Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2530 (เลขอ้างอิง 61075)

พ.ศ. 2530 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า จำเลยฎีกาคำสั่ง ศาลชั้นต้นสั่งว่า คดีอยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ จึงไม่รับฎีกาของจำเลยจำเลยเห็นว่า การที่ศาลมีคำสั่งไม่อนุญาตเมื่อจำเลยยื่นคำร้องขอเลื่อนการวางหลักทรัพย์ เท่ากับเป็นการให้บังคับคดีได้ต่อไปกรณีจึงเป็นเรื่องการบังคับคดี หาใช่เป็นคำสั่งระหว่างพิจารณาไม่จำเลยฎีกาคัดค้านคำสั่งของศาลอุทธรณ์ได้ การที่ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยจึงยังคลาดเคลื่อนต่อกฎหมายอยู่ โปรดยกคำสั่งของศาลชั้นต้น ให้รับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาต่อไปหมายเหตุ โจทก์ยังไม่ได้รับสำเนาคำร้องสืบเนื่องจากจำเลยที่ 1 ที่ 2 อุทธรณ์และยื่นคำร้องขอทุเลาการบังคับในระหว่างอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งว่า ถ้าจำเลยที่ 1 หรือที่ 2 คนใดคนหนึ่งหรือร่วมกันหาประกันสำหรับจำนวนเงินค่าจ้างที่จะต้องชำระตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นพร้อมดอกเบี้ยมีกำหนด 4 ปี มาให้จนเป็นที่พอใจและภายในเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนดก็อนุญาตให้ทุเลาการบังคับในระหว่างอุทธรณ์ มิฉะนั้นให้ยกคำร้องศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้จำเลยหาหลักประกันตามที่ศาลอุทธรณ์สั่งมาวางศาลภายใน 20 วันนับแต่วันที่ศาลมีคำสั่ง มิฉะนั้นถือว่าไม่ติดใจทุเลาการบังคับคดี และกำหนดวันนัดพิจารณาหลักประกันก่อนครบกำหนดวางหลักประกัน จำเลยที่ 1 ที่ 2 ขอเลื่อนการเสนอหลักประกันไปภายในกำหนด 1 เดือน วันนัดพิจารณาหลักประกัน ศาลให้โอกาสจำเลยนำหลักประกันมาวางภายในกำหนด 15 วัน นับแต่วันที่ศาลมีคำสั่ง โดยกำชับว่านัดหน้าจำเลยจะต้องไม่ขอยืดเวลาวางหลักประกันอีก หากไม่วางให้ถือว่าไม่ติดใจที่จะทุเลาการบังคับคดีและกำหนดวันนัดพิจารณาหลักประกันครั้งต่อไป ก่อนครบกำหนดวางหลักประกัน จำเลยที่ 1 ที่ 2 ยื่นคำร้องขอเลื่อนการวางหลักทรัพย์ และวันนัดพิจารณาหลักประกันอีก โดยอ้างว่าเจ้าของหลักทรัพย์ยังไม่กลับมาจากต่างประเทศ วันนัดพิจารณาหลักประกันโจทก์มาศาล ส่วนจำเลยที่ 1 ที่ 2 ไม่มาศาล ศาลชั้นต้นพิเคราะห์แล้วเห็นว่าจำเลยที่ 1 ที่ 2 ประวิงคดี ไม่ประสงค์ขอทุเลาการบังคับคดี จึงมีคำสั่งไม่อนุญาตให้เลื่อนการวางหลักทรัพย์ และถือว่าจำเลยที่ 1 ที่ 2 ไม่ประสงค์จะทุเลาการบังคับคดี ต่อมาจำเลยที่ 1 ที่ 2 ยื่นคำแถลงต่อศาลชั้นต้นว่าไม่จงใจประวิงคดี ขอแถลงไว้ประกอบการพิจารณาการดำเนินการต่อไปจำเลยที่ 1 ที่ 2 อุทธรณ์คำสั่งและเพิ่มเติมอุทธรณ์คำสั่งศาลอุทธรณ์มีคำสั่งให้ยกคำร้องอุทธรณ์คำสั่ง ฯลฯจำเลยที่ 1 ที่ 2 ฎีกาคำสั่ง ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 24)ทนายจำเลยที่ 1 ที่ 2 จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 26)ไม่ปรากฏใบแต่งทนายความของจำเลยที่ 1 และที่ 2 ในสำนวนที่ส่งมาศาลฎีกาคำสั่งพิเคราะห์แล้ว เห็นว่าการทุเลาการบังคับตามคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลนั้น กฎหมายกำหนดวิธีการให้อยู่ในอำนาจของศาลเป็นชั้น ๆ ไป ถ้าเป็นการขอทุเลาการบังคับในระหว่างอุทธรณ์ ก็เป็นเรื่องที่อยู่ในอำนาจของศาลอุทธรณ์ที่จะพิจารณาสั่ง กฎหมายไม่ประสงค์จะให้ศาลฎีกาเข้าไปเกี่ยวข้องกับการขอทุเลาการบังคับในระหว่างอุทธรณ์ และการขอทุเลาการบังคับตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 231 กำหนดวิธีการเป็นพิเศษตามชั้นของศาลจึงไม่อยู่ในบังคับแห่งการอุทธรณ์หรือฎีกาอย่างคดีทั่วไป คำสั่งของศาลชั้นต้นที่ไม่รับฎีกาคำสั่งของผู้ร้องนั้นชอบแล้ว ให้ยกคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของผู้ร้องเสียค่าคำร้องให้เป็นพับ

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 1330/2530นางสาวยุรี สุนทรชูเกียรติ ฯโจทก์ห้างหุ้นส่วนจำกัดเจ.แอนด์.บี.การ์เมนท์ กับพวกจำเลยนายรังสฤษฎ์ อยู่สุข ทนายจำเลยที่ 1 ที่ 2ผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.พ. ม. 231ความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกาคำสั่ง ศาลชั้นต้นสั่งว่า คดีอยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ จึงไม่รับฎีกาของจำเลยจำเลยเห็นว่า การที่ศาลมีคำสั่งไม่อนุญาตเมื่อจำเลยยื่นคำร้องขอเลื่อนการวางหลักทรัพย์ เท่ากับเป็นการให้บังคับคดีได้ต่อไปกรณีจึงเป็นเรื่องการบังคับคดี หาใช่เป็นคำสั่งระหว่างพิจารณาไม่จำเลยฎีกาคัดค้านคำสั่งของศาลอุทธรณ์ได้ การที่ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยจึงยังคลาดเคลื่อนต่อกฎหมายอยู่ โปรดยกคำสั่งของศาลชั้นต้น ให้รับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาต่อไปหมายเหตุ โจทก์ยังไม่ได้รับสำเนาคำร้องสืบเนื่องจากจำเลยที่ 1 ที่ 2 อุทธรณ์และยื่นคำร้องขอทุเลาการบังคับในระหว่างอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งว่า ถ้าจำเลยที่ 1 หรือที่ 2 คนใดคนหนึ่งหรือร่วมกันหาประกันสำหรับจำนวนเงินค่าจ้างที่จะต้องชำระตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นพร้อมดอกเบี้ยมีกำหนด 4 ปี

มาให้จนเป็นที่พอใจและภายในเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนดก็อนุญาตให้ทุเลาการบังคับในระหว่างอุทธรณ์ มิฉะนั้นให้ยกคำร้องศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้จำเลยหาหลักประกันตามที่ศาลอุทธรณ์สั่งมาวางศาลภายใน 20 วันนับแต่วันที่ศาลมีคำสั่ง มิฉะนั้นถือว่าไม่ติดใจทุเลาการบังคับคดี และกำหนดวันนัดพิจารณาหลักประกันก่อนครบกำหนดวางหลักประกัน จำเลยที่ 1 ที่ 2 ขอเลื่อนการเสนอหลักประกันไปภายในกำหนด 1 เดือน วันนัดพิจารณาหลักประกัน ศาลให้โอกาสจำเลยนำหลักประกันมาวางภายในกำหนด 15 วัน นับแต่วันที่ศาลมีคำสั่ง โดยกำชับว่านัดหน้าจำเลยจะต้องไม่ขอยืดเวลาวางหลักประกันอีก หากไม่วางให้ถือว่าไม่ติดใจที่จะทุเลาการบังคับคดีและกำหนดวันนัดพิจารณาหลักประกันครั้งต่อไป

ก่อนครบกำหนดวางหลักประกัน จำเลยที่ 1 ที่ 2 ยื่นคำร้องขอเลื่อนการวางหลักทรัพย์ และวันนัดพิจารณาหลักประกันอีก โดยอ้างว่าเจ้าของหลักทรัพย์ยังไม่กลับมาจากต่างประเทศ วันนัดพิจารณาหลักประกันโจทก์มาศาล ส่วนจำเลยที่ 1 ที่ 2 ไม่มาศาล ศาลชั้นต้นพิเคราะห์แล้วเห็นว่าจำเลยที่ 1 ที่ 2 ประวิงคดี ไม่ประสงค์ขอทุเลาการบังคับคดี จึงมีคำสั่งไม่อนุญาตให้เลื่อนการวางหลักทรัพย์ และถือว่าจำเลยที่ 1 ที่ 2 ไม่ประสงค์จะทุเลาการบังคับคดี ต่อมาจำเลยที่ 1 ที่ 2 ยื่นคำแถลงต่อศาลชั้นต้นว่าไม่จงใจประวิงคดี ขอแถลงไว้ประกอบการพิจารณาการดำเนินการต่อไปจำเลยที่ 1 ที่ 2 อุทธรณ์คำสั่งและเพิ่มเติมอุทธรณ์คำสั่งศาลอุทธรณ์มีคำสั่งให้ยกคำร้องอุทธรณ์คำสั่ง

ฯลฯจำเลยที่ 1 ที่ 2 ฎีกาคำสั่ง ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 24)ทนายจำเลยที่ 1 ที่ 2 จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 26)ไม่ปรากฏใบแต่งทนายความของจำเลยที่ 1 และที่ 2 ในสำนวนที่ส่งมาศาลฎีกาคำสั่งพิเคราะห์แล้ว เห็นว่าการทุเลาการบังคับตามคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลนั้น กฎหมายกำหนดวิธีการให้อยู่ในอำนาจของศาลเป็นชั้น ๆ ไป ถ้าเป็นการขอทุเลาการบังคับในระหว่างอุทธรณ์ ก็เป็นเรื่องที่อยู่ในอำนาจของศาลอุทธรณ์ที่จะพิจารณาสั่ง กฎหมายไม่ประสงค์จะให้ศาลฎีกาเข้าไปเกี่ยวข้องกับการขอทุเลาการบังคับในระหว่างอุทธรณ์ และการขอทุเลาการบังคับตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 231 กำหนดวิธีการเป็นพิเศษตามชั้นของศาลจึงไม่อยู่ในบังคับแห่งการอุทธรณ์หรือฎีกาอย่างคดีทั่วไป คำสั่งของศาลชั้นต้นที่ไม่รับฎีกาคำสั่งของผู้ร้องนั้นชอบแล้ว ให้ยกคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของผู้ร้องเสียค่าคำร้องให้เป็นพับ

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สุทิน นนทแก้ว · สหัส สิงหวิริยะ · เสวก จันทร์ผ่อง
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3274/2559

โจทก์เป็นเจ้าหนี้ของจำเลยตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นและเป็นผู้ขอให้เจ้าพนักงานบังคับคดีอายัดเงินฝากธนาคารของจำเลย การที่จำเลยได้หาประกันมาให้สำหรับเงินจำนวนพอชำระหนี้ตามคำพิพากษาตาม ป.วิ.พ. มาตรา 231 วรรคส…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2676/2559

คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 2 เกี่ยวกับเรื่องการขอขยายเวลาหาประกันมาวางตามเงื่อนไขที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 อนุญาตให้มีการทุเลาการบังคับไว้ในระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ภาค 2 นั้น เป็นเรื่องต่อเนื่องกับการขอทุเ…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2559 (เลขอ้างอิง 599340)

เมื่อศาลแรงงานกลางมีคำสั่งอนุญาตให้จำเลยเลิกจ้างโจทก์ทั้งสองโดยอาศัยอำนาจตามมาตรา 52 แห่ง พ.ร.บ.แรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 การที่จำเลยเลิกจ้างโจทก์ทั้งสองจึงเป็นการปฏิบัติตามกฎหมายและคำพิพากษาของศาลแรงงา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6798/2558

ป.วิ.พ. กำหนดให้การขอทุเลาการบังคับอยู่ในอำนาจของศาลเป็นชั้นๆ ไป การขอทุเลาการบังคับในระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ภาค 2 จึงเป็นเรื่องที่อยู่ในอำนาจของศาลอุทธรณ์ภาค 2 โดยเฉพาะ ทั้งศาลอุทธรณ์ภาค 2 จะอ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 18532/2555

ศาลอุทธรณ์ภาค 3 มีคำสั่งให้จำเลยนำค่าเสียหายที่ต้องชำระให้แก่โจทก์ทั้งห้าตามคำพิพากษามาวางศาลนั้น มีความหมายชัดแจ้งอยู่ในตัวแล้วว่า ให้จำเลยนำเงินค่าเสียหายมาวางต่อศาล การที่จำเลยนำสลากออมสินพิเศษซึ่ง…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้