Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6051/2534

พ.ศ. 2534 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยถูกศาลพิพากษาให้ล้มละลาย ทางสอบสวนของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ปรากฏว่าในระหว่างระยะเวลาภายหลังจากถูกฟ้องจำเลยได้ชำระหนี้เงินกู้ให้ผู้คัดค้านเป็นเงิน 520,000 บาท จำเลยยังคงค้างผู้คัดค้านอยู่อีก 681,279.40 บาท ผู้คัดค้านได้ยื่นคำขอรับชำระหนี้ที่เหลือดังกล่าว โดยขอให้ขายทรัพย์ที่จำนองเป็นประกันและขอรับชำระหนี้สำหรับจำนวนเงินที่ขาดอยู่ ดังนี้ การที่จำเลยชำระหนี้ให้แก่ผู้คัดค้านภายหลังถูกฟ้อง มีผลทำให้ผู้คัดค้านได้เปรียบแก่เจ้าหนี้อื่นของจำเลย เพราะหากผู้คัดค้านไม่ได้รับชำระหนี้จำนวน 520,000 บาทไปก่อน ผู้คัดค้านก็จะต้องยื่นคำขอรับชำระหนี้ได้เต็มจำนวนหนี้ โดยขอให้ขายทรัพย์ที่จำนองก่อนถ้าขายทรัพย์ที่จำนองได้เงินไม่ถึงจำนวนหนี้ทั้งหมด ผู้คัดค้านได้รับชำระหนี้จากเงินที่ขายทอดตลาดทรัพย์ที่จำนองนั้นก่อนส่วนหนี้ที่ยังขาดอยู่ผู้คัดค้านจะได้เพียงส่วนเฉลี่ยโดยเสมอภาคกับเจ้าหนี้อื่นของจำเลย ซึ่งเมื่อรวมกันแล้วผู้คัดค้านอาจจะได้รับชำระหนี้ไม่เต็มจำนวนหนี้ แต่การที่ผู้คัดค้านได้รับชำระหนี้ไปก่อนแล้วนำเอาหนี้ส่วนที่ขาดมาขอรับชำระหนี้ ถ้าขายทอดตลาดทรัพย์ที่จำนองได้เงินไม่ถึงจำนวนหนี้ทั้งหมดที่เป็นหนี้อยู่ ผู้คัดค้านจะได้รับชำระหนี้จากเงินที่ได้จากการขายทอดตลาดทรัพย์ที่จำนอง ซึ่งเมื่อรวมกับจำนวนเงินที่ได้รับชำระไปก่อนผู้คัดค้านอาจจะได้รับชำระหนี้เต็มตามจำนวนหนี้ จึงเป็นการได้เปรียบแก่เจ้าหนี้อื่นของจำเลย และเมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่าจำเลยมีเจ้าหนี้รวมเป็นจำนวนเงินถึง 12,378,335.11 บาท แต่มีทรัพย์สินเพียง 40,000 บาท แสดงว่าจำเลยมีทรัพย์สินไม่พอที่จะชำระหนี้ได้ทั้งหมด พฤติการณ์ที่จำเลยชำระเงินให้ผู้คัดค้านไปก่อน จึงเป็นการมุ่งหมายให้ผู้คัดค้านได้เปรียบแก่เจ้าหนี้อื่นของจำเลย ผู้คัดค้านจะได้รับชำระหนี้จากจำเลยที่ 3 โดยสุจริตดังอ้างหรือไม่ เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ก็เพิกถอนการชำระหนี้ดังกล่าวได้ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 115.

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้มีคำสั่งเพิกถอนการชำระหนี้ครั้งที่ 1 ถึงครั้งที่ 13 รวมจำนวน 520,000 บาทที่จำเลยที่ 3 ได้ชำระหนี้ให้แก่ผู้คัดค้าน ให้ผู้คัดค้านคืนเงินจำนวนดังกล่าวพร้อมด้วยดอกเบี้ยให้แก่กองทรัพย์สินของจำเลยที่ 3ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 115ผู้คัดค้าน ยื่นคำคัดค้านว่า กรณีไม่ต้องด้วยพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 115 ขอให้ยกคำร้องของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ผู้ร้องศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว มีคำสั่งให้เพิกถอนการชำระหนี้ระหว่างจำเลยที่ 3 และผู้คัดค้าน ให้ผู้คัดค้านคืนเงินจำนวน 520,000 บาทพร้อมดอกเบี้ยให้แก่กองทรัพย์สินของจำเลยที่ 3ผู้คัดค้านอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนผู้คัดค้านฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า

มีปัญหาที่จะวินิจฉัยว่าเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ผู้ร้องจะร้องขอให้เพิกถอนการชำระหนี้ระหว่างจำเลยที่ 3 กับผู้คัดค้านตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 115ได้หรือไม่ ปัญหานี้เห็นสมควรแยกวินิจฉัยในประการแรกคือ การที่จำเลยที่ 3 ชำระหนี้ให้ผู้คัดค้าน 13 ครั้ง รวมจำนวนเงิน 520,000 บาทดังกล่าวข้างต้น ทำให้ผู้คัดค้านได้เปรียบแก่เจ้าหนี้อื่นของจำเลยที่ 3 หรือไม่

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาเห็นว่า คดีนี้ผู้คัดค้านได้ยื่นคำขอรับชำระหนี้ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 96(3)โดยขอให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ขายทอดตลาดทรัพย์ของจำเลยที่ 3ที่จำนองเป็นหลักประกัน และขอรับชำระหนี้สำหรับจำนวนเงินที่ยังขาดอยู่ ถ้าผู้คัดค้านไม่ได้รับชำระหนี้จำนวนเงิน 520,000 บาทจากจำเลยที่ 3 ไปก่อน แม้ผู้คัดค้านจะยื่นคำขอรับชำระหนี้ได้เต็มจำนวนหนี้ที่จำเลยที่ 3 เป็นหนี้ผู้คัดค้าน ถ้าขายทรัพย์ที่จำนองได้เงินไม่ถึงจำนวนหนี้ทั้งหมดที่จำเลยที่ 3 เป็นหนี้ผู้คัดค้านเมื่อผู้คัดค้านได้รับชำระหนี้จากเงินที่ได้จากการขายทอดตลาดทรัพย์ที่จำนองแล้วหนี้ส่วนที่เหลือ ผู้คัดค้านจะได้รับชำระหนี้เพียงส่วนเฉลี่ยโดยเสมอภาคกับเจ้าหนี้อื่นของจำเลยที่ 3 รวมกันแล้วผู้คัดค้านจะได้รับชำระหนี้ไม่เต็มจำนวนหนี้ที่จำเลยที่ 3เป็นหนี้ผู้คัดค้าน แต่การที่ผู้คัดค้านได้รับชำระหนี้จากจำเลยที่ 3 ไปก่อนเป็นจำนวน 520,000 บาท แล้วนำเอาหนี้ส่วนที่เหลือจำนวน 681,279.40 บาท

มาขอรับชำระหนี้ ถ้าขายทอดตลาดทรัพย์ที่จำนองได้เงินไม่ถึงจำนวนหนี้ทั้งหมดที่จำเลยที่ 3 เป็นหนี้ผู้คัดค้าน เช่นขายได้เป็นจำนวนเงินเท่ากับหรือมากกว่าจำนวนหนี้ที่ผู้คัดค้านมาขอรับชำระหนี้ไปบ้าง ผู้คัดค้านจะได้รับชำระหนี้จากเงินที่ได้จากการขายทอดตลาดทรัพย์จำนองเท่าจำนวนเงินที่ขอรับชำระหนี้ ซึ่งเมื่อนำไปรวมกับจำนวนเงินที่ได้รับชำระจากจำเลยที่ 3 ไปก่อนแล้วเป็นจำนวนเงิน 520,000 บาท ผู้คัดค้านจะได้รับชำระหนี้เต็มตามจำนวนที่จำเลยที่ 3 เป็นหนี้ผู้คัดค้านซึ่งมากกว่ากรณีที่ไม่ได้รับชำระหนี้เป็นจำนวนเงิน 520,000 บาทไปจากจำเลยที่ 3 ก่อน จึงเห็นได้ว่าการที่จำเลยที่ 3 ชำระหนี้ให้ผู้คัดค้านไปก่อน 13 ครั้ง รวมเป็นจำนวนเงิน 520,000 บาทดังกล่าวแล้ว มีผลทำให้ผู้คัดค้านได้เปรียบแก่เจ้าหนี้อื่นของจำเลยที่ 3

อนึ่งที่ผู้คัดค้านฎีกาว่าทรัพย์ที่จำนองมีราคาเกินกว่าหนี้ทั้งหมดที่จำเลยที่ 3 เป็นหนี้ผู้คัดค้านการที่จำเลยที่ 3 ชำระหนี้ให้ผู้คัดค้านเป็นจำนวนเงิน 520,000 บาท จึงไม่ทำให้เจ้าหนี้อื่นเสียเปรียบนั้น เห็นว่าเป็นแต่เพียงการคาดคะเนของผู้คัดค้านว่าทรัพย์ที่จำนองมีราคาเพียงใด ไม่มีน้ำหนักให้ฟังได้ว่าทรัพย์ที่จำนองมีราคาถึงจำนวนเงินที่ผู้คัดค้านกล่าวอ้างในฎีกาดังกล่าว คงมีปัญหาที่จะวินิจฉัยต่อไปเพียงว่าการที่จำเลยที่ 3ชำระหนี้ให้ผู้คัดค้าน 13 ครั้ง รวมจำนวนเงิน 520,000 บาทเป็นการชำระหนี้โดยมุ่งหมายให้ผู้คัดค้านได้เปรียบแก่เจ้าหนี้อื่นหรือไม่

ศาลฎีกาเห็นว่า เมื่อศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้พิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยทั้งห้าเด็ดขาด มีเจ้าหนี้ที่ศาลอนุญาตให้ได้รับชำระหนี้แล้ว 6 ราย รวมเป็นจำนวนถึง 12,378,335.11 บาท แต่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์รวบรวมทรัพย์สินของจำเลยที่ 3 ได้เพียงประมาณ40,000 บาท แสดงว่าจำเลยที่ 3 มีทรัพย์สินไม่พอที่จะชำระหนี้ให้เจ้าหนี้ของจำเลยที่ 3 ได้ทั้งหมด การที่จำเลยที่ 3 ชำระหนี้ให้ผู้คัดค้านรวมจำนวนเงิน 520,000 บาท ดังกล่าว เป็นพฤติการณ์ที่เชื่อได้ว่าจำเลยที่ 3 ได้ชำระหนี้ให้ผู้คัดค้าน โดยมุ่งหมายให้ผู้คัดค้านได้เปรียบแก่เจ้าหนี้อื่นของจำเลยที่ 3 และด้วยเหตุดังวินิจฉัยแล้ว จึงเห็นได้ว่า ผู้คัดค้านจะได้รับชำระหนี้จากจำเลยที่ 3 โดยสุจริตดังที่ผู้คัดค้านกล่าวอ้างในฎีกาหรือไม่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ ผู้ร้องก็ร้องขอให้เพิกถอนการชำระหนี้ดังกล่าวได้ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 115ฎีกาของผู้คัดค้านฟังไม่ขึ้นพิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
พรชัย สมรรถเวช · สวิน อักขรายุธ · ยงยุทธ ธารีสาร
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2599/2525

เจ้าหนี้ขอรับชำระหนี้กู้ยืมเงินในฐานะเจ้าหนี้มีประกันได้ความว่าลูกหนี้ได้กู้เงินจากเจ้าหนี้โดยทำสัญญาจำนองที่ดินเป็นประกัน โดยทำสัญญาจำนองและรับเงินกันในระหว่างระยะเวลาสามเดือนก่อนมีการขอให้ลูกหนี้ล้ม…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 213/2567

การขอรับชำระหนี้นั้น เจ้าหนี้มีหน้าที่นำพยานมาให้การสอบสวนต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ว่า หนี้ที่ขอรับชำระหนี้นั้นมีอยู่จริงและลูกหนี้ต้องรับผิดชำระหนี้ดังกล่าว คดีนี้เจ้าหนี้ยื่นคำขอรับชำระหนี้ในมูลหน…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6390/2567

พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 97 มิได้ให้ความหมายของคำว่า "พลั้งเผลอ" ไว้ จึงต้องให้ความหมายของคำว่า "พลั้งเผลอ"ตามพจนานุกรม คือ ผิดพลาดเพราะหลงลืมไปชั่วขณะ ซึ่งความผิดพลาดเพราะหลงลืมไปชั่วขณะนั้น ถื…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2081/2567

ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้ผู้คัดค้านชำระหนี้ค่าใช้จ่ายที่ต้องชำระเพื่อการออกหนังสือรับรองการปลอดหนี้อันได้แก่ ค่าใช้จ่ายส่วนกลางและเงินเพิ่ม ตาม พ.ร.บ.อาคารชุด พ.ศ. 2522 มาตรา 18 วรรคสอง จากเงินที่ผู้คัดค…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1463/2567

ผู้ร้องยื่นคำร้องขอแก้ไขเพิ่มเติมคำขอรับชำระหนี้จากเจ้าหนี้ไม่มีประกันเป็นเจ้าหนี้มีประกันโดยขอเพิ่มเติมหลักประกันที่ดินโฉนดเลขที่ 12446 พร้อมสิ่งปลูกสร้าง อันเป็นการกล่าวอ้างว่าผู้ร้องซึ่งเป็นเจ้าหนี…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้