Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2530 (เลขอ้างอิง 60934)

พ.ศ. 2530 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า จำเลยอุทธรณ์ ศาลแรงงานกลางสั่งว่า อุทธรณ์ของจำเลยเป็นอุทธรณ์ข้อเท็จจริง จึงไม่รับจำเลยเห็นว่า จำเลยอุทธรณ์ในประเด็นที่ว่า จำเลยเลิกจ้างโจทก์เข้าข้อยกเว้นตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องคุ้มครองแรงงาน ข้อ 47(2) หรือ (3) หรือไม่ จำเลยต้องจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าให้โจทก์หรือไม่ และจำเลยต้องจ่ายค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนให้โจทก์หรือไม่ ซึ่งเป็นอุทธรณ์ในปัญหาข้อกฎหมายไม่ต้องห้ามอุทธรณ์ โปรดมีคำสั่งกลับคำสั่งของศาลแรงงานกลาง ให้รับอุทธรณ์ของจำเลยในประเด็นดังกล่าวหมายเหตุ ทนายโจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว ยื่นคำร้องคัดค้าน(อันดับ 81 แผ่นที่ 2,82)ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยจ่ายค่าชดเชย 63,660 บาทพร้อมดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันเลิกจ้าง(13 มกราคม 2529) เป็นต้นไปจนกว่าชำระเสร็จให้โจทก์ ให้จำเลยจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า และค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปีรวม 17,329 บาทพร้อมดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันฟ้องเป็นต้นไป(15 กรกฎาคม 2529) จนกว่าชำระเสร็จให้โจทก์ คำขอของโจทก์นอกเหนือจากนี้ให้ยกจำเลยอุทธรณ์ ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ดังกล่าว(อันดับ 74)จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 78)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว จำเลยอุทธรณ์ว่าจำเลยไม่ต้องรับผิดจ่ายค่าชดเชยค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปี และสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า ให้แก่โจทก์โดยอุทธรณ์เป็นใจความว่า จำเลยมีพยานบุคคลและพยานเอกสารยืนยันว่าโจทก์จงใจทำให้จำเลยได้รับความเสียหายตามประกาศกระทรวงมหาดไทยเรื่องการคุ้มครองแรงงาน ข้อ 47(2)ประการหนึ่ง และคำเบิกความของพยานจำเลยและพยานเอกสารแสดงให้เห็นว่าโจทก์ปิดบัญชีไม่ทันกำหนดเป็นประจำ ผู้บังคับบัญชาตักเตือน และให้ทำทัณฑ์บนแล้ว โจทก์ก็ยังปฏิบัติเช่นเดิม เป็นการฝ่าฝืนระเบียบเกี่ยวกับการทำงานตามประกาศกระทรวงมหาดไทยเรื่องการคุ้มครองแรงงานข้อ 47(3) ทั้งละเลยไม่นำพาต่อคำสั่งของนายจ้างเป็นอาจิณ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 583 อีกประการหนึ่ง ซึ่งในปัญหาตามอุทธรณ์ดังกล่าวศาลแรงงานกลางได้วินิจฉัยถึงสาเหตุแห่งการเลิกจ้างว่าตามทางนำสืบพยานของทั้งสองฝ่ายไม่ปรากฏว่าโจทก์จงใจทำให้จำเลยได้รับความเสียหาย และพยานฝ่ายจำเลยมีน้ำหนักน้อยฟังไม่ได้ว่าโจทก์มีเจตนาฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับหรือคำสั่งของผู้บังคับบัญชา เช่นนี้ อุทธรณ์ของจำเลยทุกข้อจึงเป็นอุทธรณ์โต้เถียงดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาลแรงงานกลาง ซึ่งฟังเป็นยุติแล้วหรือนำไปสู่ปัญหาข้อกฎหมายจึงเป็นอุทธรณ์ในข้อเท็จจริง ต้องห้ามอุทธรณ์ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 54 ที่ศาลแรงงานกลางไม่รับอุทธรณ์ชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 54

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 760/2530นายสุดธนู เชยสุวรรณโจทก์การสื่อสารแห่งประเทศไทยจำเลยการสื่อสารแห่งประเทศไทย จำเลยผู้ยื่นคำร้อง พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 ม. 54ความว่า

คำพิพากษาศาลล่าง

จำเลยอุทธรณ์ ศาลแรงงานกลางสั่งว่า อุทธรณ์ของจำเลยเป็นอุทธรณ์ข้อเท็จจริง จึงไม่รับจำเลยเห็นว่า

จำเลยอุทธรณ์ในประเด็นที่ว่า จำเลยเลิกจ้างโจทก์เข้าข้อยกเว้นตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องคุ้มครองแรงงาน ข้อ 47(2) หรือ (3) หรือไม่ จำเลยต้องจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าให้โจทก์หรือไม่ และจำเลยต้องจ่ายค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนให้โจทก์หรือไม่ ซึ่งเป็นอุทธรณ์ในปัญหาข้อกฎหมายไม่ต้องห้ามอุทธรณ์ โปรดมีคำสั่งกลับคำสั่งของศาลแรงงานกลาง ให้รับอุทธรณ์ของจำเลยในประเด็นดังกล่าวหมายเหตุ ทนายโจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว ยื่นคำร้องคัดค้าน(อันดับ 81 แผ่นที่ 2,82)

ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยจ่ายค่าชดเชย 63,660 บาทพร้อมดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันเลิกจ้าง(13 มกราคม 2529) เป็นต้นไปจนกว่าชำระเสร็จให้โจทก์ ให้จำเลยจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า และค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปีรวม 17,329 บาทพร้อมดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันฟ้องเป็นต้นไป(15 กรกฎาคม 2529) จนกว่าชำระเสร็จให้โจทก์ คำขอของโจทก์นอกเหนือจากนี้ให้ยกจำเลยอุทธรณ์

ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ดังกล่าว(อันดับ 74)จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 78)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว

จำเลยอุทธรณ์ว่าจำเลยไม่ต้องรับผิดจ่ายค่าชดเชยค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปี และสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า ให้แก่โจทก์โดยอุทธรณ์เป็นใจความว่า จำเลยมีพยานบุคคลและพยานเอกสารยืนยันว่าโจทก์จงใจทำให้จำเลยได้รับความเสียหายตามประกาศกระทรวงมหาดไทยเรื่องการคุ้มครองแรงงาน ข้อ 47(2)ประการหนึ่ง และคำเบิกความของพยานจำเลยและพยานเอกสารแสดงให้เห็นว่าโจทก์ปิดบัญชีไม่ทันกำหนดเป็นประจำ ผู้บังคับบัญชาตักเตือน และให้ทำทัณฑ์บนแล้ว โจทก์ก็ยังปฏิบัติเช่นเดิม เป็นการฝ่าฝืนระเบียบเกี่ยวกับการทำงานตามประกาศกระทรวงมหาดไทยเรื่องการคุ้มครองแรงงานข้อ 47(3) ทั้งละเลยไม่นำพาต่อคำสั่งของนายจ้างเป็นอาจิณ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 583 อีกประการหนึ่ง ซึ่งในปัญหาตามอุทธรณ์ดังกล่าวศาลแรงงานกลางได้วินิจฉัยถึงสาเหตุแห่งการเลิกจ้างว่าตามทางนำสืบพยานของทั้งสองฝ่ายไม่ปรากฏว่าโจทก์จงใจทำให้จำเลยได้รับความเสียหาย และพยานฝ่ายจำเลยมีน้ำหนักน้อยฟังไม่ได้ว่าโจทก์มีเจตนาฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับหรือคำสั่งของผู้บังคับบัญชา

เช่นนี้ อุทธรณ์ของจำเลยทุกข้อจึงเป็นอุทธรณ์โต้เถียงดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาลแรงงานกลาง ซึ่งฟังเป็นยุติแล้วหรือนำไปสู่ปัญหาข้อกฎหมายจึงเป็นอุทธรณ์ในข้อเท็จจริง ต้องห้ามอุทธรณ์ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 54 ที่ศาลแรงงานกลางไม่รับอุทธรณ์ชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สีนวล คงลาภ · จุนท์ จันทรวงศ์ · สุพจน์ นาถะพินธุ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 757/2567

เงินทดแทนค่าบริการทางการแพทย์ที่โจทก์เรียกร้องจากจำเลยที่ 1 เป็นหนี้เงินอย่างหนึ่ง จำเลยที่ 1 จึงต้องรับผิดชำระดอกเบี้ยในระหว่างผิดนัดให้แก่โจทก์ ซึ่งตาม ป.พ.พ. มาตรา 204 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "ถ้าหนี้…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6067/2567

แม้คดีนี้จำเลยจะให้การต่อสู้เรื่องอำนาจฟ้องไว้ในคำให้การเพียงประการเดียวว่า โจทก์ยื่นคำฟ้องเกินระยะเวลาที่ พ.ร.บ.เงินทดแทน พ.ศ. 2537 กำหนดไว้ โดยมิได้ให้การต่อสู้ไว้ด้วยว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องเนื่องจา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3529/2565

การนำบทบัญญัติแห่งกฎหมายใดมาใช้บังคับแก่คดี เป็นปัญหาข้อกฎหมายสำคัญที่ศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษควรวินิจฉัยให้ เมื่อคดีขึ้นสู่ศาลฎีกาโดยมีข้อเท็จจริงเพียงพอที่ศาลฎีกาจะวินิจฉัยในปัญหาตามอุทธรณ์ของโจทก์ดั…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3100/2563

ในการพิจารณาพิพากษาคดีของศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษจะต้องถือตามข้อเท็จจริงที่ศาลแรงงานกลางได้วินิจฉัยมาตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 56 วรรคสอง คดีนี้ข้อเท็จจริงได้ความ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 643/2563

จำเลยกับผู้เสียหายที่ 2 อยู่กินฉันสามีภริยาและมีบุตรด้วยกัน เพิ่งเลิกคบหากันก่อนเกิดเหตุเพียงหนึ่งเดือน ความสัมพันธ์ยังคงมีอยู่ไม่ถึงกับตัดขาดทีเดียว การที่จำเลยขับรถจักรยานยนต์ตามหาผู้เสียหายที่ 2 ใน…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้