Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2530 (เลขอ้างอิง 61006)

พ.ศ. 2530 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า จำเลยฎีกา โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับคดีไว้จนกว่าจะมีคำพิพากษาหรือมีการตกลงกันตามคำร้องลงวันที่ 4 ตุลาคม 2526ต่อไปหมายเหตุ โจทก์แถลงคัดค้าน (อันดับ 150)กรณีเป็นชั้นบังคับคดีสืบเนื่องจากโจทก์และจำเลยทำสัญญาประนีประนอมยอมความกันว่าโจทก์ตกลงขายและจำเลยตกลงซื้อที่ดินพิพาท 3 แปลงพร้อมทั้งสิ่งปลูกสร้างในที่ดินดังกล่าว ในราคา 1,500,000 บาท โดยจำเลยจะชำระราคาภายใน 10 เดือนนับแต่วันทำสัญญายอม ฯลฯ หากจำเลยผิดนัดไม่ชำระราคา ให้ถือว่าสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินตามสัญญายอมเป็นอันยกเลิก และจำเลยยอมให้โจทก์บังคับให้จำเลยและบริวารออกไปจากที่ดินและสิ่งปลูกสร้างของโจทก์ทันที กับยอมชดใช้ค่าเสียหายให้โจทก์ในอัตราเดือนละ 3,000 บาทนับแต่วันทำสัญญายอมเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยและบริวารทั้งสิ้นจะออกไปจากที่ดินและสิ่งปลูกสร้างของโจทก์ ศาลชั้นต้นพิพากษาให้คดีเป็นอันเสร็จเด็ดขาดไปตามสัญญาประนีประนอมยอมความนั้น และต่อมาโจทก์และจำเลยได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความกันอีกเมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2524ข้อหนึ่งว่า โจทก์ยอมให้จำเลยและบริวารอาศัยอยู่ในที่ดินพิพาทพร้อมสิ่งปลูกสร้างในที่ดินดังกล่าวจนถึงวันที่ 15 กันยายน 2524 และโจทก์ยอมให้จำเลยซื้อที่พิพาทคืนในราคา 1,800,000 บาท โดยจำเลยจะชำระเป็นเงินสดหรือตั๋วแลกเงินที่ธนาคารรับรองภายในวันที่ 15กันยายน 2524 หากพ้นกำหนดดังกล่าวแล้วจำเลยไม่นำเงินมาชำระให้ครบถ้วนให้ถือว่าจำเลยผิดนัด ยอมให้โจทก์บังคับคดีได้ทันที โดยจำเลยและบริวารยอมให้บังคับจับขังหากไม่ยอมออกจากที่ดินพิพาทดังกล่าว ฯลฯต่อมาวันที่ 16 กันยายน 2524 โจทก์ยื่นคำร้องว่าครบกำหนดแล้วจำเลยผิดนัดไม่ปฏิบัติตามสัญญาประนีประนอมยอมความ ขอให้ศาลออกหมายจับตัวจำเลย ฯลฯ ศาลหมายเรียกจำเลยมาสอบถาม (อันดับ 67)ศาลชั้นต้นนัดพร้อม (อันดับ 71)วันนัดพร้อม จำเลยแถลงว่าขอเวลาภายในเดือนมกราคม 2525 จะจัดการขนย้ายออกไปให้เรียบร้อย โจทก์ยอมให้เวลาตามขอหากยังไม่ปฏิบัติอีกขอให้ศาลบังคับคดี ฯลฯ (อันดับ 73)วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2525 โจทก์ยื่นคำแถลงต่อศาลว่าครบกำหนดเวลาแล้ว จำเลยไม่ยอมขนย้ายออกไป ขอให้ศาลมีคำสั่งให้ออกหมายจับตัวจำเลยและบริวารมากักขังไว้จนกว่าจะออกไปจากที่พิพาทศาลชั้นต้นนัดพร้อม (อันดับ 74 แผ่นที่ 2)วันนัดพร้อม จำเลยทราบนัดแล้วไม่มาศาล ทนายโจทก์ยืนยันว่าจำเลยยังไม่ขนย้ายออกไป ศาลชั้นต้นเห็นว่าเป็นการขัดหมายเรียกของศาลให้หมายจับจำเลย (อันดับ 78)วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2525 จำเลยยื่นคำร้องต่อศาลชั้นต้นว่าคดีมีทางตกลงกันได้ และจำเลยมิได้จงใจไม่มาศาลตามนัด ขอให้งดหมายจับและนัดพร้อม ศาลชั้นต้นสั่งว่า จำเลยทราบหมายนัดโดยชอบแล้วไม่แจ้งเหตุก่อนวันนัด ไม่มีเหตุถอนหมายจับ บังคับคดีตามกฎหมาย(อันดับ 79)ต่อมาวันที่ 4 ตุลาคม 2526 จำเลยยื่นคำร้องต่อศาลชั้นต้นว่าจำเลยได้ฟ้องโจทก์เป็นจำเลยในคดีอื่นขอให้เพิกถอนนิติกรรมการขายฝากคดีนี้แล้วคดีอยู่ระหว่างการพิจารณา คดีทั้งสองเกี่ยวพันกันเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรมขอให้ทุเลาการบังคับคดีนี้ไว้ก่อนและหากหมายจับจำเลยกับพวกไว้ก็ขอให้เพิกถอนหมายจับเพื่อรอฟังผลอีกคดีหนึ่ง (อันดับ 86)โจทก์แถลงคัดค้าน (อันดับ 93)ศาลชั้นต้นทำการไต่สวนแล้วมีคำสั่งให้ยกคำร้อง ของจำเลยศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 139,140)ศาลชั้นต้นออกหมายบังคับคดี ตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดีตามคำขอของโจทก์แล้ว (อันดับ 132)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว ไม่อนุญาตให้ทุเลาการบังคับ ยกคำร้อง

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 1166/2530นายณรงค์ โลกะวิทย์โจทก์นายบุญพา รัตนสุวรรณจำเลยนายบุญพา รัตนสุวรรณ จำเลยผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.พ. ม. 231ความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับคดีไว้จนกว่าจะมีคำพิพากษาหรือมีการตกลงกันตามคำร้องลงวันที่ 4 ตุลาคม 2526ต่อไปหมายเหตุ โจทก์แถลงคัดค้าน (อันดับ 150)กรณีเป็นชั้นบังคับคดีสืบเนื่องจากโจทก์และจำเลยทำสัญญาประนีประนอมยอมความกันว่าโจทก์ตกลงขายและจำเลยตกลงซื้อที่ดินพิพาท 3 แปลงพร้อมทั้งสิ่งปลูกสร้างในที่ดินดังกล่าว ในราคา 1,500,000 บาท โดยจำเลยจะชำระราคาภายใน 10 เดือนนับแต่วันทำสัญญายอม ฯลฯ หากจำเลยผิดนัดไม่ชำระราคา ให้ถือว่าสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินตามสัญญายอมเป็นอันยกเลิก และจำเลยยอมให้โจทก์บังคับให้จำเลยและบริวารออกไปจากที่ดินและสิ่งปลูกสร้างของโจทก์ทันที กับยอมชดใช้ค่าเสียหายให้โจทก์ในอัตราเดือนละ 3,000 บาทนับแต่วันทำสัญญายอมเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยและบริวารทั้งสิ้นจะออกไปจากที่ดินและสิ่งปลูกสร้างของโจทก์

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้คดีเป็นอันเสร็จเด็ดขาดไปตามสัญญาประนีประนอมยอมความนั้น และต่อมาโจทก์และจำเลยได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความกันอีกเมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2524ข้อหนึ่งว่า โจทก์ยอมให้จำเลยและบริวารอาศัยอยู่ในที่ดินพิพาทพร้อมสิ่งปลูกสร้างในที่ดินดังกล่าวจนถึงวันที่ 15 กันยายน 2524 และโจทก์ยอมให้จำเลยซื้อที่พิพาทคืนในราคา 1,800,000 บาท โดยจำเลยจะชำระเป็นเงินสดหรือตั๋วแลกเงินที่ธนาคารรับรองภายในวันที่ 15กันยายน 2524 หากพ้นกำหนดดังกล่าวแล้วจำเลยไม่นำเงินมาชำระให้ครบถ้วนให้ถือว่าจำเลยผิดนัด ยอมให้โจทก์บังคับคดีได้ทันที โดยจำเลยและบริวารยอมให้บังคับจับขังหากไม่ยอมออกจากที่ดินพิพาทดังกล่าว ฯลฯต่อมาวันที่ 16 กันยายน 2524 โจทก์ยื่นคำร้องว่าครบกำหนดแล้วจำเลยผิดนัดไม่ปฏิบัติตามสัญญาประนีประนอมยอมความ

ขอให้ศาลออกหมายจับตัวจำเลย ฯลฯ ศาลหมายเรียกจำเลยมาสอบถาม (อันดับ 67)ศาลชั้นต้นนัดพร้อม (อันดับ 71)วันนัดพร้อม จำเลยแถลงว่าขอเวลาภายในเดือนมกราคม 2525 จะจัดการขนย้ายออกไปให้เรียบร้อย โจทก์ยอมให้เวลาตามขอหากยังไม่ปฏิบัติอีกขอให้ศาลบังคับคดี ฯลฯ (อันดับ 73)วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2525 โจทก์ยื่นคำแถลงต่อศาลว่าครบกำหนดเวลาแล้ว จำเลยไม่ยอมขนย้ายออกไป ขอให้ศาลมีคำสั่งให้ออกหมายจับตัวจำเลยและบริวารมากักขังไว้จนกว่าจะออกไปจากที่พิพาทศาลชั้นต้นนัดพร้อม (อันดับ 74 แผ่นที่ 2)วันนัดพร้อม จำเลยทราบนัดแล้วไม่มาศาล ทนายโจทก์ยืนยันว่าจำเลยยังไม่ขนย้ายออกไป ศาลชั้นต้นเห็นว่าเป็นการขัดหมายเรียกของศาลให้หมายจับจำเลย (อันดับ 78)วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2525 จำเลยยื่นคำร้องต่อศาลชั้นต้นว่าคดีมีทางตกลงกันได้ และจำเลยมิได้จงใจไม่มาศาลตามนัด

ขอให้งดหมายจับและนัดพร้อม ศาลชั้นต้นสั่งว่า จำเลยทราบหมายนัดโดยชอบแล้วไม่แจ้งเหตุก่อนวันนัด ไม่มีเหตุถอนหมายจับ บังคับคดีตามกฎหมาย(อันดับ 79)ต่อมาวันที่ 4 ตุลาคม 2526 จำเลยยื่นคำร้องต่อศาลชั้นต้นว่าจำเลยได้ฟ้องโจทก์เป็นจำเลยในคดีอื่นขอให้เพิกถอนนิติกรรมการขายฝากคดีนี้แล้วคดีอยู่ระหว่างการพิจารณา คดีทั้งสองเกี่ยวพันกันเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรมขอให้ทุเลาการบังคับคดีนี้ไว้ก่อนและหากหมายจับจำเลยกับพวกไว้ก็ขอให้เพิกถอนหมายจับเพื่อรอฟังผลอีกคดีหนึ่ง (อันดับ 86)โจทก์แถลงคัดค้าน (อันดับ 93)ศาลชั้นต้นทำการไต่สวนแล้วมีคำสั่งให้ยกคำร้อง ของจำเลยศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 139,140)ศาลชั้นต้นออกหมายบังคับคดี ตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดีตามคำขอของโจทก์แล้ว (อันดับ 132)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว ไม่อนุญาตให้ทุเลาการบังคับ ยกคำร้อง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
เสนอ ศรนิยม · ยรรยง อิทธิพงษ์ · ส่อง สุขะปุณณพันธ์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3274/2559

โจทก์เป็นเจ้าหนี้ของจำเลยตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นและเป็นผู้ขอให้เจ้าพนักงานบังคับคดีอายัดเงินฝากธนาคารของจำเลย การที่จำเลยได้หาประกันมาให้สำหรับเงินจำนวนพอชำระหนี้ตามคำพิพากษาตาม ป.วิ.พ. มาตรา 231 วรรคส…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2676/2559

คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 2 เกี่ยวกับเรื่องการขอขยายเวลาหาประกันมาวางตามเงื่อนไขที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 อนุญาตให้มีการทุเลาการบังคับไว้ในระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ภาค 2 นั้น เป็นเรื่องต่อเนื่องกับการขอทุเ…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2559 (เลขอ้างอิง 599340)

เมื่อศาลแรงงานกลางมีคำสั่งอนุญาตให้จำเลยเลิกจ้างโจทก์ทั้งสองโดยอาศัยอำนาจตามมาตรา 52 แห่ง พ.ร.บ.แรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 การที่จำเลยเลิกจ้างโจทก์ทั้งสองจึงเป็นการปฏิบัติตามกฎหมายและคำพิพากษาของศาลแรงงา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6798/2558

ป.วิ.พ. กำหนดให้การขอทุเลาการบังคับอยู่ในอำนาจของศาลเป็นชั้นๆ ไป การขอทุเลาการบังคับในระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ภาค 2 จึงเป็นเรื่องที่อยู่ในอำนาจของศาลอุทธรณ์ภาค 2 โดยเฉพาะ ทั้งศาลอุทธรณ์ภาค 2 จะอ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 18532/2555

ศาลอุทธรณ์ภาค 3 มีคำสั่งให้จำเลยนำค่าเสียหายที่ต้องชำระให้แก่โจทก์ทั้งห้าตามคำพิพากษามาวางศาลนั้น มีความหมายชัดแจ้งอยู่ในตัวแล้วว่า ให้จำเลยนำเงินค่าเสียหายมาวางต่อศาล การที่จำเลยนำสลากออมสินพิเศษซึ่ง…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้