Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2530 (เลขอ้างอิง 60987)

พ.ศ. 2530 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า จำเลยที่ 1 ที่ 2 ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาของจำเลยต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 และไม่เป็น สาระอันควรได้รับการวินิจฉัยตามมาตรา 249 จึงไม่รับ จำเลยที่ 1 ที่ 2 เห็นว่า จำเลยทั้งสองฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายว่าจำเลยที่ 1 ซื้ออาคารหลังพิพาทเพื่อรื้อไป เป็นการซื้อสังหาริมทรัพย์ จำเลยที่ 1 ผู้ซื้อไม่ต้องรับโอนสิทธิและหน้าที่ของผู้โอนซึ่งมีอยู่กับโจทก์ผู้เช่า การกระทำของจำเลยที่ 1 จึงไม่เป็นละเมิดต่อโจทก์ และเมื่อการกระทำของจำเลยที่ 1 ไม่เป็นละเมิดการกระทำของจำเลยที่ 2 ก็ย่อมไม่เป็นละเมิดต่อโจทก์ด้วยและฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายว่าบรรดาเอกสารต่าง ๆ ที่โจทก์อ้าง โจทก์มิได้ส่งสำเนาให้แก่จำเลยทั้งสองก่อนสืบพยาน 3 วัน เป็นการฝ่าฝืนกฎหมาย จึงรับฟังเป็นพยานไม่ได้ตามกฎหมาย และปัญหาข้อกฎหมายทั้งสองประเด็นดังกล่าว เป็นปัญหาข้อกฎหมายที่เป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัยของศาลฎีกา กล่าวคือ คดีนี้โจทก์ฟ้องว่าจำเลยที่ 1 สั่งให้จำเลยที่ 2 ทำการรื้ออาคารพิพาท การกระทำของจำเลยทั้งสองเป็นการร่วมกันกระทำละเมิดต่อโจทก์ จำเลยทั้งสองให้การต่อสู้ว่าการกระทำของจำเลยทั้งสองไม่เป็นละเมิด เพราะจำเลยที่ 1 ซื้ออาคารหลังพิพาทเพื่อรื้อไปเป็นการซื้อสังหาริมทรัพย์ถึงโจทก์จะเช่าอาคารหลังพิพาทอยู่ จำเลยที่ 1 ผู้ซื้อก็ไม่ต้องรับโอนสิทธิและหน้าที่ของผู้โอนซึ่งมีอยู่กับผู้เช่าคือโจทก์ การกระทำของจำเลยที่ 1 จึงไม่เป็นละเมิดต่อโจทก์ เมื่อการกระทำของจำเลยที่ 1 ไม่เป็นละเมิดเสียแล้ว การกระทำของจำเลยที่ 2 ก็ย่อมไม่เป็นละเมิดต่อโจทก์ด้วย ดังนั้น ปัญหาข้อกฎหมายที่ว่าทรัพย์พิพาทที่จำเลยที่ 1 ซื้อได้จากการขายทอดตลาดเป็นทรัพย์ที่ซื้อมาในลักษณะเป็นสังหาริมทรัพย์ และจำเลยที่ 1 ในฐานะผู้รับโอนต้องรับไปทั้งสิทธิและหน้าที่ที่มีอยู่เหนือตัวทรัพย์หรือไม่ จึงเป็นประเด็นสำคัญแห่งคดีโดยตรงว่าจำเลยทั้งสองได้กระทำละเมิดต่อโจทก์หรือไม่ อันเป็นสาระสำคัญแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัยตามกฎหมายว่า จำเลยทั้งสองได้กระทำละเมิดต่อโจทก์หรือไม่เพราะถ้าจำเลยทั้งสองมิได้กระทำละเมิดแล้ว จำเลยทั้งสองก็ไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์ และประเด็นข้อกฎหมายที่ว่าโจทก์ไม่ส่งสำเนาเอกสารให้แก่จำเลยทั้งสองก่อนวันสืบพยานไม่น้อยกว่า3 วัน ซึ่งศาลจะรับฟังเอกสารดังกล่าวเป็นพยานไม่ได้ตามกฎหมายนั้น ปัญหาข้อนี้จำเลยทั้งสองได้คัดค้านต่อศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ตลอดมา แต่ศาลทั้งสองหาได้ยกขึ้นวินิจฉัยไม่ ซึ่งหากศาลฎีกายกปัญหาข้อกฎหมายนี้ขึ้นวินิจฉัยให้เป็นคุณแก่จำเลยทั้งสองแล้ว จำเลยทั้งสองจะต้องชนะคดีอย่างแน่นอน ดังนั้น ปัญหาข้อกฎหมายนี้จึงเป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัยในชั้นฎีกาเช่นเดียวกันโปรดมีคำสั่งเพิกถอนคำสั่งของศาลชั้นต้นแล้วมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยทั้งสองไว้พิจารณา หมายเหตุ ทนายโจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 122 แผ่นที่ 3) ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้เงิน 42,000บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ฯลฯ จำเลยที่ 1 ที่ 2 ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว(อันดับ 108) จำเลยที่ 1 ที่ 2 จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 121) คำสั่ง พิเคราะห์แล้วเห็นว่า ฎีกาของจำเลยที่ว่าจำเลยที่ 1 ซื้ออาคารพิพาท อย่างสังหาริมทรัพย์ คือเมื่อซื้อได้แล้วต้องรื้อถอนไปเมื่อจำเลยที่ 1 ซื้อได้สัญญาเช่าอาคารพิพาทระหว่างโจทก์กับเจ้าของเดิมระงับไปหรือไม่ หรืออีกนัยหนึ่งก็คือจำเลยที่ 1มีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามสัญญาเช่าหรือไม่ นั้น เป็นปัญหาข้อกฎหมายอันควรได้รับการวินิจฉัย จึงให้รับฎีกาข้อดังกล่าวไว้พิจารณาโดยให้ศาลชั้นต้นดำเนินการต่อไป ส่วนฎีกาข้ออื่นเป็นข้อเท็จจริงที่ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับนั้นชอบแล้ว

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 923/2530นางสาวศิริธร ศุขโชติโจทก์นายสุเทพ สุขสายชล กับพวกจำเลยนายสุเทพ สุขสายชล ที่ 1ผู้ยื่นคำร้องนายคงศักดิ์ เกิดผลงาม ที่ 2 จำเลยผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.พ. ม. 248, ม. 249ความว่า จำเลยที่ 1 ที่ 2 ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาของจำเลยต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 และไม่เป็น สาระอันควรได้รับการวินิจฉัยตามมาตรา 249 จึงไม่รับ จำเลยที่ 1 ที่ 2 เห็นว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยทั้งสองฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายว่าจำเลยที่ 1 ซื้ออาคารหลังพิพาทเพื่อรื้อไป เป็นการซื้อสังหาริมทรัพย์ จำเลยที่ 1 ผู้ซื้อไม่ต้องรับโอนสิทธิและหน้าที่ของผู้โอนซึ่งมีอยู่กับโจทก์ผู้เช่า การกระทำของจำเลยที่ 1 จึงไม่เป็นละเมิดต่อโจทก์ และเมื่อการกระทำของจำเลยที่ 1 ไม่เป็นละเมิดการกระทำของจำเลยที่ 2 ก็ย่อมไม่เป็นละเมิดต่อโจทก์ด้วยและฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายว่าบรรดาเอกสารต่าง ๆ ที่โจทก์อ้าง โจทก์มิได้ส่งสำเนาให้แก่จำเลยทั้งสองก่อนสืบพยาน 3 วัน เป็นการฝ่าฝืนกฎหมาย จึงรับฟังเป็นพยานไม่ได้ตามกฎหมาย และปัญหาข้อกฎหมายทั้งสองประเด็นดังกล่าว เป็นปัญหาข้อกฎหมายที่เป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัยของศาลฎีกา กล่าวคือ

คดีนี้โจทก์ฟ้องว่าจำเลยที่ 1 สั่งให้จำเลยที่ 2 ทำการรื้ออาคารพิพาท การกระทำของจำเลยทั้งสองเป็นการร่วมกันกระทำละเมิดต่อโจทก์ จำเลยทั้งสองให้การต่อสู้ว่าการกระทำของจำเลยทั้งสองไม่เป็นละเมิด เพราะจำเลยที่ 1 ซื้ออาคารหลังพิพาทเพื่อรื้อไปเป็นการซื้อสังหาริมทรัพย์ถึงโจทก์จะเช่าอาคารหลังพิพาทอยู่ จำเลยที่ 1 ผู้ซื้อก็ไม่ต้องรับโอนสิทธิและหน้าที่ของผู้โอนซึ่งมีอยู่กับผู้เช่าคือโจทก์ การกระทำของจำเลยที่ 1 จึงไม่เป็นละเมิดต่อโจทก์ เมื่อการกระทำของจำเลยที่ 1 ไม่เป็นละเมิดเสียแล้ว การกระทำของจำเลยที่ 2 ก็ย่อมไม่เป็นละเมิดต่อโจทก์ด้วย ดังนั้น ปัญหาข้อกฎหมายที่ว่าทรัพย์พิพาทที่จำเลยที่ 1 ซื้อได้จากการขายทอดตลาดเป็นทรัพย์ที่ซื้อมาในลักษณะเป็นสังหาริมทรัพย์ และจำเลยที่ 1 ในฐานะผู้รับโอนต้องรับไปทั้งสิทธิและหน้าที่ที่มีอยู่เหนือตัวทรัพย์หรือไม่ จึงเป็นประเด็นสำคัญแห่งคดีโดยตรงว่าจำเลยทั้งสองได้กระทำละเมิดต่อโจทก์หรือไม่

อันเป็นสาระสำคัญแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัยตามกฎหมายว่า จำเลยทั้งสองได้กระทำละเมิดต่อโจทก์หรือไม่เพราะถ้าจำเลยทั้งสองมิได้กระทำละเมิดแล้ว จำเลยทั้งสองก็ไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์ และประเด็นข้อกฎหมายที่ว่าโจทก์ไม่ส่งสำเนาเอกสารให้แก่จำเลยทั้งสองก่อนวันสืบพยานไม่น้อยกว่า3 วัน ซึ่งศาลจะรับฟังเอกสารดังกล่าวเป็นพยานไม่ได้ตามกฎหมายนั้น ปัญหาข้อนี้จำเลยทั้งสองได้คัดค้านต่อศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ตลอดมา แต่ศาลทั้งสองหาได้ยกขึ้นวินิจฉัยไม่ ซึ่งหากศาลฎีกายกปัญหาข้อกฎหมายนี้ขึ้นวินิจฉัยให้เป็นคุณแก่จำเลยทั้งสองแล้ว จำเลยทั้งสองจะต้องชนะคดีอย่างแน่นอน ดังนั้น ปัญหาข้อกฎหมายนี้จึงเป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัยในชั้นฎีกาเช่นเดียวกันโปรดมีคำสั่งเพิกถอนคำสั่งของศาลชั้นต้นแล้วมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยทั้งสองไว้พิจารณา

หมายเหตุ ทนายโจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 122 แผ่นที่ 3) ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้เงิน 42,000บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ฯลฯ จำเลยที่ 1 ที่ 2 ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว(อันดับ 108) จำเลยที่ 1 ที่ 2 จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 121) คำสั่ง

พิเคราะห์แล้วเห็นว่า ฎีกาของจำเลยที่ว่าจำเลยที่ 1 ซื้ออาคารพิพาท อย่างสังหาริมทรัพย์ คือเมื่อซื้อได้แล้วต้องรื้อถอนไปเมื่อจำเลยที่ 1 ซื้อได้สัญญาเช่าอาคารพิพาทระหว่างโจทก์กับเจ้าของเดิมระงับไปหรือไม่ หรืออีกนัยหนึ่งก็คือจำเลยที่ 1มีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามสัญญาเช่าหรือไม่ นั้น เป็นปัญหาข้อกฎหมายอันควรได้รับการวินิจฉัย จึงให้รับฎีกาข้อดังกล่าวไว้พิจารณาโดยให้ศาลชั้นต้นดำเนินการต่อไป ส่วนฎีกาข้ออื่นเป็นข้อเท็จจริงที่ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับนั้นชอบแล้ว

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
เสวก จันทร์ผ่อง · สหัส สิงหวิริยะ · สุทิน นนทแก้ว
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7307/2558

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยรื้อถอนเสาคอนกรีตออกไปจากที่ดินของโจทก์กับเรียกค่าเสียหาย จำเลยมิได้ให้การต่อสู้คดี ถือได้ว่าเป็นคดีฟ้องขับไล่บุคคลใด ๆ ออกจากอสังหาริมทรัพย์ อันเป็นคดีไม่มีทุนทรัพย์ส่วนหนึ่ง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3231/2557

ป.วิ.พ. มาตรา 249 วรรคหนึ่ง ซึ่งเป็นบทบัญญัติเกี่ยวกับการฎีกา บัญญัติให้คู่ความผู้ยื่นฎีกาต้องกล่าวถึงข้อเท็จจริงหรือข้อกฎหมายที่จะยกขึ้นอ้างไว้ให้ชัดแจ้งในฎีกา แต่ฎีกาของจำเลยทั้งสองเพียงแต่อ้างข้อเท…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4642/2555

โจทก์ฎีกาอ้างว่า โจทก์ได้ประเมินราคาทรัพย์เสียหายโดยมีหลักฐานเรื่องความเสียหายชัดเจนนอกจากนี้กระทรวงการคลังได้วางหลักเกณฑ์ ไว้ในกรณีที่ศาลพิพากษาให้ส่วนราชการชนะคดีไม่เต็มฟ้องต้องยื่นฎีกาต่อศาลฎีกาต่อ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3554/2552

ฎีกาของโจทก์ทั้งสามที่ว่า โจทก์ทั้งสามไม่ได้ปักหลักเขตรุกล้ำเข้าไปในที่ดินของจำเลย จำเลยจึงไม่มีสิทธิคัดค้านการรังวัดแบ่งกรรมสิทธิ์รวมของโจทก์ทั้งสาม เป็นการโต้แย้งดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาล…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2549 (เลขอ้างอิง 268919)

การที่จำเลยร่วมอุทธรณ์ว่า ผู้ตายเป็นผู้ขับรถโดยประมาทเลินเล่อแต่เพียงผู้เดียว เป็นอุทธรณ์โต้แย้งดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาลชั้นต้นที่ฟังว่า ย. ลูกจ้างจำเลยที่ 1 มีส่วนประมาทเลินเล่อด้วย อุทธร…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้