Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2530 (เลขอ้างอิง 61043)

พ.ศ. 2530 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า จำเลยทั้งหกสำนวนอุทธรณ์ ศาลแรงงานกลางสั่งว่ารับอุทธรณ์เฉพาะข้อ 4 นอกนั้นเป็นปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามอุทธรณ์จำเลยทั้งหกสำนวนเห็นว่า อุทธรณ์ข้อ 2 เป็นอุทธรณ์ในปัญหาข้อกฎหมายว่า การที่ศาลรับฟังข้อเท็จจริงว่าโจทก์เป็นลูกจ้างจำเลยไม่ครบ 240 วัน แล้วพิพากษาให้จำเลยจ่ายค่าชดเชย นั้นเป็นการวินิจฉัยที่ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ ส่วนอุทธรณ์ข้อ 3 เรื่องการบอกกล่าวล่วงหน้า นั้น ศาลอ้างประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 582 กำหนดค่าจ้างให้ 20 วัน จำเลยอุทธรณ์ว่าให้ 20 วันไม่ได้ เพราะจำเลยได้ชำระค่าจ้างครบ 15 วันแล้ว ถ้าจะบอกกล่าวล่วงหน้าก็ต้องถือ 15 วันในรอบการจ้าง จำเลยจ่ายไปแล้วเกินไป 5 วันจึงเป็นปัญหาข้อกฎหมายว่า จำเลยจะต้องบอกกล่าวล่วงหน้ากี่วันและศาลจะอ้างประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 582 ได้หรือไม่โปรดมีคำสั่งรับอุทธรณ์ข้อ 2 และข้อ 3 ของจำเลยหมายเหตุ โจทก์ที่ 2 ที่ 3 ที่ 7 และโจทก์ที่ 1 ที่ 4ต่างได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 43,43 แผ่นที่ 2) การส่งสำเนาคำร้องให้แก่โจทก์ที่ 5 ไม่สามารถกระทำได้ ศาลจึงประกาศที่หน้าศาลให้โจทก์ที่ 5 ทราบ (อันดับ 50)คดีหกสำนวนนี้ จำเลยเป็นบุคคลเดียวกัน ศาลแรงงานกลางพิจารณาพิพากษารวมกัน โดยเรียกโจทก์แต่ละสำนวนว่า โจทก์ที่ 1 โจทก์ที่ 2โจทก์ที่ 3 โจทก์ที่ 4 โจทก์ที่ 5 และโจทก์ที่ 7 ตามลำดับศาลแรงงานกลางเคยพิจารณาคดีหกสำนวนนี้รวมกับคดีของศาลแรงงานกลางหมายเลขแดงที่ 1224/2530 โดยเรียกโจทก์ในสำนวนดังกล่าวว่า โจทก์ที่ 6 แต่ต่อมาศาลแรงงานกลางมีคำสั่งให้จำหน่ายคดีเฉพาะโจทก์ที่ 6 ออกจากสารบบความศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าจำนวน 1,800 บาท,2,040 บาท,2,040 บาท,1,920 บาท,2,040 บาท,1,800 บาท และค่าชดเชยจำนวน 8,100 บาท,3,060 บาท,9,180 บาท,8,640 บาท,3,060 บาท และ 2,700 บาท แก่โจทก์ที่ 1ถึงโจทก์ที่ 5 และโจทก์ที่ 7 ตามลำดับจำเลยทั้งหกสำนวนอุทธรณ์ ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งดังกล่าว(อันดับ 35)จำเลยทั้งหกสำนวนจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 40)ไม่ปรากฏใบแต่งทนายของจำเลยสำนวนที่ 2 ถึงที่ 6 ในสำนวนที่ส่งมาศาลฎีกาคำสั่งพิเคราะห์แล้ว จำเลยอุทธรณ์ข้อ 2 เป็นใจความว่า โจทก์ทั้งหมดเป็นลูกจ้างชั่วคราว ตั้งแต่วันที่ 20 กันยายน 2529 ถึงวันเลิกจ้างในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2530 ยังไม่ครบ 240 วันจึงไม่มีสิทธิได้รับค่าชดเชยนั้น ในปัญหาข้อนี้แม้จำเลยจะให้การต่อสู้ไว้ แต่ศาลแรงงานกลางก็หาได้ตั้งเป็นประเด็นข้อพิพาทไว้โดยเฉพาะ ทั้งจำเลยมิได้โต้แย้งและศาลแรงงานกลางก็มิได้วินิจฉัยในปัญหาดังกล่าว อุทธรณ์ข้อนี้จึงเป็นอุทธรณ์ในข้อเท็จจริงนอกเหนือไปจากข้อเท็จจริงที่ศาลแรงงานกลางฟังเป็นยุติแล้วเพื่อนำไปสู่ปัญหาข้อกฎหมายที่จำเลยอ้างขึ้นมาเท่านั้น จึงเป็นอุทธรณ์ในข้อเท็จจริงต้องห้ามอุทธรณ์ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 54ส่วนที่จำเลยอุทธรณ์ข้อ 3 เป็นใจความว่า หลังจากบริษัทยู.เค.สตีล จำกัด บอกเลิกสัญญากับจำเลยในวันที่ 26 กุมภาพันธ์2530 จำเลยก็ได้จ่ายค่าแรงให้แก่โจทก์ทั้งหมดครบถ้วนแล้วในวันที่28 กุมภาพันธ์ 2530 จำเลยจึงไม่จำเป็นต้องจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าตั้งแต่วันที่ 1 ถึง 20 มีนาคม 2530 เท่าค่าจ้าง20 วันอีก เพราะเป็นการจ่ายซ้ำซ้อน ในปัญหาที่ว่าจำเลยจะต้องรับผิดจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าสำหรับระยะเวลาตั้งแต่วันที่ 1 ถึง 20 มีนาคม 2530 หรือไม่ เป็นปัญหาข้อกฎหมายจึงให้รับเฉพาะอุทธรณ์ข้อ 3 ไว้ดำเนินการต่อไป

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 54

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 1268 - 1273/2530นายเจ็นหรือเจน เชิดดอกโจทก์นายชาลี พลายสาจำเลยนายชาลี พลายสา จำเลยทั้งหกสำนวนผู้ยื่นคำร้อง พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 ม. 54ความว่า

คำพิพากษาศาลล่าง

จำเลยทั้งหกสำนวนอุทธรณ์ ศาลแรงงานกลางสั่งว่ารับอุทธรณ์เฉพาะข้อ 4 นอกนั้นเป็นปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามอุทธรณ์จำเลยทั้งหกสำนวนเห็นว่า อุทธรณ์ข้อ 2 เป็นอุทธรณ์ในปัญหาข้อกฎหมายว่า การที่ศาลรับฟังข้อเท็จจริงว่าโจทก์เป็นลูกจ้างจำเลยไม่ครบ 240 วัน แล้วพิพากษาให้จำเลยจ่ายค่าชดเชย นั้นเป็นการวินิจฉัยที่ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ ส่วนอุทธรณ์ข้อ 3 เรื่องการบอกกล่าวล่วงหน้า นั้น ศาลอ้างประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 582 กำหนดค่าจ้างให้ 20 วัน

จำเลยอุทธรณ์ว่าให้ 20 วันไม่ได้ เพราะจำเลยได้ชำระค่าจ้างครบ 15 วันแล้ว ถ้าจะบอกกล่าวล่วงหน้าก็ต้องถือ 15 วันในรอบการจ้าง จำเลยจ่ายไปแล้วเกินไป 5 วันจึงเป็นปัญหาข้อกฎหมายว่า จำเลยจะต้องบอกกล่าวล่วงหน้ากี่วันและศาลจะอ้างประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 582 ได้หรือไม่โปรดมีคำสั่งรับอุทธรณ์ข้อ 2 และข้อ 3 ของจำเลยหมายเหตุ โจทก์ที่ 2 ที่ 3 ที่ 7 และโจทก์ที่ 1 ที่ 4ต่างได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 43,43 แผ่นที่ 2) การส่งสำเนาคำร้องให้แก่โจทก์ที่ 5 ไม่สามารถกระทำได้ ศาลจึงประกาศที่หน้าศาลให้โจทก์ที่ 5 ทราบ (อันดับ 50)คดีหกสำนวนนี้ จำเลยเป็นบุคคลเดียวกัน

ศาลแรงงานกลางพิจารณาพิพากษารวมกัน โดยเรียกโจทก์แต่ละสำนวนว่า โจทก์ที่ 1 โจทก์ที่ 2โจทก์ที่ 3 โจทก์ที่ 4 โจทก์ที่ 5 และโจทก์ที่ 7 ตามลำดับศาลแรงงานกลางเคยพิจารณาคดีหกสำนวนนี้รวมกับคดีของศาลแรงงานกลางหมายเลขแดงที่ 1224/2530 โดยเรียกโจทก์ในสำนวนดังกล่าวว่า โจทก์ที่ 6 แต่ต่อมาศาลแรงงานกลางมีคำสั่งให้จำหน่ายคดีเฉพาะโจทก์ที่ 6 ออกจากสารบบความศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าจำนวน 1,800 บาท,2,040 บาท,2,040 บาท,1,920 บาท,2,040 บาท,1,800 บาท และค่าชดเชยจำนวน 8,100 บาท,3,060 บาท,9,180 บาท,8,640 บาท,3,060 บาท และ 2,700 บาท แก่โจทก์ที่ 1ถึงโจทก์ที่ 5 และโจทก์ที่ 7 ตามลำดับจำเลยทั้งหกสำนวนอุทธรณ์

ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งดังกล่าว(อันดับ 35)จำเลยทั้งหกสำนวนจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 40)ไม่ปรากฏใบแต่งทนายของจำเลยสำนวนที่ 2 ถึงที่ 6 ในสำนวนที่ส่งมาศาลฎีกาคำสั่งพิเคราะห์แล้ว

จำเลยอุทธรณ์ข้อ 2 เป็นใจความว่า โจทก์ทั้งหมดเป็นลูกจ้างชั่วคราว ตั้งแต่วันที่ 20 กันยายน 2529 ถึงวันเลิกจ้างในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2530 ยังไม่ครบ 240 วันจึงไม่มีสิทธิได้รับค่าชดเชยนั้น ในปัญหาข้อนี้แม้จำเลยจะให้การต่อสู้ไว้ แต่ศาลแรงงานกลางก็หาได้ตั้งเป็นประเด็นข้อพิพาทไว้โดยเฉพาะ ทั้งจำเลยมิได้โต้แย้งและศาลแรงงานกลางก็มิได้วินิจฉัยในปัญหาดังกล่าว อุทธรณ์ข้อนี้จึงเป็นอุทธรณ์ในข้อเท็จจริงนอกเหนือไปจากข้อเท็จจริงที่ศาลแรงงานกลางฟังเป็นยุติแล้วเพื่อนำไปสู่ปัญหาข้อกฎหมายที่จำเลยอ้างขึ้นมาเท่านั้น จึงเป็นอุทธรณ์ในข้อเท็จจริงต้องห้ามอุทธรณ์ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 54ส่วนที่จำเลยอุทธรณ์ข้อ 3 เป็นใจความว่า

หลังจากบริษัทยู.เค.สตีล จำกัด บอกเลิกสัญญากับจำเลยในวันที่ 26 กุมภาพันธ์2530 จำเลยก็ได้จ่ายค่าแรงให้แก่โจทก์ทั้งหมดครบถ้วนแล้วในวันที่28 กุมภาพันธ์ 2530 จำเลยจึงไม่จำเป็นต้องจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าตั้งแต่วันที่ 1 ถึง 20 มีนาคม 2530 เท่าค่าจ้าง20 วันอีก เพราะเป็นการจ่ายซ้ำซ้อน ในปัญหาที่ว่าจำเลยจะต้องรับผิดจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าสำหรับระยะเวลาตั้งแต่วันที่ 1 ถึง 20 มีนาคม 2530 หรือไม่ เป็นปัญหาข้อกฎหมายจึงให้รับเฉพาะอุทธรณ์ข้อ 3 ไว้ดำเนินการต่อไป

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สีนวล คงลาภ · มาโนช เพียรสนอง · สุพจน์ นาถะพินธุ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6067/2567

แม้คดีนี้จำเลยจะให้การต่อสู้เรื่องอำนาจฟ้องไว้ในคำให้การเพียงประการเดียวว่า โจทก์ยื่นคำฟ้องเกินระยะเวลาที่ พ.ร.บ.เงินทดแทน พ.ศ. 2537 กำหนดไว้ โดยมิได้ให้การต่อสู้ไว้ด้วยว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องเนื่องจา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 757/2567

เงินทดแทนค่าบริการทางการแพทย์ที่โจทก์เรียกร้องจากจำเลยที่ 1 เป็นหนี้เงินอย่างหนึ่ง จำเลยที่ 1 จึงต้องรับผิดชำระดอกเบี้ยในระหว่างผิดนัดให้แก่โจทก์ ซึ่งตาม ป.พ.พ. มาตรา 204 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "ถ้าหนี้…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3529/2565

การนำบทบัญญัติแห่งกฎหมายใดมาใช้บังคับแก่คดี เป็นปัญหาข้อกฎหมายสำคัญที่ศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษควรวินิจฉัยให้ เมื่อคดีขึ้นสู่ศาลฎีกาโดยมีข้อเท็จจริงเพียงพอที่ศาลฎีกาจะวินิจฉัยในปัญหาตามอุทธรณ์ของโจทก์ดั…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3100/2563

ในการพิจารณาพิพากษาคดีของศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษจะต้องถือตามข้อเท็จจริงที่ศาลแรงงานกลางได้วินิจฉัยมาตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 56 วรรคสอง คดีนี้ข้อเท็จจริงได้ความ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 643/2563

จำเลยกับผู้เสียหายที่ 2 อยู่กินฉันสามีภริยาและมีบุตรด้วยกัน เพิ่งเลิกคบหากันก่อนเกิดเหตุเพียงหนึ่งเดือน ความสัมพันธ์ยังคงมีอยู่ไม่ถึงกับตัดขาดทีเดียว การที่จำเลยขับรถจักรยานยนต์ตามหาผู้เสียหายที่ 2 ใน…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้