คำฟ้องและคำให้การ
ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 832/2530ธนาคารนครหลวงไทย จำกัดโจทก์ห้างหุ้นส่วนจำกัด บางกอกอีเลคโทรนิคและโทรคมนาคม กับพวกจำเลยนางสาวเยาวนิตย์ ธนะพัฒน์ จำเลยที่ 2ผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.อ. ม. 170, ม. 193ความว่า จำเลยที่ 2 ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า คดีนี้
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ประทับฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 2 ไว้พิจารณาด้วย ซึ่งมีผลว่าคดีจำเลยที่ 2 มีมูลคำสั่งดังกล่าวย่อมเด็ดขาดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 170
ศาลฎีกาวินิจฉัย
จำเลยที่ 2ฎีกาไม่ได้ จึงไม่รับฎีกาของจำเลยที่ 2จำเลยที่ 2 เห็นว่า คำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ยังไม่ถึงที่สุดเพราะหาได้มีกฎหมายบัญญัติว่าถึงที่สุดไม่ กรณีคำสั่งมีมูลของศาลจะถึงที่สุดนั้นต้องเป็นคำสั่งของศาลชั้นต้นเท่านั้น จำเลยย่อมมีสิทธิฎีกาได้ โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยที่ 2 ไว้พิจารณาด้วยหมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 40 แผ่นที่ 4)โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2497 มาตรา 3ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีมีมูลเฉพาะจำเลยที่ 1จึงมีคำสั่งให้ประทับฟ้องไว้พิจารณา ส่วนคดีสำหรับจำเลยที่ 2ไม่มีมูล ให้ยกโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ประทับฟ้องโจทก์
สำหรับจำเลยที่ 2 ไว้พิจารณาด้วย นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจำเลยที่ 2 ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว(อันดับ 33)จำเลยที่ 2 จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 39)คำสั่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 170 บัญญัติให้ผลของคำสั่งศาลในชั้นไต่สวนมูลฟ้องที่ให้คดีมีมูลเป็นอันเด็ดขาด คงให้โจทก์มีอำนาจอุทธรณ์ฎีกาเฉพาะคำสั่งที่ว่าคดีไม่มีมูลเท่านั้นฉะนั้น ในกรณีคดีนี้ เมื่อศาลอุทธรณ์พิพากษาให้ประทับฟ้องสำหรับจำเลยที่ 2 อันย่อมมีผลว่าคดีโจทก์สำหรับจำเลยที่ 2 มีมูล จึงย่อมอยู่ในบังคับแห่งบทบัญญัติดังกล่าวที่ให้คำสั่งศาล ที่ให้คดีมีมูลย่อมเด็ดขาด ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับคำร้องของจำเลยที่ 2จึงชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง