60252)

พ.ศ. 2529 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า โจทก์ยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งศาลอุทธรณ์ ศาลชั้นต้นสั่งว่า คำสั่งของศาลอุทธรณ์เป็นที่สุดไปแล้ว ยกคำร้องโจทก์เห็นว่า คำร้องของโจทก์ที่อุทธรณ์คำสั่งศาลอุทธรณ์ ฉบับลงวันที่ 9 กรกฎาคม 2529 ศาลชั้นต้นมีหน้าที่รับคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของศาลอุทธรณ์ของโจทก์ไว้ก่อนแล้วจึงส่งไปให้ศาลสูงสั่งอำนาจในการสั่งคดีเป็นอำนาจของศาลสูง ศาลชั้นต้นหามีอำนาจสั่งยกคำร้องของโจทก์ไม่ และการที่ศาลชั้นต้นยกคำร้องฉบับลงวันที่9 กรกฎาคม 2529 ของโจทก์โดยให้เหตุผลว่า คำสั่งของศาลอุทธรณ์เป็นที่สุดนั้น ปรากฏว่าคดีนี้ยังไม่ได้ฟังคู่ความทุกฝ่าย และยังไม่ได้ไต่สวนคำร้องอนาถาของโจทก์ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 156 วรรค 3 คำสั่งอนุญาตหรือยกจึงไม่อาจมีขึ้นได้ที่ศาลชั้นต้นยกคำร้องของโจทก์จึงไม่ถูกต้อง อีกทั้งคำสั่งศาลอุทธรณ์ที่สั่งยกคำร้องของโจทก์ ก็เป็นกรณีที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยเรื่องการประวิงคดีหรือไม่ ไม่ใช่ศาลอุทธรณ์ยกคำร้องเนื่องจากการไต่สวนคำร้องอนาถา คำสั่งศาลอุทธรณ์จึงไม่เป็นที่สุด ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 156 วรรค 3 และวรรค 5และไม่ใช่ถึงที่สุดตามมาตรา 236 ด้วย ประกอบกับโจทก์ได้ยื่นฎีกาเมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2529 ในประเด็นเรื่องโจทก์ประวิงคดีหรือไม่ในการฟ้องคดีอย่างคนอนาถา หากศาลสูงวินิจฉัยว่า โจทก์ไม่มีพฤติการณ์ประวิงคดี ก็อาจไม่ต้องนำเงินค่าธรรมเนียมมาชำระต่อศาลการที่ศาลชั้นต้นยกคำร้องฉบับลงวันที่ 9 กรกฎาคม 2529 ของโจทก์ให้โจทก์นำเงินค่าธรรมเนียมมาวางอาจทำให้คำสั่งของศาลสูงเป็นหมันไปถือได้ว่าเป็นกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบโปรดมีคำสั่งให้ศาลชั้นต้นรับคำร้องฉบับวันที่ 5 กรกฎาคม 2529 ไว้วินิจฉัยกันต่อไปหมายเหตุ จำเลยยังไม่ได้รับสำเนาคำร้องสืบเนื่องจากโจทก์ยื่นคำร้องขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถาศาลชั้นต้นนัดไต่สวนคำร้อง โจทก์ขอเลื่อนคดีหลายครั้ง ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าโจทก์มีพฤติการณ์ประวิงคดี จึงไม่อนุญาตให้โจทก์ดำเนินคดีอย่างคนอนาถา งดการไต่สวนโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน หากโจทก์ประสงค์จะดำเนินคดีต่อไปก็ให้นำค่าธรรมเนียมที่จะต้องชำระตามฟ้องมาชำระต่อศาลชั้นต้นภายใน15 วัน นับแต่วันทราบคำพิพากษาศาลอุทธรณ์โจทก์ฎีกาลงวันที่ 4 มีนาคม 2529(อันดับ 162)โจทก์ยื่นคำร้องขอให้ยืดระยะเวลาการวางเงินค่าธรรมเนียมออกไปจนกว่าจะมีคำสั่งของศาลฎีกาในเรื่องค่าฤชาธรรมเนียมเสียก่อน(อันดับ 161)ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งว่า พฤติการณ์ของผู้ร้องเป็นการประวิงคดีไม่มีเหตุที่จะอนุญาตให้ขยายระยะเวลาต่อไป ให้ยกคำร้องโจทก์ยื่นคำร้องฉบับลงวันที่ 9 กรกฎาคม 2529 อุทธรณ์คำสั่งศาลอุทธรณ์ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 189)โจทก์จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 190)คำสั่งศาลอุทธรณ์พิพากษายืนไม่อนุญาตให้โจทก์ดำเนินคดีอย่างคนอนาถาและได้กำหนดเวลาให้โจทก์นำค่าธรรมเนียมมาชำระ การที่ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งต่อมาไม่อนุญาตให้ขยายระยะเวลานำค่าธรรมเนียมมาชำระออกไปอีก ก็เป็นเรื่องที่ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งต่อเนื่องจากคำพิพากษานั่นเอง จึงอยู่ในกระบวนพิจารณาของศาลอุทธรณ์โดยเฉพาะ โจทก์จะอุทธรณ์คำสั่งนั้นต่อศาลฎีกาอีกไม่ได้ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าคำสั่งศาลอุทธรณ์เป็นที่สุดและให้ยกคำร้อง ชอบแล้วยกคำร้อง

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 1013/2529นายโชค ศิริรัตนานุภาพโจทก์จ่าเอกวิชิต วิเศษลักษณ์จำเลยนายโชค ศิริรัตนานุภาพ โจทก์ผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.พ. ม. 156ความว่า

โจทก์ยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งศาลอุทธรณ์ ศาลชั้นต้นสั่งว่า คำสั่งของศาลอุทธรณ์เป็นที่สุดไปแล้ว ยกคำร้องโจทก์เห็นว่า คำร้องของโจทก์ที่อุทธรณ์คำสั่งศาลอุทธรณ์ ฉบับลงวันที่ 9 กรกฎาคม 2529 ศาลชั้นต้นมีหน้าที่รับคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของศาลอุทธรณ์ของโจทก์ไว้ก่อนแล้วจึงส่งไปให้ศาลสูงสั่งอำนาจในการสั่งคดีเป็นอำนาจของศาลสูง ศาลชั้นต้นหามีอำนาจสั่งยกคำร้องของโจทก์ไม่ และการที่ศาลชั้นต้นยกคำร้องฉบับลงวันที่9 กรกฎาคม 2529 ของโจทก์โดยให้เหตุผลว่า คำสั่งของศาลอุทธรณ์เป็นที่สุดนั้น ปรากฏว่าคดีนี้ยังไม่ได้ฟังคู่ความทุกฝ่าย และยังไม่ได้ไต่สวนคำร้องอนาถาของโจทก์ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 156 วรรค 3 คำสั่งอนุญาตหรือยกจึงไม่อาจมีขึ้นได้ที่ศาลชั้นต้นยกคำร้องของโจทก์จึงไม่ถูกต้อง

อีกทั้งคำสั่งศาลอุทธรณ์ที่สั่งยกคำร้องของโจทก์ ก็เป็นกรณีที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยเรื่องการประวิงคดีหรือไม่ ไม่ใช่ศาลอุทธรณ์ยกคำร้องเนื่องจากการไต่สวนคำร้องอนาถา คำสั่งศาลอุทธรณ์จึงไม่เป็นที่สุด ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 156 วรรค 3 และวรรค 5และไม่ใช่ถึงที่สุดตามมาตรา 236 ด้วย ประกอบกับโจทก์ได้ยื่นฎีกาเมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2529 ในประเด็นเรื่องโจทก์ประวิงคดีหรือไม่ในการฟ้องคดีอย่างคนอนาถา หากศาลสูงวินิจฉัยว่า โจทก์ไม่มีพฤติการณ์ประวิงคดี ก็อาจไม่ต้องนำเงินค่าธรรมเนียมมาชำระต่อศาลการที่ศาลชั้นต้นยกคำร้องฉบับลงวันที่ 9 กรกฎาคม 2529 ของโจทก์ให้โจทก์นำเงินค่าธรรมเนียมมาวางอาจทำให้คำสั่งของศาลสูงเป็นหมันไปถือได้ว่าเป็นกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบโปรดมีคำสั่งให้ศาลชั้นต้นรับคำร้องฉบับวันที่ 5 กรกฎาคม 2529 ไว้วินิจฉัยกันต่อไปหมายเหตุ จำเลยยังไม่ได้รับสำเนาคำร้องสืบเนื่องจากโจทก์ยื่นคำร้องขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถาศาลชั้นต้นนัดไต่สวนคำร้อง โจทก์ขอเลื่อนคดีหลายครั้ง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าโจทก์มีพฤติการณ์ประวิงคดี จึงไม่อนุญาตให้โจทก์ดำเนินคดีอย่างคนอนาถา งดการไต่สวนโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน หากโจทก์ประสงค์จะดำเนินคดีต่อไปก็ให้นำค่าธรรมเนียมที่จะต้องชำระตามฟ้องมาชำระต่อศาลชั้นต้นภายใน15 วัน นับแต่วันทราบคำพิพากษาศาลอุทธรณ์โจทก์ฎีกาลงวันที่ 4 มีนาคม 2529(อันดับ 162)โจทก์ยื่นคำร้องขอให้ยืดระยะเวลาการวางเงินค่าธรรมเนียมออกไปจนกว่าจะมีคำสั่งของศาลฎีกาในเรื่องค่าฤชาธรรมเนียมเสียก่อน(อันดับ 161)

ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งว่า พฤติการณ์ของผู้ร้องเป็นการประวิงคดีไม่มีเหตุที่จะอนุญาตให้ขยายระยะเวลาต่อไป ให้ยกคำร้องโจทก์ยื่นคำร้องฉบับลงวันที่ 9 กรกฎาคม 2529 อุทธรณ์คำสั่งศาลอุทธรณ์

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 189)โจทก์จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 190)คำสั่งศาลอุทธรณ์พิพากษายืนไม่อนุญาตให้โจทก์ดำเนินคดีอย่างคนอนาถาและได้กำหนดเวลาให้โจทก์นำค่าธรรมเนียมมาชำระ การที่ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งต่อมาไม่อนุญาตให้ขยายระยะเวลานำค่าธรรมเนียมมาชำระออกไปอีก ก็เป็นเรื่องที่ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งต่อเนื่องจากคำพิพากษานั่นเอง จึงอยู่ในกระบวนพิจารณาของศาลอุทธรณ์โดยเฉพาะ โจทก์จะอุทธรณ์คำสั่งนั้นต่อศาลฎีกาอีกไม่ได้

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าคำสั่งศาลอุทธรณ์เป็นที่สุดและให้ยกคำร้อง ชอบแล้วยกคำร้อง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สมบูรณ์ บุญภินนท์ · สุพจน์ นาถะพินธุ · เพียร สุมิระ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้