Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6034/2545

พ.ศ. 2545 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าโจทก์ยังค้างชำระเงินบำเหน็จค่าฝากปลาทูนึ่ง ซึ่งจำเลยที่ 1 มีสิทธินำมาหักกลบลบหนี้กับค่าเสียหายของโจทก์ได้ แต่ตามคำให้การ จำเลยที่ 1 มิได้แสดงเจตนาที่จะหักกลบลบหนี้แก่โจทก์ และทางนำสืบของจำเลยที่ 1 ก็ปรากฏว่าเงินบำเหน็จค่าฝากทรัพย์ดังกล่าวยังคงมีข้อโต้แย้งและเป็นจำนวนที่ไม่แน่นอน สิทธิเรียกร้องของจำเลยที่ 1 ยังมีข้อต่อสู้อยู่ จึงไม่อาจนำมาหักกลบลบหนี้กันได้ ตาม ป.พ.พ. มาตรา 342 วรรคหนึ่ง และมาตรา 344

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๑ และที่ ๒ เป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัด มีจำเลยที่ ๓ และที่ ๔ เป็นกรรมการผู้มีอำนาจกระทำการแทน จำเลยที่ ๑ และที่ ๒ ร่วมกันเป็นหุ้นส่วนประกอบกิจการห้องเย็นรับฝากสิ่งของประเภทอาหารจากบุคคลทั่วไปรวมทั้งโจทก์โดยมีบำเหน็จค่าฝาก จำเลยทั้งสี่ได้รับฝากปลาทูนึ่งของโจทก์ไว้ในห้องเย็นของจำเลย ทั้งสี่รวม ๖๖๘ หลัว(หลัว คือ เข่งใหญ่) ราคา ๑,๒๓๔,๕๘๐ บาท เมื่อวันที่ ๑๖ พฤศจิกายน ๒๕๓๖ จำเลยทั้งสี่ร่วมกันกระทำละเมิดต่อโจทก์โดยมิได้ระมัดระวังใช้ฝีมือสงวนทรัพย์ของโจทก์ที่ฝากไว้ จงใจและประมาทเลินเล่อ เป็นเหตุให้เกิดเพลิงไหม้ในห้องเย็น ทำให้ปลาทูนึ่งทั้งหมดของโจทก์เสียหาย ขอให้บังคับจำเลยทั้งสี่ ร่วมกันหรือแทนกันชำระค่าเสียหาย พร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์

จำเลยทั้งสี่ให้การว่าเหตุเพลิงไหม้ห้องเย็นของจำเลยที่ ๑ เป็นเหตุสุดวิสัย อีกทั้งขณะเกิดเหตุคงเหลือปลาทูของโจทก์ที่ฝากไว้เพียง ๓๐๐ หลัวเศษ ปลาทูนึ่งที่เกิดเพลิงไหม้มีประมาณไม่เกิน ๕,๐๐๐ เข่ง ราคาเข่งละ ๖ บาท คิดเป็นเงิน ๓๐,๐๐๐ บาท เมื่อหักกลบหนี้กับเงินบำเหน็จค่าฝากปลาทูนึ่งให้ห้องเย็นของจำเลยที่ ๑ ที่โจทก์ค้างชำระแล้วโจทก์ยังคงค้างชำระเงินบำเหน็จค่าฝากทรัพย์แก่จำเลยที่ ๑ อีกเป็นเงินกว่า ๑๐๐,๐๐๐ บาท ความเสียหายที่เกิดขึ้นภายหลังจากเกิดเหตุเป็นความผิดของโจทก์เอง จำเลยทั้งสี่ไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์แต่อย่างใด ขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษาให้จำเลยที่ ๑ ชำระเงินค่าปลาทูนึ่ง ๖๖๘ หลัว ราคา ๙๙๐,๑๐๐ บาท กำไร ๑๒๒,๒๔๐ บาท รวมเป็นเงินจำนวน ๑,๑๑๒,๓๔๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๗.๕ ต่อปี จากต้นเงินจำนวนดังกล่าวนับแต่วันที่ ๑๖ พฤศจิกายน ๒๕๓๖ เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ กับให้จำเลยที่ ๑ ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์โดยกำหนดค่าทนายความ ๑๐,๐๐๐ บาท เฉพาะค่าขึ้นศาลให้ใช้แทนเท่าจำนวนทุนทรัพย์ที่โจทก์ชนะคดี ให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ ๒ ที่ ๓ และที่ ๔ ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ จำเลยที่ ๑ อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค ๗ พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยที่ ๑ ชำระเงินจำนวน ๙๙๐,๒๙๙ บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๗.๕ ต่อปี จากต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันที่ ๑๖ พฤศจิกายน ๒๕๓๖ เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยที่ ๑ ฎีกา ศาลฎีกาพิจารณาแล้ว วินิจฉัยว่า?โจทก์จะต้องชำระเงินค่าฝากปลาทูนึ่งแก่จำเลยที่ ๑ หรือไม่ จำเลยที่ ๑ ฎีกาว่า เงินบำเหน็จค่าฝากปลาทูนึ่งหลัวละ ๔๐ บาท ต่อเดือน เฉลี่ยแล้ว ฝาก ๑ เดือน ๑๕ วัน หากโจทก์ฝาก ๖๖๘ หลัว โจทก์ก็ยังคงค้างเงินบำเหน็จค่าฝากแก่จำเลยที่ ๑ จำนวน ๔๐,๐๘๐ บาท เป็นอย่างน้อย จำเลยที่ ๑ จึงมีสิทธิที่จะนำเงินค่าฝากดังกล่าวหักจากค่าเสียหายของโจทก์นั้น ได้ความจากทางนำสืบของโจทก์และจำเลยที่ ๑ ว่า ในธรรมเนียมปฏิบัติโจทก์จะชำระเงินบำเหน็จค่าฝากปลาทูนึ่งแก่จำเลยที่ ๑ ต่อเมื่อโจทก์นำปลาทูนึ่งออกจากห้องเย็นแล้ว

เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่า วันเกิดเหตุคงมีปลาทูนึ่งของโจทก์ฝากอยู่ในห้องเย็นของจำเลยที่ ๑ จึงฟังได้ว่าโจทก์ยังค้างชำระเงินบำเหน็จค่าฝากปลาทูนึ่งจำนวนดังกล่าว ซึ่งจำเลยที่ ๑ มีสิทธินำมาหักกลบลบหนี้กับค่าเสียหายของโจทก์ได้ แต่ตามคำให้การของจำเลยที่ ๑ มิได้แสดงเจตนาที่จะหักกลบลบหนี้แก่โจทก์ ทางนำสืบของจำเลยที่ ๑ ก็ปรากฏว่าเงินบำเหน็จค่าฝากทรัพย์ดังกล่าว ยังคงมีข้อโต้แย้งและเป็นจำนวนที่ไม่แน่นอน สิทธิเรียกร้องของจำเลยที่ ๑ ยังมีข้อต่อสู้อยู่ จึงไม่อาจนำมาหักกลบลบหนี้ ได้ ตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๓๔๒ วรรคหนึ่ง และมาตรา ๓๔๔ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค ๗ พิพากษาให้จำเลยที่ ๑ ชำระค่าเสียหายแก่โจทก์โดยมิได้หักกลบลบหนี้ค่าฝากทรัพย์แก่จำเลยที่ ๑ นั้นชอบแล้ว ฎีกาของจำเลยที่ ๑ ในข้อนี้ฟังไม่ขึ้น สรุปแล้ว โจทก์เสียหายจากค่าปลาทูนึ่ง ๔๐๐ หลัว และกำไรเป็นเงินจำนวน ๖๑๔,๗๙๗.๖๐ บาท เมื่อนำเงินค่า ขายซากปลาทูนึ่งจำนวน ๓๖,๔๑๓ บาท มาหักออกแล้วคงเหลือค่าเสียหายจำนวน ๕๗๘,๓๘๔.๖๐ บาท

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยที่ ๑ ชำระเงินจำนวน ๕๗๘,๓๘๔.๖๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๗.๕ ต่อปี นับแต่วันที่ ๑๖ พฤศจิกายน ๒๕๓๖ เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค ๗

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
จรูญวิทย์ ทองสอน · ไพศาล เจริญวุฒิ · วิชัย วิสิทธวงศ์
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดสมุทรสาคร - นายชัยยันต์ ขวัญสุวรรณ
ศาลอุทธรณ์ภาค 3 - นายทรงศิลป์ ธรรมรัตน์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4844/2545

การที่จำเลยจัดหาสถานที่รับฝากสินค้าให้โจทก์ในประเทศสหราชอาณาจักรและเรียกเก็บเงินค่าเก็บรักษาสินค้าจากโจทก์ในนามของจำเลยนั้น มิใช่เป็นการงานที่จำเลยทำให้เปล่าในฐานะที่จำเลยเป็นตัวแทนของโจทก์และตัวแทนขอ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 806/2505

โจทก์พ้นจากตำแหน่งนายกเทศมนตรี ฟ้องบังคับให้เทศบาลจำเลยจ่ายเงินเดือน ฯลฯ ซึ่งโจทก์มีสิทธิจะได้รับจำเลยให้การและแถลงว่า การที่ไม่จ่ายเงินตามฟ้อง เพราะโจทก์ยังเป็นลูกหนี้จำเลยอยู่ตามใบยืมโดยมีข้อสัญญากั…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 319/2568

พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ. 2483 เป็นกฎหมายที่มีลักษณะเป็นวิธีสบัญญัติ แม้จะมีบทบัญญัติกล่าวถึงการหักกลบลบหนี้ไว้ก็เป็นกรณีที่ต้องพิจารณาตามหลักเกณฑ์ทั่วไปใน ป.พ.พ. ว่าด้วยหักกลบลบหนี้ มาตรา 341 ถึงมาตรา 348…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2765/2559

ตามคำฟ้องเป็นการกล่าวอ้างให้จำเลยรับผิดชดใช้ค่าการงานที่โจทก์ได้ทำไปแล้วในฐานะที่จำเลยเป็นคู่สัญญากับโจทก์ ส่วนที่โจทก์บรรยายคำฟ้องว่า จำเลยซึ่งเป็นผู้รับจ้างบริหารจัดการเรือ อ. จากเจ้าของเรือทำสัญญาว…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 12164/2558

ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าเมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2543 จำเลยยื่นคำขอรับชำระหนี้ในการฟื้นฟูกิจการของบริษัท พ. (เจ้าหนี้รายที่ 131) จำนวน 5,067,601,483.97 บาท ผู้ทำแผนของบริษัท พ. โต้แย้งคำขอรับชำระหนี้ดังกล่า…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้