คำฟ้องและคำให้การ
ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 1247/2530นายเกษมศักดิ์ วงศ์สว่างพานิช กับพวกโจทก์สหธนาคาร จำกัด กับพวกจำเลยนายเกษมศักดิ์ วงศ์สว่างพานิช ที่ 1ผู้ยื่นคำร้องนางสาวโสภนา วงศ์สว่างพานิช ที่ 2 โจทก์ผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.พ. ม. 231ความว่า โจทก์ที่ 1 ที่ 2 ฎีกา มีเหตุที่ศาลฎีกาจะกลับคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ให้ยกฟ้องแย้งของจำเลย โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อนหมายเหตุ จำเลยที่ 1 และที่ 2 ต่างได้รับสำเนาคำร้องแล้ว(อันดับ 148 แผ่นที่ 2,147)
โจทก์ฟ้องและแก้ไขเพิ่มเติมฟ้อง ขอให้จำเลยที่ 1 ชำระเงินจำนวน 255,594.20 บาทแก่โจทก์ที่ 1 พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 13 ต่อปี ในต้นเงิน 200,000 บาท นับจากวันถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยที่ 1 จะชำระเงินเสร็จแก่โจทก์ที่ 1และให้จำเลยทั้งสองร่วมกันไปจดทะเบียนไถ่ถอนจำนองที่ดินโฉนดที่ 4356,4360 ตำบลแจระแม อำเภอเมือง จังหวัดอุบลราชธานี ให้แก่โจทก์ที่ 2 หากไม่ไปให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลยที่ 1 ในการจดทะเบียนไถ่ถอนจำนอง จำเลยที่ 1และที่ 2 ต่างยื่นคำให้การ และเฉพาะจำเลยที่ 1 ฟ้องแย้งศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์ทั้งสอง และให้โจทก์ทั้งสองชำระเงินจำนวน 652,264.59 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 19 ต่อปีนับจากวันที่ 27 ตุลาคม 2524 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระให้จำเลยที่ 1เสร็จสิ้นศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ที่ 1 ที่ 2 ฎีกา
พร้อมกับยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ143,142)โจทก์ที่ 1 ที่ 2 ได้รับอนุญาตให้ทุเลาการบังคับในระหว่างอุทธรณ์ (อันดับ 129,131)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว ให้ศาลชั้นต้นตีราคาทรัพย์สินที่โจทก์ที่ 2จำนองไว้กับจำเลยที่ 1 ถ้าไม่พอชำระเงินต้นพร้อมดอกเบี้ยตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์นับถึงวันทราบคำสั่งนี้ และโจทก์ทั้งสองคนร่วมกันหรือคนใดคนหนึ่งหาประกันมาให้ครบภายในเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนด ก็อนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ในระหว่างฎีกามิฉะนั้นให้ยกคำร้อง