Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2559 (เลขอ้างอิง 607977)

พ.ศ. 2559 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ข้อบังคับของจำเลยที่ 1 ไม่ได้ระบุว่าการว่ากล่าวตักเตือนเป็นโทษผิดวินัย จึงถือไม่ได้ว่าคำสั่งว่ากล่าวตักเตือนของจำเลยที่ 1 เป็นการลงโทษโจทก์ทั้งสอง และหากโจทก์ทั้งสองจะถูกเลิกจ้างโดยไม่จ่ายค่าชดเชยเพราะกระทำการดังถูกว่ากล่าวตักเตือนมาแล้ว โจทก์ทั้งสองก็ยกเป็นข้อต่อสู้ได้ว่าคำสั่งว่ากล่าวตักเตือนเป็นการตักเตือนเป็นหนังสือที่ไม่ถูกต้อง การว่ากล่าวตักเตือนเช่นนี้จึงยังไม่โต้แย้งสิทธิโจทก์ทั้งสองตาม ป.วิ.พ. มาตรา 55 ประกอบ พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 31

คำฟ้องและคำให้การ

คดีทั้งสองสำนวนนี้ศาลแรงงานกลางให้รวมพิจารณาพิพากษาเป็นคดีเดียวกัน โดยให้เรียกโจทก์เรียงตามลำดับสำนวนว่าโจทก์ที่ 1 และโจทก์ที่ 2

โจทก์ทั้งสองฟ้องขอให้เพิกถอนคำสั่งองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ เขตการเดินรถที่ 2 ที่ 239/2556 เรื่องว่ากล่าวตักเตือนพนักงาน ลงวันที่ 16 กรกฎาคม 2556

จำเลยทั้งสองให้การขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลแรงงานกลางพิพากษายกฟ้อง

โจทก์ทั้งสองอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า ศาลแรงงานกลางฟังข้อเท็จจริงว่า โจทก์ทั้งสองเป็นลูกจ้างของจำเลยที่ 1 ตำแหน่งพนักงานขับรถยนต์โดยสารประจำทางปรับอากาศ จำเลยที่ 1 เป็นนิติบุคคลประเภทรัฐวิสาหกิจ ผู้อำนวยการเขตการเดินรถมีอำนาจหน้าที่ตามระเบียบ ข้อบังคับของจำเลยที่ 1 ตามคำสั่งองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ ที่ 212/2553 เรื่อง มอบอำนาจให้ผู้อำนวยการเขตการเดินรถ จำเลยที่ 2 เป็นผู้อำนวยการเขตการเดินรถที่ 2 โจทก์ทั้งสองขับรถยนต์โดยสารประจำทาง สาย 26 ขึ้นสะพานต่างระดับข้ามแยกกิโลเมตร 8 ถนนรามอินทรา อันเป็นการขัดคำสั่งของจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 1 มีคำสั่งองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ เขตการเดินรถที่ 2 ที่ 106/2555 เรื่อง แต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงและทางวินัยเป็นการถาวร และมีคำสั่งองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ

เขตการเดินรถที่ 2 ที่ 239/2556 ให้ว่ากล่าวตักเตือนโจทก์ทั้งสอง แล้ววินิจฉัยว่า คำสั่งว่ากล่าวตักเตือนโจทก์ทั้งสอง หามีผลเป็นการทำให้โจทก์เสียสิทธิ์แต่อย่างใด จึงถือไม่ได้ว่าเป็นการโต้แย้งสิทธิ์โจทก์ทั้งสอง อันจะทำให้โจทก์ทั้งสองมีสิทธินำคดีมาสู่ศาลขอเพิกถอนคำสั่งได้ โจทก์ทั้งสองจึงไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยทั้งสอง

มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์โจทก์ทั้งสองว่าโจทก์ทั้งสองมีอำนาจฟ้องให้ยกเลิกคำสั่งองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ เขตการเดินรถที่ 2 ที่ 239/2556 เรื่อง ว่ากล่าวตักเตือนพนักงานหรือไม่ เห็นว่า จำเลยที่ 1 มีคำสั่งทางวิทยุห้ามพนักงานขับรถยนต์โดยสารประจำทางนำรถยนต์โดยสารประจำทางขึ้นสะพานยกระดับข้ามแยกต่าง ๆ ยกเว้นกรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจอนุญาตหากตรวจพบหรือมีรายงานจะพิจารณาโทษทางวินัยต่อไป และโทษตามข้อบังคับจำเลยที่ 1 ฉบับที่ 46 ข้อ 7 ระบุว่า โทษผิดวินัยมี 5 สถาน คือ ไล่ออก ให้ออก ลดขั้นเงินเดือน ตัดเงินเดือน และภาคทัณฑ์ การว่ากล่าวตักเตือนมิได้มีระบุไว้ว่าเป็นโทษผิดวินัย จึงถือไม่ได้ว่าคำสั่งว่ากล่าวตักเตือนเป็นการลงโทษโจทก์ทั้งสอง และหากโจทก์ทั้งสองจะถูกเลิกจ้างโดยไม่จ่ายค่าชดเชยเพราะกระทำการดังถูกว่ากล่าวตักเตือนมาแล้ว

โจทก์ทั้งสองก็ยกเป็นข้อต่อสู้ได้ว่าคำสั่งว่ากล่าวตักเตือนเป็นการตักเตือนเป็นหนังสือที่ไม่ถูกต้อง การว่ากล่าวตักเตือนเช่นนี้จึงยังไม่โต้แย้งสิทธิโจทก์ทั้งสองตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 55 ประกอบพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 31 โจทก์ทั้งสองจึงไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยทั้งสองให้ยกเลิกคำสั่งองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ เขตการเดินรถที่ 2 ที่ 239/2556 เรื่อง ว่ากล่าวตักเตือนพนักงาน ที่ศาลแรงงานกลางมีคำพิพากษามานั้นศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย อุทธรณ์โจทก์ทั้งสองฟังไม่ขึ้น

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ทวีป ตันสวัสดิ์ · วิชัย เอื้ออังคณากุล · เกียรติพงศ์ อมาตยกุล
ศาลล่าง
ศาลแรงงานกลาง - นางศศิธร เพ็ชรคง
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
ร1199/2558
หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น
พ24/2557
หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น
พ593/2558
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้