Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2530 (เลขอ้างอิง 60759)

พ.ศ. 2530 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า เป็นฎีกาข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 จึงไม่รับจำเลยเห็นว่า ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลชั้นต้น ถือว่าเป็นการแก้ไขมากจำเลยจึงฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงได้ และฎีกาข้อ 4เป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายว่าศาลอุทธรณ์ปรับบทลงโทษจำเลยโดยมิได้นำบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 มาประกอบการพิจารณาเป็นการลงโทษจำเลยหนักไป โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยด้วยหมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 20)ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติมาตราชั่ง ตวง วัด พ.ศ. 2466 มาตรา 31,38 ฯลฯ ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 270,32,33 ฯลฯ ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 270ซึ่งเป็นบทหนัก เป็นความผิดต่างกรรมกันให้เรียงกระทงลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป ความผิดฐานมีเครื่องชั่งผิดอัตราจำคุก 2 เดือนปรับ 2,000 บาท ฐานใช้เครื่องชั่งผิดอัตรา จำคุก 6 เดือน ปรับ6,000 บาท รวมลงโทษจำคุก 8 เดือน ปรับ 8,000 บาท จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุกจำเลยมีกำหนด 4 เดือน และปรับ 4,000 บาท ไม่ปรากฏว่าจำเลยได้รับโทษจำคุกมาก่อน เพื่อให้โอกาสกลับตัว เห็นสมควรให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 ฯลฯศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ความผิดของจำเลยเป็นกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษบทหนักฐานใช้เครื่องชั่ง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 270 ประกอบมาตรา 90 จำคุก 3 เดือนโดยไม่ปรับและไม่รอการลงโทษ จำเลยให้การรับสารภาพมีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 1 เดือน 15 วัน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 19)จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 20)คำสั่งศาลชั้นต้นจำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับไม่เกิน 10,000 บาทรอการลงโทษจำคุก ศาลอุทธรณ์แก้เป็นไม่รอการลงโทษ การที่จำเลยฎีกาว่า กำหนดโทษจำเลยหนักเกินไป ควรนำบทมาตราของกฎหมายที่เกี่ยวกับการรอการลงโทษหรือรอการกำหนดโทษมาใช้ดุลพินิจรอการลงโทษให้จำเลยนั้น เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงเพราะการที่ศาลจะรอการลงโทษจำเลยหรือไม่ เป็นข้อเท็จจริงเกี่ยวกับดุลพินิจ จำเลยฎีกาโต้แย้งไม่ได้ ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 219แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (ฉบับที่ 8) พ.ศ. 2517 มาตรา 6ที่ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยชอบแล้วให้ยกคำร้อง

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 258/2530พนักงานอัยการประจำศาลจังหวัดขอนแก่น (อำเภอพลโจทก์นางประสาน รื่นถวิลจำเลยนางประสาน รื่นถวิล จำเลยผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.อ. ม. 219ความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า เป็นฎีกาข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 จึงไม่รับจำเลยเห็นว่า ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลชั้นต้น ถือว่าเป็นการแก้ไขมากจำเลยจึงฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงได้ และฎีกาข้อ 4เป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายว่าศาลอุทธรณ์ปรับบทลงโทษจำเลยโดยมิได้นำบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 มาประกอบการพิจารณาเป็นการลงโทษจำเลยหนักไป โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยด้วยหมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 20)ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติมาตราชั่ง ตวง วัด พ.ศ. 2466 มาตรา 31,38 ฯลฯ ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 270,32,33 ฯลฯ ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 270ซึ่งเป็นบทหนัก เป็นความผิดต่างกรรมกันให้เรียงกระทงลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป

ความผิดฐานมีเครื่องชั่งผิดอัตราจำคุก 2 เดือนปรับ 2,000 บาท ฐานใช้เครื่องชั่งผิดอัตรา จำคุก 6 เดือน ปรับ6,000 บาท รวมลงโทษจำคุก 8 เดือน ปรับ 8,000 บาท จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุกจำเลยมีกำหนด 4 เดือน และปรับ 4,000 บาท ไม่ปรากฏว่าจำเลยได้รับโทษจำคุกมาก่อน เพื่อให้โอกาสกลับตัว เห็นสมควรให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 ฯลฯศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ความผิดของจำเลยเป็นกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษบทหนักฐานใช้เครื่องชั่ง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 270 ประกอบมาตรา 90 จำคุก 3 เดือนโดยไม่ปรับและไม่รอการลงโทษ จำเลยให้การรับสารภาพมีเหตุบรรเทาโทษ

ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 1 เดือน 15 วัน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 19)จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 20)คำสั่งศาลชั้นต้นจำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับไม่เกิน 10,000 บาทรอการลงโทษจำคุก ศาลอุทธรณ์แก้เป็นไม่รอการลงโทษ การที่จำเลยฎีกาว่า กำหนดโทษจำเลยหนักเกินไป ควรนำบทมาตราของกฎหมายที่เกี่ยวกับการรอการลงโทษหรือรอการกำหนดโทษมาใช้ดุลพินิจรอการลงโทษให้จำเลยนั้น เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงเพราะการที่ศาลจะรอการลงโทษจำเลยหรือไม่ เป็นข้อเท็จจริงเกี่ยวกับดุลพินิจ

จำเลยฎีกาโต้แย้งไม่ได้ ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 219แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (ฉบับที่ 8) พ.ศ. 2517 มาตรา 6ที่ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยชอบแล้วให้ยกคำร้อง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
เฉลิม การปลื้มจิตต์ · วิฑูรย์ ตั้งตรงจิตต์ · ไมตรี กลั่นนุรักษ์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้