Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2530 (เลขอ้างอิง 60824)

พ.ศ. 2530 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า คดีนี้ศาลอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ให้จำเลยฟังวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2530 ครบกำหนดยื่นฎีกาวันที่ 17 มีนาคม 2530 แต่จำเลยมายื่นในวันที่ 18 จึงเกินกำหนดตามกฎหมาย จึงมีคำสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยจำเลยเห็นว่า ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 216บัญญัติให้ยื่นฎีกาภายในกำหนด 1 เดือน ซึ่งตามหลักสากลถือว่ามี30 วัน จากวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2530 ถึงวันที่ 18 มีนาคม 2530 มีระยะเวลา 30 วัน ฉะนั้น เมื่อจำเลยยื่นฎีกาภายใน 30 วันเช่นนี้แล้วก็ต้องถือว่าจำเลยยื่นฎีกาภายในกำหนด นอกจากนั้น จำเลยยังเห็นว่าศาลชั้นต้นหามีอำนาจพิจารณาสั่งไม่รับฎีกาของจำเลย แม้ว่าจำเลยจะยื่นฎีกาภายในกำหนดหรือไม่ก็ตาม หน้าที่ของศาลชั้นต้นก็เพียงแต่รวบรวมฎีกาส่งไปยังศาลฎีกาเท่านั้น คำสั่งของศาลชั้นต้นจึงไม่ชอบด้วยกระบวนพิจารณา โปรดมีคำสั่งรับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาพิพากษาต่อไปหมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 40)ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 4,7,8,15,67,102 ฯลฯจำคุก 1 ปี เพิ่มโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 92 หนึ่งในสามรวมจำคุก 1 ปี 4 เดือน ฯลฯศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ให้จำเลยฟังเมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2530จำเลยยื่นฎีกาวันที่ 18 มีนาคม 2530 ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว (อันดับ 38)จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 40)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 216 คู่ความมีอำนาจฎีกาคัดค้านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภายในหนึ่งเดือนมิใช่สามสิบวัน การนับระยะเวลาหนึ่งเดือนจึงต้องนับตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 158,159 ซึ่งมิให้นับวันแรกแห่งระยะเวลาที่นับเป็นเดือนรวมคำนวณเข้าด้วย และระยะเวลาสิ้นสุดลงในวันก่อนหน้าจะถึงวันตรงกับวันเริ่มระยะเวลานั้นคดีนี้ศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ให้จำเลยฟังเมื่อวันที่ 17กุมภาพันธ์ 2530 วันเริ่มระยะจึงตรงกับวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2530และสิ้นสุดระยะเวลาหนึ่งเดือน ในวันที่ 17 มีนาคม 2530 จำเลยมายื่นฎีกาเมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2530 จึงพ้นกำหนดฎีกาแล้ว และศาลชั้นต้นมีหน้าที่ตรวจฎีกาว่า ควรจะรับส่งขึ้นไปยังศาลฎีกาหรือไม่ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 223 การที่ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยจึงชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 543/2530พนักงานอัยการจังหวัดนนทบุรีโจทก์นักโทษชายฉัตรชัย สิงห์แก้วจำเลยนักโทษชายฉัตรชัย สิงห์แก้ว จำเลยผู้ยื่นคำร้อง ป.พ.พ. ม. 158, ม. 159 ป.วิ.อ. ม. 216, ม. 223ความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า คดีนี้ศาลอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ให้จำเลยฟังวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2530 ครบกำหนดยื่นฎีกาวันที่ 17 มีนาคม 2530 แต่จำเลยมายื่นในวันที่ 18 จึงเกินกำหนดตามกฎหมาย จึงมีคำสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยจำเลยเห็นว่า ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 216บัญญัติให้ยื่นฎีกาภายในกำหนด 1 เดือน ซึ่งตามหลักสากลถือว่ามี30 วัน จากวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2530 ถึงวันที่ 18 มีนาคม 2530 มีระยะเวลา 30 วัน ฉะนั้น เมื่อจำเลยยื่นฎีกาภายใน 30 วันเช่นนี้แล้วก็ต้องถือว่าจำเลยยื่นฎีกาภายในกำหนด นอกจากนั้น จำเลยยังเห็นว่าศาลชั้นต้นหามีอำนาจพิจารณาสั่งไม่รับฎีกาของจำเลย แม้ว่าจำเลยจะยื่นฎีกาภายในกำหนดหรือไม่ก็ตาม

หน้าที่ของศาลชั้นต้นก็เพียงแต่รวบรวมฎีกาส่งไปยังศาลฎีกาเท่านั้น คำสั่งของศาลชั้นต้นจึงไม่ชอบด้วยกระบวนพิจารณา โปรดมีคำสั่งรับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาพิพากษาต่อไปหมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 40)ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 4,7,8,15,67,102 ฯลฯจำคุก 1 ปี เพิ่มโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 92 หนึ่งในสามรวมจำคุก 1 ปี 4 เดือน ฯลฯศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ให้จำเลยฟังเมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2530จำเลยยื่นฎีกาวันที่ 18 มีนาคม 2530 ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว (อันดับ 38)จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 40)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 216 คู่ความมีอำนาจฎีกาคัดค้านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภายในหนึ่งเดือนมิใช่สามสิบวัน

การนับระยะเวลาหนึ่งเดือนจึงต้องนับตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 158,159 ซึ่งมิให้นับวันแรกแห่งระยะเวลาที่นับเป็นเดือนรวมคำนวณเข้าด้วย และระยะเวลาสิ้นสุดลงในวันก่อนหน้าจะถึงวันตรงกับวันเริ่มระยะเวลานั้นคดีนี้ศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ให้จำเลยฟังเมื่อวันที่ 17กุมภาพันธ์ 2530 วันเริ่มระยะจึงตรงกับวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2530และสิ้นสุดระยะเวลาหนึ่งเดือน ในวันที่ 17 มีนาคม 2530 จำเลยมายื่นฎีกาเมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2530 จึงพ้นกำหนดฎีกาแล้ว และศาลชั้นต้นมีหน้าที่ตรวจฎีกาว่า ควรจะรับส่งขึ้นไปยังศาลฎีกาหรือไม่ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 223 การที่ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยจึงชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
อำนวย เปล่งวิทยา · สุชาติ จิวะชาติ · เสรี แสงศิลป์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้