Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 608/2502

พ.ศ. 2502 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ฟ้องเรียกบ้านพิพาทโดยอ้างกรรมสิทธิ์ตามพินัยกรรมของบิดาโจทก์ จำเลยต่อสู้ว่าได้ซื้อบ้านพิพาทไว้จากบิดาโจทก์ มิได้ต่อสู้อ้างเหตุว่าจำเลยเป็นภรรยาทายาทผู้รับมรดกของบิดาโจทก์อันเป็นประเด็นเกี่ยวกับอายุความฟ้องเกิน 1 ปี เช่นนี้ คดีไม่มีประเด็นที่จะต้องวินิจฉัยเกี่ยวกับอายุความมรดก เพราะคนภายนอกมายกอายุความมรดกต่อสู้ไม่ได้

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า บิดาโจทก์เช่าที่ดินราชพัสดุของกองรักษาที่หลวงกระทรวงการคลังปลูกบ้านอยู่ ๑ หลัง และได้ให้จำเลยที่ ๒ - ๓ - ๔ เข้าอยู่อาศัย บิดาโจทก์ได้ทำพินัยกรรมยกทรัพย์ให้โจทก์ต่อมาบิดาโจทก์ถึงแก่กรรม แต่จำเลยที่ ๑ ได้เอาที่พิพาทให้จำเลยที่ ๒ - ๓ เช่า โจทก์คัดค้านการเช่าไปยังจำเลยที่ ๑ เพื่อให้โจทก์เป็นผู้เช่า แต่จำเลยที่ ๑ ไม่ยอมเลิกสัญญากับจำเลยที่ ๒ - ๓ ขอให้เพิกถอนสัญญาเช่าที่ดินระหว่างจำเลยที่ ๑ กับจำเลยที่ ๒ - ๓ ให้จำเลยที่ ๑ ยอมให้โจทก์เป็นผู้เช่าแทน ให้แสดงว่าบ้านพิพาทเป็นของโจทก์ ขับไล่จำเลยที่ ๒-๓-๔ ออกไปและขอให้จำเลยที่ ๒ - ๓ - ๔ ใช้ค่าสินไหมทดแทนให้โจทก์รายเดือน ๆ ละ ๑,๐๐๐ บาท จากวันฟ้องจนกว่าจะออกไปจากบ้านโจทก์

จำเลยที่ ๒ - ๓ - ๔ ให้การว่า จำเลยซื้อบ้านพิพาทไว้จากบิดาโจทก์และครอบครองมากว่า ๑๐ ปีแล้ว บิดาโจทก์มีสติวิปลาศขณะทำพินัยกรรม การเช่าที่ดินทำโดยสุจริตฟ้องโจทก์ขาดอายุความมรดก และฟ้องแย้ง ขอให้แสดง ว่าบ้านพิพาทเป็นของจำเลย ห้ามโจทก์เกี่ยวข้อง และขอให้แสดงว่าสัญญาเช่าระหว่างจำเลยที่ ๑ กับจำเลยที่ ๒ - ๓ เป็นสัญญาที่สมบูรณ์ จำเลยที่ ๑ ให้การว่า สัญญาที่จำเลยที่ ๑ ทำกับจำเลยที่ ๒ - ๓ มีเงื่อนไขว่า หากจำเลยที่ ๒ - ๓ แพ้คดีเกี่ยวกับกรรมสิทธิ์บ้านพิพาทในที่เช่า ก็ยอมเลิกสัญญาเช่ากับจำเลยที่ ๑ โจทก์ขอถอนฟ้องสำหรับจำเลยที่ ๑ ศาลแพ่งพิจารณาแล้วเห็นว่า ข้อตัดฟ้องของจำเลยเรื่องอายุความนั้น คดีนี้ไม่ใช่เรื่องขอแบ่งมรดกของบิดาโจทก์

จะนำเอาอายุความมรดก ตาม ป.พ.พ. มาตรา ๑๗๕๔ มาใช้ไม่ได้ และวินิจฉัยว่า บิดาโจทก์ได้ทำพินัยกรรมยกทรัพย์ให้แก่โจทก์จริง ส่วนที่จำเลยนำสืบว่าพินัยกรรม ไม่สมบูรณ์ เพราะขณะทำพินัยกรรม บิดาโจทก์มีสติไม่ปรกตินั้น เป็นการนอกประเด็น เพราะประเด็นมีเพียงว่าได้ทำพินัยกรรมจริง หรือไม่เท่านั้น แต่ก็ฟังว่าขณะทำพินัยกรรมมีสติดี บ้านพิพาทเป็นของบิดาโจทก์มิได้ขายให้แก่จำเลยที่ ๓ - ๔ พิพากษาว่าบ้านพิพาทตกได้แก่โจทก์ตามพินัยกรรม ให้ขับไล่จำเลยและบริวารออกจากบ้านและที่ดินพิพาท ให้โจทก์เป็นผู้มีสิทธิเช่าที่ดินพิพาทจากจำเลยที่ ๑ และให้จำเลยใช้ค่าเสียหายให้แก่โจทก์เดือนละ ๒๐๐ บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่า จะออกจากบ้านพิพาท จำเลยที่ ๒ - ๓ - ๔ อุทธรณ์

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ ๒ - ๓ - ๔ ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งรับฎีกา เฉพาะปัญหาข้อกฎหมายเท่านั้น ศาลฎีกาพิจารณาแล้วจำเลยตัดฟ้องว่า ฟ้องโจทก์ขาดอายุความ เพราะโจทก์นำคดีมาฟ้องภายหลังบิดาโจทก์ตายเกินกว่า ๑ ปี นั้น

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาเห็นว่าคดีนี้โจทก์ฟ้องเรียกบ้านพิพาทโดยอ้างกรรมสิทธิ์ตามพินัยกรรมของบิดาโจทก์ จำเลยที่ ๓ - ๔ ต่อสู้ว่าได้ซื้อเรือนพิพาทไว้จากบิดาโจทก์ จำเลยมิได้ต่อสู้อ้างเหตุว่า จำเลยที่ ๒ เป็นภรรยาทายาทผู้รับมรดกของบิดาโจทก์อันเป็นประเด็นเกี่ยวกับอายุความฟ้องเกิน ๑ ปี ไว้ ณ ที่ ใดเลย เป็นแต่จำเลยต่อสู้ว่า ได้ซื้อเรือนพิพาทไว้จากบิดาโจทก์ เมื่อจำเลยมิได้ตั้งประเด็นมาดังนี้แล้ว แม้ความจะปรากฎในคำพยานหรือคำวินิจฉัยของศาลล่างตอนหนึ่งตอนใดก็ดี ก็เป็นเรื่องนอกฟ้องนอกประเด็นทั้งสิ้น ไม่เป็นโยชน์แก่คดีของจำเลยอย่างใดเลย เพราะคนภายนอกมายกอายุความมรดกต่อสู้ไม่ได้ ส่วนที่จำเลยอ้างว่าได้กรรมสิทธิ์ในบ้านพิพาทโดยครอบครองมาเกิน ๑๐ ปี นั้น

ศาลฎีกาเห็นว่า ตาม ป.วิ.พ. มาตรา ๒๔๗ ประกอบด้วย มาตรา ๒๓๘ ศาลฎีกาต้องฟังข้อเท็จจริงตามศาลชั้นต้น และศาลอุทธรณ์ว่าบ้านพิพาทเป็นกรรมสิทธิ์ของบิดาโจทก์ จำเลยเป็นผู้อาศัย ฎีกาจำเลยข้อนี้โต้แย้งข้อเท็จจริง ต้องห้ามตาม ป.วิ.พ. มาตรา ๒๔๘ ศาลฎีกาพิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
พิบูลย์ไอศวรรย์ · มนูภันย์วิมลสาร · ประศาสน์วินิจฉัย
ศาลล่าง
ศาลแพ่ง - นายมณี ชุติวงศ์
ศาลอุทธรณ์ - หลวงเจริญฤทธิศาสตร์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9992/2560

ป.พ.พ. มาตรา 1754 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "ห้ามมิให้ฟ้องคดีมรดกเมื่อพ้นกำหนดหนึ่งปี นับแต่เมื่อเจ้ามรดกตาย หรือนับแต่เมื่อทายาทโดยธรรมได้รู้ หรือควรได้รู้ถึงความตายของเจ้ามรดก" และวรรคสี่ บัญญัติว่า "ถึง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9193/2560

แม้โจทก์จะฟ้องคดีนี้โดยกล่าวอ้างข้อเท็จจริงขึ้นใหม่เป็นทำนองว่า ขอให้เพิกถอนนิติกรรม การจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงหุ้นส่วนและอำนาจของหุ้นส่วนผู้จัดการของห้างหุ้นส่วน แต่เหตุที่โจทก์อ้างเป็นหลักในคำฟ้องก็เป็…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7844/2557

โจทก์ทั้งสามและจำเลยที่ 2 ต่างเป็นทายาทโดยธรรมของ พ. เจ้ามรดกลำดับเดียวกัน ชอบที่จะได้รับส่วนแบ่งมรดกเท่ากัน ทั้งมีสิทธิและหน้าที่เกี่ยวกับการจัดการมรดกที่ยังไม่ได้แบ่งร่วมกันจนกว่าจะแบ่งมรดกแล้วเสร็จ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 454/2553

ประเด็นข้อพิพาทที่ศาลชั้นต้นกำหนดขึ้นใหม่ว่า โจทก์ที่ 1 มอบอำนาจให้โจทก์ที่ 2 ฟ้องคดีนี้หรือไม่ ถือเป็นการกำหนดประเด็นข้อพิพาทไปตามข้ออ้างข้อเถียงในคำฟ้องและคำให้การของจำเลยที่ 2 และที่ 3 เพราะประเด็น…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2434/2549

โจทก์เป็นบุตรของนาง ศ. จึงเป็นทายาทผู้มีสิทธิรับมรดกในที่ดินพิพาทส่วนของนาง ศ. เมื่อโจทก์ไปขอให้จำเลยดำเนินการแบ่งแยกที่ดินพิพาทแก่โจทก์แต่จำเลยเพิกเฉย ถือว่าจำเลยโต้แย้งสิทธิของโจทก์แล้ว โจทก์จึงมีอำ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้