คำฟ้องและคำให้การ
ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 927/2530พนักงานอัยการประจำศาลจังหวัดฝางโจทก์นายอุดม ธรรมวงศ์ กับพวกจำเลยนายอุดม ธรรมวงศ์ ที่ 1ผู้ยื่นคำร้องนายพิทักษ์ จุฬาพรรมศิลป์ ที่ 2 จำเลยผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.อ. ม. 195, ม. 218, ม. 225ความว่า จำเลยที่ 1 ที่ 2 ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า คดีนี้จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพเพียงแต่แสดงเหตุผลเพื่อขอให้ศาลลงโทษปรับอย่างเดียวปรากฏตามคำให้การจำเลยลงวันที่ 6 มีนาคม 2529จึงไม่มีปัญหาข้อกฎหมายตามที่จำเลยทั้งสองอ้าง ฎีกาของจำเลยทั้งสองเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามมิให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาอาญา มาตรา 218 จึงไม่รับฎีกาของจำเลยทั้งสองจำเลยที่ 1 ที่ 2 เห็นว่า
คำให้การของจำเลยทั้งสอง และอุทธรณ์ได้กล่าวไว้โดยชัดแจ้งว่า จำเลยทั้งสองทำการจัดหางานให้คนงานโดยได้รับมอบหมายให้เป็นตัวแทนของบริษัทเมโทรโปลตันแอนด์เทรดดิ้งจำกัด ซึ่งได้รับอนุญาตให้จัดหางานได้ตามกฎหมาย มิใช่เพียงเพื่อให้ศาลลงโทษปรับอย่างเดียวแต่เพื่อให้ศาลวินิจฉัยว่า การเป็นตัวแทนของบริษัทจัดหางานมีอำนาจกระทำแทนบริษัทหรือไม่ จึงเป็นปัญหาข้อกฎหมายซึ่งศาลล่างทั้งสองยังมิได้วินิจฉัยไว้ ประกอบกับจำเลยทั้งสองได้ทำการจัดหางานโดยเข้าใจโดยสุจริตว่ามีอำนาจโดยชอบที่จะกระทำได้จำเลยทั้งสองจึงชอบที่จะนำคดีสู่ศาลฎีกาเพื่อวินิจฉัยว่าการกระทำของจำเลยทั้งสองในฐานะเป็นตัวแทนนั้น เป็นความผิดหรือไม่และหากว่าเป็นความผิดมีโทษจำคุกจำเลยทั้งสองควรได้รับการรอการลงโทษหรือไม่
โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยทั้งสองไว้พิจารณาหมายเหตุ ไม่ปรากฏหลักฐานในถ้อยคำสำนวนที่ส่งมาศาลฎีกาว่าโจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้วหรือไม่ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ. 2511 มาตรา 7,27ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 3,83 จำคุกจำเลยคนละ 1 เดือนปรับคนละ 1,000 บาท
จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งคงจำคุกคนละ 15 วัน ปรับคนละ 500 บาท ฯลฯจำเลยที่ 1 ที่ 2 ฎีกา
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับดังกล่าว(อันดับ 4)จำเลยที่ 1 ที่ 2 จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 6)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว จำเลยทั้งสองฎีกาว่า จำเลยทั้งสองทำการจัดหางานในฐานะตัวแทนของบริษัทเมโทรโปลิแตนทรานสปอร์ตแอนด์เทรดดิ้ง จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทจัดหางานที่ชอบด้วยกฎหมายการกระทำของจำเลยทั้งสองไม่เป็นความผิด นั้นเป็นข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ จึงต้องห้ามมิให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 195 ประกอบมาตรา 225 ส่วนฎีกาที่ขอให้ลงโทษสถานเบาหรือรอการลงโทษก็เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามมิให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218
ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยทั้งสองชอบแล้ว ยกคำร้อง