Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6038/2537

พ.ศ. 2537 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

แม้โจทก์จะได้ฟ้องจำเลยทั้งสองเป็นคดีอาญาฐานบุกรุกที่พิพาทซึ่งเป็นที่มี น.ส.3 ก. ขณะที่จำเลยทั้งสองปลูกบ้านอยู่ในที่พิพาทยังไม่เกิน 1 ปี และคดีอาญาดังกล่าวยังไม่เสร็จเด็ดขาด แต่เมื่อประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1375 ไม่ใช่อายุความฟ้องร้องจึงนำเรื่องอายุความสะดุดหยุดลงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 51 มาใช้บังคับไม่ได้

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ต้องฟ้องคดีเพื่อเอาคืนซึ่งการครอบครองที่พิพาทภายใน 1 ปี นับแต่เวลาถูกแย่งการครอบครองมิฉะนั้นหมดสิทธิฟ้องเรียกเอาคืนการครอบครองที่พิพาทโจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสองร่วมกันบุกรุกเข้าไปในที่ดินตามน.ส.3 ก. เลขที่ 4404 ของโจทก์ทั้งแปลงเพื่อเจตนาแย่งการครอบครองทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองและบริวารออกจากที่ดิน หนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.) เลขที่ 4404เลขที่ดิน 16 ตำบลบางระกำ อำเภอบางระกำ จังหวัดพิษณุโลกพร้อมให้รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกจากที่ดินดังกล่าวกับให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าเสียหายเป็นเงิน 42,240 บาท และค่าเสียหายในปีต่อไปอีกปีละ 42,240 บาท จนกว่าจำเลยทั้งสองและบริวารจะออกจากที่ดินของโจทก์จำเลยทั้งสองให้การและจำเลยที่ 1 ฟ้องแย้งว่า ที่ดินตามฟ้องจำเลยที่ 1 ครอบครองแต่เพียงผู้เดียว

ได้สิทธิครอบครองโดยชอบด้วยกฎหมายมา 15 ปีเศษ ก่อนที่โจทก์จะได้รับโอนทางทะเบียน โจทก์ไม่มีสิทธิฟ้องขับไล่เรียกค่าเสียหายจากจำเลยทั้งสอง และโจทก์นำคดีมาฟ้องเมื่อเกิน 1 ปี นับแต่จำเลยแย่งการครอบครอง ขอให้ยกฟ้องและจำเลยที่ 1 ฟ้องแย้งขอให้แสดงว่าจำเลยที่ 1 มีสิทธิครอบครองที่ดินตาม น.ส.3 ก. เลขที่ 4404 ตำบลบางระกำ อำเภอบางระกำจังหวัดพิษณุโลก ให้เพิกถอนชื่อโจทก์ออกจาก น.ส.3 ก. ดังกล่าวโจทก์ยื่นคำให้การแก้ฟ้องแย้งจำเลยว่า ที่พิพาทโจทก์ครอบครองทำประโยชน์ตลอดมา จำเลยที่ 1 และที่ 2 เพิ่งเข้ารบกวนการครอบครองที่พิพาทยังไม่ถึง 1 ปี ขอให้ยกฟ้องแย้งของจำเลยที่ 1ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษายกฟ้องโจทก์ ยกฟ้องแย้งจำเลยที่ 1โจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยทั้งสองและบริวารรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างและขนย้ายทรัพย์สินออกจากที่ดินตาม

น.ส.3 ก.เลขที่ 4404 ตำบลบางระกำ อำเภอบางระกำ จังหวัดพิษณุโลกของโจทก์และให้ร่วมกันใช้ค่าเสียหายปีละ 5,000 บาท นับจากปี 2530เป็นต้นไปจนกว่าจำเลยพร้อมบริวารจะออกจากบ้านที่พิพาท นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจำเลยทั้งสองฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ที่จำเลยทั้งสองฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายว่าโจทก์หมดสิทธิฟ้องเรียกเอาที่พิพาทคืนเพราะฟ้องเกิน 1 ปี แล้วและกำหนดระยะเวลาให้ฟ้องเรียกคืนการครอบครองตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1375 มิใช่อายุความจะนำประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 51 มาใช้ไม่ได้นั้น เห็นว่า

โจทก์ฟ้องจำเลยทั้งสองว่าร่วมกันบุกรุกเข้าไปในที่ดินของโจทก์เพื่อเจตนาแย่งการครอบครอง ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองออกจากที่พิพาทศาลอุทธรณ์ภาค 2 ฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยทั้งสองเข้าครอบครองปลูกบ้านอยู่ในที่พิพาทตั้งแต่วันที่ 21 มกราคม 2530 และปรากฏว่าโจทก์ฟ้องจำเลยทั้งสองเป็นคดีอาญาฐานบุกรุกที่พิพาทต่อศาลจังหวัดพิษณุโลกก่อนวันที่ 28 ตุลาคม 2530 จำเลยทั้งสองปลูกบ้านอยู่ในที่พิพาทยังไม่เกิน 1 ปี และขณะที่โจทก์ฟ้องคดีนี้คดีอาญายังไม่เสร็จเด็ดขาด อายุความจึงสะดุดหยุดลงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 51 วรรคสอง เห็นได้ว่า เรื่องที่โจทก์ฟ้องเป็นเรื่องที่ฟ้องเพื่อเอาคืนซึ่งการครอบครองที่พิพาทตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1375 ซึ่งไม่ใช่อายุความฟ้องร้องแล้วจะนำมาตรา 51 แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาใช้บังคับไม่ได้ โจทก์ต้องฟ้องคดีเพื่อเอาคืนซึ่งการครอบครองที่พิพาทตามบทบัญญัติดังกล่าวภายใน 1 ปี นับแต่เวลาถูกแย่งการครอบครองเมื่อปรากฏว่าจำเลยเข้าแย่งการครอบครองที่พิพาท ตั้งแต่วันที่21 มกราคม 2530

โจทก์ฟ้องคดีนี้เมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม 2531เกินกว่า 1 ปี แล้ว โจทก์จึงหมดสิทธิฟ้องเรียกเอาคืนการครอบครองที่พิพาทประเด็นเรื่องค่าเสียหายไม่จำเป็นต้องวินิจฉัยที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษามานั้นศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาจำเลยทั้งสองฟังขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
บุญศรี กอบบุญ · สละ เทศรำพรรณ · โกษา ปิยสิรานนท์
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8722/2561

โจทก์ฟ้องว่าโจทก์เป็นผู้มีสิทธิครอบครองในที่ดินพิพาท ต่อมาจำเลยทั้งสามบุกรุกเข้าไปล้อมรั้วและรื้อบ้านของโจทก์ซึ่งปลูกอยู่ในที่ดินพิพาท โจทก์ห้ามปรามแล้วแต่จำเลยทั้งสามไม่ฟัง ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5526/2537

กำหนดระยะเวลาการฟ้องคดีเพื่อเอาคืนซึ่งการครอบครองตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1375 วรรคสองไม่ถือว่าเป็นอายุความ ดังนั้นแม้จะได้มีการดำเนินคดีอาญาแก่จำเลย ก็จะนำประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 142/2498

กำหนดหนึ่งปีในการฟ้องคดีเพื่อเอาคืนซึ่งการครอบครองนั้นเป็นอายุความ ฉะนั้นเมื่อโจทก์ฟ้องคดีอาญาฐานบุกรุกไว้แล้ว แต่คดียังไม่ถึงที่สุดต่อมาโจทก์จึงได้ฟ้องคดีแพ่งอีกคดีหนึ่งเมื่อเกินหนึ่งปีนับจากวันบุกรุ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3685/2562

คดีก่อนที่ ช. ฟ้องโจทก์กับพวกเป็นจำเลยมีประเด็นพิพาทว่าที่ดินพิพาทเป็นของ ช. หรือไม่ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าที่ดินพิพาทมิใช่ของ ช. ระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ภาค 8 ช. ถึงแก่ความตาย จำเลยขอเข้าเป็นคู่ค…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1527/2562

เมื่อข้อตกลงตามกรมธรรม์ประกันภัย 2 ฉบับนี้เป็นสัญญาอนุญาโตตุลาการที่ผู้รับประกันภัยค้ำจุนทำกับผู้เอาประกันภัยให้สิทธิผู้มีสิทธิเรียกร้องซึ่งก็คือ ผู้เอาประกันภัย หรือบุคคลผู้ต้องเสียหายจากวินาศภัยมีสิ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้