Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2530 (เลขอ้างอิง 60922)

พ.ศ. 2530 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า จำเลยที่ 2 ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาของจำเลยต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 219 มีคำสั่งไม่รับฎีกาจำเลยที่ 2 เห็นว่า ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 219นั้นประสงค์จะไม่ให้คู่ความฎีกาเฉพาะในกรณีที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาให้ลงโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ทั้งสองศาลเท่านั้น และการจำคุกต้องเป็นการจำคุกจริงโดยไม่มีการรอการลงโทษ การที่ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยจำเลย 4 เดือนและปรับ 5,000 บาท แต่โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 1 ปี และต่อมาศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่าโทษจำคุกไม่รอการลงโทษ และไม่ปรับจำเลยที่ 2 นั้น ย่อมไม่อยู่ในบังคับของประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 219 จำเลยจึงมีสิทธิฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงได้ โปรดรับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาพิพากษาต่อไปหมายเหตุ โจทก์ยังไม่ได้รับสำเนาคำร้องโจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยที่ 1 ที่ 2 ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2497 มาตรา 3 และประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีโจทก์มีมูล มีคำสั่งให้ประทับฟ้องไว้พิจารณาศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2497 มาตรา 3 และประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 ลงโทษปรับจำเลยที่ 1 เป็นเงิน10,000 บาท ลงโทษจำคุกจำเลยที่ 2 มีกำหนด 8 เดือน และปรับ10,000 บาท จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งลดลงโทษปรับจำเลยที่ 1 เป็นเงิน 5,000 บาท ลงโทษจำคุกจำเลยที่ 2มีกำหนด 4 เดือน และปรับ 5,000 บาท จำเลยที่ 2 ไม่เคยกระทำความผิดมาก่อนและได้พยายามบรรเทาผลร้ายด้วยการขอผ่อนชำระเงินให้โจทก์แล้วโทษจำคุกจึงให้รอไว้ 1 ปี ไม่ชำระค่าปรับให้บังคับตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29,30ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ไม่รอการลงโทษและไม่ปรับจำเลยที่ 2 นอกจากที่แก้ให้คงเป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจำเลยที่ 2 ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว(อันดับ 48)จำเลยที่ 2 จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 51)คำสั่งคดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยที่ 2 ไม่เกินหนึ่งปีและปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท โทษจำคุกให้รอไว้มีกำหนดหนึ่งปีแม้ศาลอุทธรณ์จะพิพากษาแก้โทษเป็นว่าไม่รอการลงโทษและไม่ปรับอันเป็นการแก้ไขมากก็ตาม แต่ก็ยังคงลงโทษไม่เกินกำหนดที่ว่ามานี้จึงต้องห้ามมิให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 219 ที่จำเลยที่ 2 ฎีกาขอให้ลงโทษตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นโดยอ้างเหตุผลหลายประการเกี่ยวกับดุลพินิจในการกำหนดโทษนั้นเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงทั้งสิ้น ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 683/2530นางสาวหรรษา คติวิวัฒน์วรวุฒิโจทก์ห้างหุ้นส่วนจำกัดมหรรณพ อิมปอร์ต เอ็กซปอร์ต กับพวกจำเลยนายสมนึก พัฒนกิจเจริญ จำเลยที่ 2ผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.อ. ม. 219ความว่า จำเลยที่ 2 ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาของจำเลยต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 219 มีคำสั่งไม่รับฎีกาจำเลยที่ 2 เห็นว่า ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 219นั้นประสงค์จะไม่ให้คู่ความฎีกาเฉพาะในกรณีที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาให้ลงโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ทั้งสองศาลเท่านั้น และการจำคุกต้องเป็นการจำคุกจริงโดยไม่มีการรอการลงโทษ

การที่ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยจำเลย 4 เดือนและปรับ 5,000 บาท แต่โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 1 ปี และต่อมาศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่าโทษจำคุกไม่รอการลงโทษ และไม่ปรับจำเลยที่ 2 นั้น ย่อมไม่อยู่ในบังคับของประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 219 จำเลยจึงมีสิทธิฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงได้ โปรดรับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาพิพากษาต่อไปหมายเหตุ โจทก์ยังไม่ได้รับสำเนาคำร้องโจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยที่ 1 ที่ 2 ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2497 มาตรา 3 และประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีโจทก์มีมูล มีคำสั่งให้ประทับฟ้องไว้พิจารณาศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2497 มาตรา 3 และประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 ลงโทษปรับจำเลยที่ 1 เป็นเงิน10,000 บาท ลงโทษจำคุกจำเลยที่ 2 มีกำหนด 8 เดือน และปรับ10,000 บาท

จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งลดลงโทษปรับจำเลยที่ 1 เป็นเงิน 5,000 บาท ลงโทษจำคุกจำเลยที่ 2มีกำหนด 4 เดือน และปรับ 5,000 บาท จำเลยที่ 2 ไม่เคยกระทำความผิดมาก่อนและได้พยายามบรรเทาผลร้ายด้วยการขอผ่อนชำระเงินให้โจทก์แล้วโทษจำคุกจึงให้รอไว้ 1 ปี ไม่ชำระค่าปรับให้บังคับตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29,30ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ไม่รอการลงโทษและไม่ปรับจำเลยที่ 2 นอกจากที่แก้ให้คงเป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจำเลยที่ 2 ฎีกา

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว(อันดับ 48)จำเลยที่ 2 จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 51)คำสั่งคดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยที่ 2 ไม่เกินหนึ่งปีและปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท โทษจำคุกให้รอไว้มีกำหนดหนึ่งปีแม้ศาลอุทธรณ์จะพิพากษาแก้โทษเป็นว่าไม่รอการลงโทษและไม่ปรับอันเป็นการแก้ไขมากก็ตาม แต่ก็ยังคงลงโทษไม่เกินกำหนดที่ว่ามานี้จึงต้องห้ามมิให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 219 ที่จำเลยที่ 2 ฎีกาขอให้ลงโทษตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นโดยอ้างเหตุผลหลายประการเกี่ยวกับดุลพินิจในการกำหนดโทษนั้นเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงทั้งสิ้น ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สีนวล คงลาภ · มาโนช เพียรสนอง · สุพจน์ นาถะพินธุ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4292/2567

คดีนี้ศาลชั้นต้นลงโทษกักขังจำเลยแทนโทษจำคุกและศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน คดีจึงต้องห้ามมิให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 219 ตรี ประกอบ พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 781/2567

คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยทั้งสองคนละ 1 เดือน 10 วัน แต่ให้เปลี่ยนโทษจำคุกเป็นกักขังแทน มีกำหนด 1 เดือน 10 วัน ศาลอุทธรณ์ภาค 5 เพียงแต่พิพากษาแก้ในส่วนกำหนดเวลาที่ให้พักใช้ใบอนุญาตขับขี่ขอ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1230/2566

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามฟ้อง ลงโทษหลังลดโทษแล้วจำคุก 3 เดือน เปลี่ยนโทษจำคุกเป็นกักขังแทน ศาลอุทธรณ์ภาค 2 ลงโทษหลังลดโทษแล้วจำคุก 1 เดือน 15 วัน เปลี่ยนโทษจำคุกเป็นกักขังแทนเช่นกัน จึงต้อ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 340/2566

คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยทั้งห้าคนละ 1 เดือน 15 วัน ให้เปลี่ยนโทษจำคุกเป็นกักขังจำเลยที่ 2 ถึงที่ 5 คนละ 1 เดือน 15 วัน ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษาแก้เป็นว่าให้ลงโทษปรับจำเลยที่ 5 อีกสถานหนึ่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3307/2566

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามฟ้อง ให้เปลี่ยนโทษจำคุกเป็นกักขังแทน ศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษาไม่เปลี่ยนโทษจำคุกเป็นกักขังแทน แต่ยังพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามฟ้อง คำพิพากษาศาลอุทธรณ์จึงเป็นพิพากษาแก…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้