Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2530 (เลขอ้างอิง 61012)

พ.ศ. 2530 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาจำเลยเป็นฎีกาปัญหาข้อเท็จจริงย่อมต้องห้ามมิให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 219 จึงไม่รับฎีกาจำเลยจำเลยเห็นว่า ฎีกาของจำเลยเป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายควรที่ศาลฎีกาจะได้พิจารณาว่า การกระทำของจำเลยเกี่ยวกับการสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาจังหวัดตามที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์รับฟังเป็นยุติแล้วนั้น เป็นการกระทำโดยเจตนาอันประสงค์ต่อผลหรือย่อมเล็งเห็นผลในการกระทำตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 59 หรือไม่ฎีกาของจำเลยจึงไม่ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 219 โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาต่อไปหมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 53)ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 137 พระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาจังหวัด พ.ศ. 2482มาตรา 22,64 การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกันเรียงกระทงลงโทษ ความผิดต่อเจ้าพนักงานปรับ 900 บาท ความผิดตามพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาจังหวัดปรับ 900 บาทรวมปรับ 1,800 บาท คำให้การรับสารภาพชั้นมอบตัวและชั้นสอบสวนของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้หนึ่งในสามคงปรับ1,200 บาท ไม่ชำระค่าปรับให้กักขังแทนตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 29,30 ให้เพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของจำเลยมีกำหนดเวลา 4 ปีศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาจังหวัด พ.ศ. 2482 มาตรา 22,64 ซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุด ปรับ 900 บาท นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับดังกล่าว (อันดับ 52)จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 53)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว ข้อที่จำเลยฎีกาว่า แม้จำเลยสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาจังหวัดไว้สองเขต อันเป็นการสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาจังหวัดเกินกว่าเขตเดียวในการเลือกตั้งสมาชิกสภาจังหวัดครั้งเดียวกัน ต้องห้ามตามกฎหมายก็ตามแต่ภายหลังจำเลยได้ถอนใบสมัครที่สมัครในครั้งหลังออกแล้ว การกระทำของจำเลยย่อมไม่เป็นความผิดเพราะไม่มีเจตนา นั้น เป็นการโต้เถียงว่าจำเลยกระทำอย่างไรบ้างที่จำเลยอ้างว่า ไม่มีเจตนา เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงที่ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 1172/2530พนักงานอัยการจังหวัดหนองคายโจทก์นายคำสี สงวนนามจำเลยนายคำสี สงวนนาม จำเลยผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.อ. ม. 219ความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาจำเลยเป็นฎีกาปัญหาข้อเท็จจริงย่อมต้องห้ามมิให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 219 จึงไม่รับฎีกาจำเลยจำเลยเห็นว่า ฎีกาของจำเลยเป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายควรที่ศาลฎีกาจะได้พิจารณาว่า การกระทำของจำเลยเกี่ยวกับการสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาจังหวัดตามที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์รับฟังเป็นยุติแล้วนั้น เป็นการกระทำโดยเจตนาอันประสงค์ต่อผลหรือย่อมเล็งเห็นผลในการกระทำตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 59 หรือไม่ฎีกาของจำเลยจึงไม่ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 219 โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาต่อไปหมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 53)ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า

จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 137 พระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาจังหวัด พ.ศ. 2482มาตรา 22,64 การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกันเรียงกระทงลงโทษ ความผิดต่อเจ้าพนักงานปรับ 900 บาท ความผิดตามพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาจังหวัดปรับ 900 บาทรวมปรับ 1,800 บาท คำให้การรับสารภาพชั้นมอบตัวและชั้นสอบสวนของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้หนึ่งในสามคงปรับ1,200 บาท ไม่ชำระค่าปรับให้กักขังแทนตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 29,30 ให้เพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของจำเลยมีกำหนดเวลา 4 ปีศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาจังหวัด พ.ศ. 2482 มาตรา 22,64 ซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุด

ปรับ 900 บาท นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับดังกล่าว (อันดับ 52)จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 53)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว ข้อที่จำเลยฎีกาว่า แม้จำเลยสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาจังหวัดไว้สองเขต อันเป็นการสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาจังหวัดเกินกว่าเขตเดียวในการเลือกตั้งสมาชิกสภาจังหวัดครั้งเดียวกัน ต้องห้ามตามกฎหมายก็ตามแต่ภายหลังจำเลยได้ถอนใบสมัครที่สมัครในครั้งหลังออกแล้ว การกระทำของจำเลยย่อมไม่เป็นความผิดเพราะไม่มีเจตนา นั้น เป็นการโต้เถียงว่าจำเลยกระทำอย่างไรบ้างที่จำเลยอ้างว่า ไม่มีเจตนา เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงที่ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
เฉลิม การปลื้มจิตต์ · วิฑูรย์ ตั้งตรงจิตต์ · ไมตรี กลั่นนุรักษ์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4292/2567

คดีนี้ศาลชั้นต้นลงโทษกักขังจำเลยแทนโทษจำคุกและศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน คดีจึงต้องห้ามมิให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 219 ตรี ประกอบ พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 781/2567

คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยทั้งสองคนละ 1 เดือน 10 วัน แต่ให้เปลี่ยนโทษจำคุกเป็นกักขังแทน มีกำหนด 1 เดือน 10 วัน ศาลอุทธรณ์ภาค 5 เพียงแต่พิพากษาแก้ในส่วนกำหนดเวลาที่ให้พักใช้ใบอนุญาตขับขี่ขอ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3277/2566

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดฐานกระทำอนาจารแก่เด็กอายุยังไม่เกินสิบสามปีตาม ป.อ. มาตรา 279 วรรคสอง ลงโทษจำคุก 1 ปี 6 เดือน แต่ให้เปลี่ยนโทษจำคุกเป็นส่งตัวจำเลยไปควบคุมเพื่อฝึกอบรมที่ศูนย์ฝึกและอ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1689/2566

คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตาม ป.อ. มาตรา 278 วรรคหนึ่ง, 365 (1) ประกอบมาตรา 362 และมาตรา 364 การกระทำของจำเลยเป็นการกระทำกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษฐานบุกรุกโดยใช้กำลัง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1230/2566

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามฟ้อง ลงโทษหลังลดโทษแล้วจำคุก 3 เดือน เปลี่ยนโทษจำคุกเป็นกักขังแทน ศาลอุทธรณ์ภาค 2 ลงโทษหลังลดโทษแล้วจำคุก 1 เดือน 15 วัน เปลี่ยนโทษจำคุกเป็นกักขังแทนเช่นกัน จึงต้อ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้