Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6034/2534

พ.ศ. 2534 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ศาลฎีกาได้พิพากษาย้อนสำนวนให้ศาลชั้นต้นสืบพยานเรื่องอำนาจฟ้องว่าจำเลยที่ 1 มีภูมิลำเนาอีกแห่งหนึ่งตามฟ้องหรือไม่แต่ศาลชั้นต้นได้สืบพยานในเรื่องดังกล่าวแล้วยังได้สืบพยานในประเด็นอื่นจนสิ้นกระแสความอีกด้วย ดังนี้ เป็นเรื่องที่ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณานอกเหนือคำพิพากษาศาลฎีกา การสืบพยานประเด็นอื่นของศาลชั้นต้นไม่อาจถือได้ว่าเป็นข้อที่ได้ยกขึ้นกล่าวในศาลชั้นต้นโดยชอบ ฎีกาของโจทก์ข้อที่ว่าการที่ศาลแพ่งสืบพยานประเด็นอื่นด้วยเท่ากับศาลแพ่งใช้ดุลพินิจรับพิจารณาคดีตามพระธรรมนูญศาลยุติธรรม มาตรา 14(4) แล้ว จึงเป็นข้อที่ไม่ได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลชั้นต้น แม้ศาลอุทธรณ์จะวินิจฉัยให้ก็ต้องห้ามมิให้ฎีกาตาม ป.วิ.พ. มาตรา 249 ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย.

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.วิ.พ. มาตรา 183 ป.วิ.พ. มาตรา 243 ป.วิ.พ. มาตรา 249 พระธรรมนูญศาลยุติธรรม มาตรา 14

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินค่าภาระผูกพันจำนวน 303,479.76 บาท พร้อมดอกเบี้ย ตามสัญญาซื้อขายไม้ซุงที่จำเลยที่ 1 ซื้อจากโจทก์ทั้งสองโดยมีจำเลยที่ 2 เป็นผู้ค้ำประกันจำเลยทั้งสองให้การว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยทั้งสองต่อศาลแพ่ง เพราะจำเลยทั้งสองมีภูมิลำเนาอยู่ในเขตจังหวัดสุราษฎร์ธานีระหว่างพิจารณา

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายเบื้องต้นในเรื่องเขตอำนาจศาล แล้วพิพากษาว่าจำเลยทั้งสองมีภูมิลำเนานอกเขตอำนาจศาลชั้นต้นกรณีมิใช่ว่าศาลแพ่งอนุญาตให้ฟ้องได้โดยปริยาย หรือโจทก์ขอให้ศาลแพ่งใช้ดุลพินิจรับฟ้องแต่อย่างใด จึงให้ยกฟ้อง

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า คดีฟังไม่ได้ว่าจำเลยที่ 1 มีภูมิลำเนาอีกแห่งหนึ่งที่กรุงเทพมหานครส่วนที่โจทก์อุทธรณ์ว่าสำนักงานใหญ่ของจำเลยที่ 2 ตั้งอยู่ที่กรุงเทพมหานครนั้น มิใช่ข้อที่ได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลชั้นต้นศาลอุทธรณ์ไม่วินิจฉัยให้ และมิใช่เป็นกรณีที่ศาลแพ่งอนุญาตให้ฟ้องโดยปริยายหรือใช้ดุลพินิจรับพิจารณาพิพากษาตามพระธรรมนูญศาลยุติธรรมมาตรา 14(4) โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องต่อศาลชั้นต้น พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าโจทก์อ้างว่าเคยติดต่อค้าขายกับจำเลยที่ 1ที่บ้านเลขที่ 195 ถนนข้าวสาร แขวงชนะสงคราม เขตพระนครกรุงเทพมหานคร อันเป็นภูมิลำเนาของจำเลยที่ 1 อีกแห่งหนึ่งจึงสมควรสืบพยานเพื่อฟังข้อเท็จจริงในปัญหานี้ต่อไปให้แจ้งชัดก่อนพิพากษายกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้ศาลชั้นต้นพิจารณาและพิพากษาใหม่ศาลชั้นต้นสืบพยานแล้ววินิจฉัยว่า จำเลยที่ 1 มิได้ใช้บ้านในกรุงเทพมหานครเป็นภูมิลำเนาในการประกอบการค้า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องต่อศาลแพ่งพิพากษายกฟ้องโจทก์ทั้งสองโจทก์ทั้งสองอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ทั้งสองฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังไม่ได้ว่า โจทก์ติดต่อซื้อขายไม้พิพาทกับจำเลยที่ 1 ที่ห้างวังสุวรรณ

เลขที่ 195 ถนนข้าวสาร แขวงชนะสงคราม เขตพระนคร กรุงเทพมหานครโจทก์ทั้งสองฎีกาข้อต่อไปว่า เมื่อศาลฎีกาได้ย้อนสำนวนให้ศาลแพ่งสืบพยานเรื่องอำนาจฟ้องว่า จำเลยที่ 1 มีภูมิลำเนาในการประกอบธุรกิจซื้อขายไม้พิพาทอีกแห่งหนึ่งตามฟ้องที่กรุงเทพมหานครหรือไม่ แต่ศาลแพ่งได้สืบพยานคู่ความในเรื่องอำนาจฟ้องตามคำพิพากษาศาลฎีกาแล้ว และยังได้สืบพยานในประเด็นอื่นจนสิ้นกระแสความอีกด้วยเท่ากับศาลแพ่งใช้ดุลพินิจรับพิจารณาคดีนี้ตามพระธรรมนูญศาลยุติธรรมมาตรา 14(4) แล้วนั้น เห็นว่า ศาลแพ่งได้สั่งให้สืบพยานประเด็นอื่นนอกจากปัญหาเรื่องภูมิลำเนาอีกแห่งหนึ่งของจำเลยที่ 1ตามคำพิพากษาศาลฎีกาปรากฏตามรายงานกระบวนพิจารณาลงวันที่9 กรกฎาคม 2524 จริง แต่เป็นเรื่องที่ศาลแพ่งดำเนินกระบวนพิจารณานอกเหนือคำพิพากษาศาลฎีกา

การสืบพยานประเด็นอื่นของศาลชั้นต้นไม่อาจถือได้ว่าเป็นข้อที่ได้ยกขึ้นกล่าวในศาลชั้นต้นโดยชอบ ฎีกาโจทก์ทั้งสองข้อนี้ จึงเป็นข้อที่ไม่ได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลชั้นต้นแม้ศาลอุทธรณ์จะวินิจฉัยให้ ก็ต้องห้ามมิให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยพิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สมชัย ศิริบุตร · อากาศ บำรุงชีพ · ชลิต ประไพศาล
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8587/2553

ตามคำให้การของจำเลยเป็นการต่อสู้ว่า สัญญากู้ยืมปลอมทั้งฉบับ มิใช่ปลอมแค่เพียงบางส่วน ดังนั้น คำให้การที่ว่าจำเลยเคยกู้ยืมเงินโจทก์ 120,000 บาท เป็นเพียงเหตุผลประกอบการปฏิเสธเท่านั้น ประเด็นข้อพิพาทในค…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6255/2546

โจทก์บรรยายฟ้องอ้างว่าโจทก์ทำสัญญาจะขายที่ดินให้แก่จำเลยที่ 1 โดยประสงค์จะทำสัญญาซื้อขายต่อไป แต่จำเลยทั้งสองหลอกลวงโจทก์ให้ทำสัญญาจำนอง โจทก์ไม่ได้รับเงินตามสัญญาจำนองและไม่มีเจตนาทำนิติกรรมจำนอง ขอใ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8247/2538

โจทก์ฟ้องว่าโจทก์ได้ซื้อที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์จากล. สามีจำเลยโดยไม่ได้ทำสัญญาซื้อขายเป็นหนังสือและจดทะเบียนการโอนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ทั้งนี้เพราะโจทก์ได้เข้าครอบครองทำประโยชน์ในที่ดินเกิ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 753/2537

ศาลชั้นต้นมิได้กำหนดประเด็นว่าโจทก์เป็นเจ้าของทรัพย์สินที่เอาประกันภัยอันจะถือว่าโจทก์เป็นผู้มีส่วนได้เสียหรือไม่ไว้ในชั้นชี้สองสถาน ซึ่งจำเลยได้โต้แย้งคัดค้านและอุทธรณ์คัดค้านต่อศาลอุทธรณ์แล้ว เมื่อจ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4247/2536

ศาลชั้นต้นไม่ได้ตั้งประเด็นข้อพิพาทเกี่ยวกับจำนวนเนื้อที่ของที่ดินพิพาทไว้เพราะจำเลยได้ให้การยอมรับว่าที่ดินพิพาทมีเนื้อที่ 7 ตารางวา ฎีกาของจำเลยเกี่ยวกับจำนวนเนื้อที่ของที่ดินพิพาทจึงเป็นเรื่องที่มิ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้