คำฟ้องและคำให้การ
ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 1705/2529บริษัทนำสินประกันภัย จำกัดโจทก์บริษัทกรุงเทพประกันภัย จำกัดจำเลยบริษัทกรุงเทพประกันภัย จำกัด จำเลยผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.พ. ม. 249ความว่า
ศาลฎีกาวินิจฉัย
จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า รับเฉพาะฎีกาข้อ 2 ซึ่งเป็นปัญหาข้อกฎหมายส่วนฎีกาข้อ 1 ไม่เป็นข้อที่ยกขึ้นว่ากล่าวกันมาแล้วในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ จึงไม่รับเป็นฎีกาจำเลยเห็นว่า ฎีกาข้อ 1 เป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายว่าค่าสินไหมทดแทนซึ่งโจทก์จ่ายให้จำเลย เป็นลาภมิควรได้ จะเรียกคืนได้หรือไม่ ซึ่งจำเลยได้ยกขึ้นเป็นข้อต่อสู้โจทก์มาตั้งแต่ศาลชั้นต้น ซึ่งศาลชั้นต้นมิได้วินิจฉัยว่าเหตุใดจึงไม่ใช่กรณีตามที่จำเลยกล่าวอ้าง และจำเลยได้อุทธรณ์ว่ากรณีดังกล่าวมิใช่ลาภมิควรได้อันจะต้องคืน เมื่อศาลชั้นต้นมิได้วินิจฉัยถึงเหตุผลจำเลยจึงมิอาจอุทธรณ์คัดค้านหรือโต้แย้งเหตุผลได้ แต่จำเลยก็ได้ยกขึ้นเป็นข้อต่อสู้ในชั้นอุทธรณ์ต่อไปว่ามิใช่ลาภมิควรได้อันต้องคืน แต่ศาลอุทธรณ์ก็มิได้วินิจฉัยถึงเหตุผล
เพียงแต่ว่าอุทธรณ์ของจำเลยฟังไม่ขึ้น ทั้งมิได้หักล้างเหตุผลของจำเลยจำเลยจึงฎีกาคัดค้านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ว่า กรณีมิใช่ลาภมิควรได้อันต้องคืน ฎีกาของจำเลยจึงไม่ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 แต่อย่างใดโปรดมีคำสั่งรับฎีกาของจำเลยหมายเหตุ โจทก์แถลงคัดค้าน (อันดับ 57)ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ให้จำเลยคืนเงิน 30,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับแต่วันที่ 17 กันยายน 2527จนกว่าจะชำระให้โจทก์ครบถ้วน แต่ดอกเบี้ยดังกล่าวคิดถึงวันฟ้องต้องไม่เกิน 93.75 บาทจำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 46)จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 50)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว จำเลยให้การว่า จำเลยไม่ต้องคืนเงินให้โจทก์โดยอ้างเหตุผลตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 409 แต่ฎีกาของจำเลยข้อ 1 กล่าวว่า
จำเลยไม่ต้องคืนเงินให้โจทก์โดยอ้างประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 407 กรณีจึงไม่เป็นข้อที่ได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ ที่ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาข้อ 1 ของจำเลยจึงชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง