Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2530 (เลขอ้างอิง 61027)

พ.ศ. 2530 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า จำเลยอุทธรณ์ ศาลแรงงานกลางสั่งว่า อุทธรณ์ของจำเลย ข้อ 2.1 เป็นอุทธรณ์ข้อเท็จจริงต้องห้าม รับอุทธรณ์เฉพาะข้อ 2.2จำเลยเห็นว่า จำเลยอุทธรณ์ในข้อ 2.1 เป็นปัญหาข้อกฎหมายว่าศาลแรงงานกลางวินิจฉัยข้อเท็จจริงนอกเหนือจากพยานหลักฐานที่โจทก์และจำเลยนำสืบ เป็นการวินิจฉัยข้อเท็จจริงที่คลาดเคลื่อนต่อกฎหมายขัดต่อพยานหลักฐานในสำนวน โปรดมีคำสั่งกลับคำสั่งของศาลแรงงานกลางและให้รับอุทธรณ์ ข้อ 2.1 ของจำเลยไว้พิจารณาด้วยหมายเหตุ โจทก์แถลงคัดค้าน (อันดับ 69)ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า และค่าจ้างค้างจ่าย รวม 80,000 บาทให้โจทก์ พร้อมดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับแต่วันเลิกจ้าง (12 กุมภาพันธ์2530) เป็นต้นไปจนกว่าชำระเสร็จ คำขอของโจทก์นอกนั้นให้ยกจำเลยอุทธรณ์ ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งไม่รับดังกล่าว(อันดับ 56)จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 62)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว จำเลยอุทธรณ์ข้อ 2.1 เป็นใจความว่าในปัญหาที่ว่าความสัมพันธ์ของนายจ้างลูกจ้างระหว่างโจทก์จำเลยสิ้นสุดลงเมื่อใดนั้น ศาลแรงงานกลางรับฟังพยานหลักฐานและวินิจฉัยข้อเท็จจริงคลาดเคลื่อนต่อกฎหมาย เพราะบริษัททานตะวันพัฒนกิจ จำกัด ได้จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลต่างหากจากบริษัทจำเลย กับได้ยื่นรายการภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่ายของโจทก์ต่อกรมสรรพากร เดิมโจทก์ทำงานกับจำเลย จำเลยให้โจทก์กับนายนรฤทธิ์ไปปฏิบัติงานที่บริษัททานตะวันพัฒนกิจ จำกัดโดยได้รับเงินเดือนจากบริษัทดังกล่าวและโจทก์ไม่คัดค้านจึงต้องถือว่า นายจ้างได้โอนสิทธิของตนให้แก่บริษัททานตะวันพัฒนกิจจำกัด ซึ่งเป็นบุคคลภายนอกตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 577 ความสัมพันธ์ระหว่างโจทก์กับจำเลยจึงสิ้นสุดลงแล้วก็ดีและตามเอกสารหมาย จ.1 ไม่มีข้อความตอนใดระบุว่าให้โจทก์ปฏิบัติงานให้จำเลยในนามบริษัทภายนอกตามที่โจทก์เบิกความไว้ที่ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่าการที่โจทก์ไปอยู่บริษัททานตะวันพัฒนกิจ จำกัด เป็นการปฏิบัติตามแผนงานตามหนังสือสัญญาจ้างงานระหว่างโจทก์จำเลย จำเลยยังคงมีฐานะเป็นนายจ้างโจทก์เป็นการวินิจฉัยข้อเท็จจริงนอกเหนือจากพยานหลักฐานที่โจทก์และจำเลยนำสืบก็ดี ในปัญหาข้อนี้ศาลแรงงานกลางได้วินิจฉัยว่าที่จำเลยอ้างและนำสืบว่าก่อนเลิกจ้างโจทก์โอนไปอยู่กับบริษัททานตะวันพัฒนกิจ จำกัด ได้พ้นจากการเป็นลูกจ้างของจำเลยนั้นฟังไม่ขึ้น การที่จำเลยส่งโจทก์กับนายนรฤทธิ์ไปปฏิบัติงานที่บริษัททานตะวันพัฒนกิจ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทในเครือนั้น ฟังได้ว่าเป็นการปฏิบัติตามแผนงานตามหนังสือสัญญาจ้างงานระหว่างโจทก์กับจำเลย จะอ้างว่ามิได้เป็นนายจ้างลูกจ้างกันฟังไม่ขึ้นและการที่ให้โจทก์ไปทำงานกับบริษัททานตะวันพัฒนกิจ จำกัดก็เพื่อประโยชน์ในการดำเนินการตามวัตถุประสงค์ของบริษัทจำเลยดังนี้ เห็นว่า อุทธรณ์ของโจทก์ดังกล่าวข้างต้นล้วนแต่เป็นเรื่องโต้เถียงดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาลแรงงานกลางที่ฟังข้อเท็จจริงจากพยานหลักฐานในสำนวนเท่าที่เห็นสมควรและเชื่อฟังมาแล้วเช่นนั้นหาใช่นอกเหนือจากพยานหลักฐานที่นำสืบหรือคลาดเคลื่อนต่อกฎหมาย ดังที่จำเลยอุทธรณ์ไม่ จึงเป็นอุทธรณ์ในข้อเท็จจริงต้องห้ามตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงานพ.ศ. 2522 มาตรา 54 ที่ศาลแรงงานกลางสั่งไม่รับอุทธรณ์ข้อนี้ชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 54

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 1252/2530นายพิสุทธิ์ รุจิระบรรเจิดโจทก์บริษัททานตะวันธุรกิจ จำกัดจำเลยบริษัททานตะวันธุรกิจ จำกัด จำเลยผู้ยื่นคำร้อง พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 ม. 54ความว่า

คำพิพากษาศาลล่าง

จำเลยอุทธรณ์ ศาลแรงงานกลางสั่งว่า อุทธรณ์ของจำเลย ข้อ 2.1 เป็นอุทธรณ์ข้อเท็จจริงต้องห้าม รับอุทธรณ์เฉพาะข้อ 2.2จำเลยเห็นว่า

จำเลยอุทธรณ์ในข้อ 2.1 เป็นปัญหาข้อกฎหมายว่าศาลแรงงานกลางวินิจฉัยข้อเท็จจริงนอกเหนือจากพยานหลักฐานที่โจทก์และจำเลยนำสืบ เป็นการวินิจฉัยข้อเท็จจริงที่คลาดเคลื่อนต่อกฎหมายขัดต่อพยานหลักฐานในสำนวน โปรดมีคำสั่งกลับคำสั่งของศาลแรงงานกลางและให้รับอุทธรณ์ ข้อ 2.1 ของจำเลยไว้พิจารณาด้วยหมายเหตุ โจทก์แถลงคัดค้าน (อันดับ 69)

ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า และค่าจ้างค้างจ่าย รวม 80,000 บาทให้โจทก์ พร้อมดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับแต่วันเลิกจ้าง (12 กุมภาพันธ์2530) เป็นต้นไปจนกว่าชำระเสร็จ คำขอของโจทก์นอกนั้นให้ยกจำเลยอุทธรณ์

ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งไม่รับดังกล่าว(อันดับ 56)จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 62)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว

จำเลยอุทธรณ์ข้อ 2.1 เป็นใจความว่าในปัญหาที่ว่าความสัมพันธ์ของนายจ้างลูกจ้างระหว่างโจทก์จำเลยสิ้นสุดลงเมื่อใดนั้น

ศาลแรงงานกลางรับฟังพยานหลักฐานและวินิจฉัยข้อเท็จจริงคลาดเคลื่อนต่อกฎหมาย เพราะบริษัททานตะวันพัฒนกิจ จำกัด ได้จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลต่างหากจากบริษัทจำเลย กับได้ยื่นรายการภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่ายของโจทก์ต่อกรมสรรพากร เดิมโจทก์ทำงานกับจำเลย จำเลยให้โจทก์กับนายนรฤทธิ์ไปปฏิบัติงานที่บริษัททานตะวันพัฒนกิจ จำกัดโดยได้รับเงินเดือนจากบริษัทดังกล่าวและโจทก์ไม่คัดค้านจึงต้องถือว่า นายจ้างได้โอนสิทธิของตนให้แก่บริษัททานตะวันพัฒนกิจจำกัด ซึ่งเป็นบุคคลภายนอกตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 577 ความสัมพันธ์ระหว่างโจทก์กับจำเลยจึงสิ้นสุดลงแล้วก็ดีและตามเอกสารหมาย จ.1 ไม่มีข้อความตอนใดระบุว่าให้โจทก์ปฏิบัติงานให้จำเลยในนามบริษัทภายนอกตามที่โจทก์เบิกความไว้ที่ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่าการที่โจทก์ไปอยู่บริษัททานตะวันพัฒนกิจ

จำกัด เป็นการปฏิบัติตามแผนงานตามหนังสือสัญญาจ้างงานระหว่างโจทก์จำเลย จำเลยยังคงมีฐานะเป็นนายจ้างโจทก์เป็นการวินิจฉัยข้อเท็จจริงนอกเหนือจากพยานหลักฐานที่โจทก์และจำเลยนำสืบก็ดี ในปัญหาข้อนี้ศาลแรงงานกลางได้วินิจฉัยว่าที่จำเลยอ้างและนำสืบว่าก่อนเลิกจ้างโจทก์โอนไปอยู่กับบริษัททานตะวันพัฒนกิจ จำกัด ได้พ้นจากการเป็นลูกจ้างของจำเลยนั้นฟังไม่ขึ้น การที่จำเลยส่งโจทก์กับนายนรฤทธิ์ไปปฏิบัติงานที่บริษัททานตะวันพัฒนกิจ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทในเครือนั้น ฟังได้ว่าเป็นการปฏิบัติตามแผนงานตามหนังสือสัญญาจ้างงานระหว่างโจทก์กับจำเลย จะอ้างว่ามิได้เป็นนายจ้างลูกจ้างกันฟังไม่ขึ้นและการที่ให้โจทก์ไปทำงานกับบริษัททานตะวันพัฒนกิจ

จำกัดก็เพื่อประโยชน์ในการดำเนินการตามวัตถุประสงค์ของบริษัทจำเลยดังนี้ เห็นว่า อุทธรณ์ของโจทก์ดังกล่าวข้างต้นล้วนแต่เป็นเรื่องโต้เถียงดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาลแรงงานกลางที่ฟังข้อเท็จจริงจากพยานหลักฐานในสำนวนเท่าที่เห็นสมควรและเชื่อฟังมาแล้วเช่นนั้นหาใช่นอกเหนือจากพยานหลักฐานที่นำสืบหรือคลาดเคลื่อนต่อกฎหมาย ดังที่จำเลยอุทธรณ์ไม่ จึงเป็นอุทธรณ์ในข้อเท็จจริงต้องห้ามตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงานพ.ศ. 2522 มาตรา 54 ที่ศาลแรงงานกลางสั่งไม่รับอุทธรณ์ข้อนี้ชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สีนวล คงลาภ · จุนท์ จันทรวงศ์ · มาโนช เพียรสนอง
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6067/2567

แม้คดีนี้จำเลยจะให้การต่อสู้เรื่องอำนาจฟ้องไว้ในคำให้การเพียงประการเดียวว่า โจทก์ยื่นคำฟ้องเกินระยะเวลาที่ พ.ร.บ.เงินทดแทน พ.ศ. 2537 กำหนดไว้ โดยมิได้ให้การต่อสู้ไว้ด้วยว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องเนื่องจา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 757/2567

เงินทดแทนค่าบริการทางการแพทย์ที่โจทก์เรียกร้องจากจำเลยที่ 1 เป็นหนี้เงินอย่างหนึ่ง จำเลยที่ 1 จึงต้องรับผิดชำระดอกเบี้ยในระหว่างผิดนัดให้แก่โจทก์ ซึ่งตาม ป.พ.พ. มาตรา 204 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "ถ้าหนี้…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3529/2565

การนำบทบัญญัติแห่งกฎหมายใดมาใช้บังคับแก่คดี เป็นปัญหาข้อกฎหมายสำคัญที่ศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษควรวินิจฉัยให้ เมื่อคดีขึ้นสู่ศาลฎีกาโดยมีข้อเท็จจริงเพียงพอที่ศาลฎีกาจะวินิจฉัยในปัญหาตามอุทธรณ์ของโจทก์ดั…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3100/2563

ในการพิจารณาพิพากษาคดีของศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษจะต้องถือตามข้อเท็จจริงที่ศาลแรงงานกลางได้วินิจฉัยมาตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 56 วรรคสอง คดีนี้ข้อเท็จจริงได้ความ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 643/2563

จำเลยกับผู้เสียหายที่ 2 อยู่กินฉันสามีภริยาและมีบุตรด้วยกัน เพิ่งเลิกคบหากันก่อนเกิดเหตุเพียงหนึ่งเดือน ความสัมพันธ์ยังคงมีอยู่ไม่ถึงกับตัดขาดทีเดียว การที่จำเลยขับรถจักรยานยนต์ตามหาผู้เสียหายที่ 2 ใน…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้