คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ยื่นคำร้องขอให้ศาลชั้นต้นมีคำสั่งเรียกโฉนดที่ดินพิพาทจากผู้ร้องเพื่อนำไปจดทะเบียนตามคำพิพากษาผู้ร้องคัดค้านว่า ขณะนี้ผู้ร้องได้ฟ้องนายพร สิทธิอำนวยและจำเลยต่อศาลชั้นต้นเพื่อบังคับจำนองจึงไม่อาจส่งโฉนดที่ดินพิพาทให้แก่ศาลได้ศาลชั้นต้นเห็นว่าผู้ร้องยื่นฟ้องบังคับจำนองแก่จำเลยหากโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์ จะทำให้ผู้ร้องเสียหายต้องยื่นฟ้องบังคับจำนองใหม่ เมื่อเป็นเช่นนี้เห็นสมควรให้รอการส่งโฉนดที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์ไว้ก่อนจนกว่าคดีจะถึงที่สุดแล้วจะพิจารณาสั่งต่อไป
คำพิพากษาศาลล่าง
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
ศาลฎีกาวินิจฉัย
โจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ปรากฏว่าคดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่ 5393 พร้อมสิ่งปลูกสร้างบนที่ดินดังกล่าวตามฟ้องแก่โจทก์ โจทก์ขอให้ศาลมีคำสั่งให้ผู้ร้องส่งมอบโฉนดที่ดินนั้นเพื่อดำเนินการให้เป็นไปตามคำพิพากษา ผู้ร้องอ้างว่าผู้ร้องกำลังฟ้องบังคับจำนองที่ดินแปลงดังกล่าวเอาแก่จำเลยในคดีนี้อยู่ ไม่ยอมส่งมอบโฉนดที่ดินดังกล่าวต่อศาล เห็นว่าตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 702 วรรคสอง บัญญัติว่าผู้รับจำนองชอบที่จะได้รับชำระหนี้จากทรัพย์สินที่จำนองก่อนเจ้าหนี้สามัญ มิพักต้องพิเคราะห์ว่ากรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินจะได้โอนไปยังบุคคลภายนอกแล้วหรือหาไม่ ดังนั้น แม้ที่ดินดังกล่าวจะโอนกรรมสิทธิ์ไปยังโจทก์ สิทธิของผู้ร้องในฐานะผู้รับจำนองก็ยังคงมีอยู่ตามเดิม ส่วนวิธีการที่จะบังคับจำนองเอาแก่ที่ดินแปลงนี้ย่อมเป็นไปตามที่กฎหมายกำหนดไม่เป็นการเสื่อมเสียแก่สิทธิของผู้ร้องแต่อย่างใด ที่ศาลล่างทั้งสองสั่งให้รอการส่งมอบโฉนดที่ดินพิพาทให้โจทก์ไว้ก่อน ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย"
ผลคำพิพากษา
พิพากษากลับ ให้ผู้ร้องส่งมอบโฉนดที่ดินเลขที่ 5393ตำบลทุ่งมหาเมฆ อำเภอยานนาวา จังหวัดกรุงเทพมหานคร ต่อศาล