Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2530 (เลขอ้างอิง 61100)

พ.ศ. 2530 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า เนื่องจากข้อเท็จจริงในคดีนี้มีมูลเริ่มต้นจากการค้าขายระหว่างบริษัทโจทก์ ซึ่งมีนายเด่นศักดิ์ประติธนายุทธ์เป็นกรรมการผู้จัดการ กับบริษัทจำเลยที่ 1 ซึ่งมีจำเลยที่ 2และที่ 3 เป็นกรรมการบริหารอยู่ในขณะนั้น และเกิดมีความขัดแย้งขึ้นระหว่างนายเด่นศักดิ์กับจำเลยทั้งสองถึงขั้นที่นายเด่นศักดิ์นำเอาเช็คที่จำเลยได้ออกให้ในฐานะเป็นกรรมการบริหารบริษัทจำเลยที่ 1 ไปฟ้องเป็นคดีอาญาหลายคดี โดยฟ้องในนามตนเองบ้างในนามบริษัทโจทก์บ้าง ซึ่งปรากฏข้อเท็จจริงที่ได้ขึ้นมาสู่การพิจารณาของศาลฎีการวม 3 สำนวน คือ คดีของศาลอาญาหมายเลขแดงที่22278/2527 หมายเลขแดงที่ 21557/2527 และหมายเลขแดงที่ 27886/2527และคดีนี้กับคดีอาญาทั้ง 3 สำนวนดังกล่าว พยานหลักฐานส่วนใหญ่เป็นพยานชุดเดียวกัน ผู้เป็นโจทก์ในคดีนั้นแม้จะฟ้องในนามของนายเด่นศักดิ์เป็นโจทก์เอง หรือฟ้องในนามของบริษัทโจทก์ซึ่งมีนายเด่นศักดิ์เป็นกรรมการผู้จัดการ ก็ถือได้ว่าเป็นโจทก์คนเดียวกัน จำเลยทั้งสองก็เป็นจำเลยในสำนวนคดีเหล่านั้นด้วยทุกคดีหากศาลฎีการวมการพิจารณาคดีนี้กับคดีทั้ง 3 สำนวนดังกล่าวเข้าเป็นสำนวนเดียวกันแล้วก็จะเป็นการสะดวกต่อการพิจารณาของศาลและผลของการพิจารณาของศาลฎีกาน่าจะไม่คลาดเคลื่อนแตกต่างกันซึ่งจะให้ความเป็นธรรมแก่คู่กรณีได้เป็นอย่างดียิ่ง โปรดสั่งรวมพิจารณาคดีนี้เข้าเป็นสำนวนเดียวกันกับคดีอาญาทั้ง 3 สำนวนดังกล่าวหมายเหตุ โจทก์แถลงคัดค้าน (อันดับ 84)โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2497 มาตรา 3 และประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83,91ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่า คดีมีมูล ให้ประทับฟ้องไว้พิจารณาศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2497 มาตรา 3 รวม 4 กระทงปรับกระทงละ 50,000 บาท รวม 200,000 บาท ข้อนำสืบของจำเลยที่ 1เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงปรับ 100,000 บาทและให้ยกฟ้องจำเลยที่ 2 ที่ 3 ฯลฯศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ 2 ที่ 3 เป็นตัวการร่วมกระทำผิดกับจำเลยที่ 1 ด้วยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83,91จำคุกคนละกระทงละ 1 ปี รวมจำคุกคนละ 4 ปี ข้อนำสืบของจำเลยที่ 2ที่ 3 เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้กึ่งหนึ่งคงจำคุกคนละ 2 ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้น ฯลฯจำเลยที่ 2 ที่ 3 ฎีกาพร้อมกับยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 82,81)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว เห็นว่าระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้นคู่ความมิได้ขอให้รวมการพิจารณาคดีดังกล่าว และพยานหลักฐานแต่ละสำนวนแยกกัน ในชั้นนี้หากรวมพิจารณาเข้าด้วยกันย่อมไม่สะดวกในการพิจารณาพิพากษา จึงให้ยกคำร้อง

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 1357/2530บริษัทโมดอนเคมีเคิล จำกัดฯโจทก์บริษัทเซ็นทรัลไดนามิค จำกัด กับพวกจำเลยนายยุทธ จันทรภูมิ ทนายจำเลยที่ 2 ที่ 3ผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.อ. ม. 25ความว่า เนื่องจากข้อเท็จจริงในคดีนี้มีมูลเริ่มต้นจากการค้าขายระหว่างบริษัทโจทก์ ซึ่งมีนายเด่นศักดิ์ประติธนายุทธ์เป็นกรรมการผู้จัดการ กับบริษัทจำเลยที่ 1 ซึ่งมีจำเลยที่ 2และที่ 3 เป็นกรรมการบริหารอยู่ในขณะนั้น และเกิดมีความขัดแย้งขึ้นระหว่างนายเด่นศักดิ์กับจำเลยทั้งสองถึงขั้นที่นายเด่นศักดิ์นำเอาเช็คที่จำเลยได้ออกให้ในฐานะเป็นกรรมการบริหารบริษัทจำเลยที่ 1 ไปฟ้องเป็นคดีอาญาหลายคดี โดยฟ้องในนามตนเองบ้างในนามบริษัทโจทก์บ้าง ซึ่งปรากฏข้อเท็จจริงที่ได้ขึ้นมาสู่การพิจารณาของศาลฎีการวม 3 สำนวน

คือ คดีของศาลอาญาหมายเลขแดงที่22278/2527 หมายเลขแดงที่ 21557/2527 และหมายเลขแดงที่ 27886/2527และคดีนี้กับคดีอาญาทั้ง 3 สำนวนดังกล่าว พยานหลักฐานส่วนใหญ่เป็นพยานชุดเดียวกัน ผู้เป็นโจทก์ในคดีนั้นแม้จะฟ้องในนามของนายเด่นศักดิ์เป็นโจทก์เอง หรือฟ้องในนามของบริษัทโจทก์ซึ่งมีนายเด่นศักดิ์เป็นกรรมการผู้จัดการ ก็ถือได้ว่าเป็นโจทก์คนเดียวกัน จำเลยทั้งสองก็เป็นจำเลยในสำนวนคดีเหล่านั้นด้วยทุกคดีหากศาลฎีการวมการพิจารณาคดีนี้กับคดีทั้ง 3 สำนวนดังกล่าวเข้าเป็นสำนวนเดียวกันแล้วก็จะเป็นการสะดวกต่อการพิจารณาของศาลและผลของการพิจารณาของศาลฎีกาน่าจะไม่คลาดเคลื่อนแตกต่างกันซึ่งจะให้ความเป็นธรรมแก่คู่กรณีได้เป็นอย่างดียิ่ง โปรดสั่งรวมพิจารณาคดีนี้เข้าเป็นสำนวนเดียวกันกับคดีอาญาทั้ง 3 สำนวนดังกล่าวหมายเหตุ โจทก์แถลงคัดค้าน (อันดับ 84)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2497 มาตรา 3 และประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83,91ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่า คดีมีมูล ให้ประทับฟ้องไว้พิจารณาศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2497 มาตรา 3 รวม 4 กระทงปรับกระทงละ 50,000 บาท รวม 200,000 บาท ข้อนำสืบของจำเลยที่ 1เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงปรับ 100,000 บาทและให้ยกฟ้องจำเลยที่ 2 ที่ 3 ฯลฯศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ 2 ที่ 3 เป็นตัวการร่วมกระทำผิดกับจำเลยที่ 1 ด้วยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83,91จำคุกคนละกระทงละ 1 ปี

รวมจำคุกคนละ 4 ปี ข้อนำสืบของจำเลยที่ 2ที่ 3 เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้กึ่งหนึ่งคงจำคุกคนละ 2 ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้น ฯลฯจำเลยที่ 2 ที่ 3 ฎีกาพร้อมกับยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 82,81)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว เห็นว่าระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้นคู่ความมิได้ขอให้รวมการพิจารณาคดีดังกล่าว และพยานหลักฐานแต่ละสำนวนแยกกัน ในชั้นนี้หากรวมพิจารณาเข้าด้วยกันย่อมไม่สะดวกในการพิจารณาพิพากษา จึงให้ยกคำร้อง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สุทิน นนทแก้ว · สหัส สิงหวิริยะ · เสวก จันทร์ผ่อง
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4562/2555

คดีนี้ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้พิจารณาพิพากษารวมกันกับอีก 2 คดี โดยโจทก์ร่วมที่ 3 ยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ในสำนวนคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 4249/2546 ของศาลชั้นต้นซึ่งโจทก์ฟ้องจำเลยที่ 1 ถึงที่ 5 แต่โจทก์ร…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2171/2541

เหตุเกิดเวลากลางคืนโดยจำเลยที่ 1 และที่ 3 ได้ชกต่อยทำร้ายร่างกายผู้เสียหาย และจำเลยที่ 1 เอาสร้อยคอทองคำพร้อมพระเครื่องจำนวน 1 องค์ ของผู้เสียหายไป แต่การที่จำเลยทั้งสามสอบถามผู้เสียหายครั้งแรกที่ป้าย…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 779/2541

ป.อ.มาตรา 91 มิได้บัญญัติห้ามว่า การนับโทษจำคุกของจำเลยคดีหนึ่งต่อจากโทษจำคุกในคดีอื่นของจำเลยที่มีคำฟ้องและคำพิพากษาต่างสำนวนต่างหากออกไปเมื่อนับรวมกันแล้วจะเกินกำหนดในมาตรา 91 ไม่ได้ การขอให้นับโทษจ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4656/2540

บทบัญญัติตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ใช้ในกรณีที่ศาลมีคำพิพากษาอันเดียวกัน ในคำฟ้องคดีเดียวที่รวมเอาความผิดหลายกระทงไว้ด้วยกันตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 160 หรือคำฟ้องหลายคดีที่พิจารณาพ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1724/2540

คดีทั้งสามสำนวนนี้เกิดเหตุในคืนเดียวกัน โดยจำเลยทั้งสามกับพวกร่วมกันปล้นทรัพย์ทั้งสามคดีติดต่อกัน และจำเลยทั้งสามก็ถูกจับในวันเดียวกันทั้งสามสำนวน คดีทั้งสามสำนวนจึงเกี่ยวพันกันพอที่จะฟ้องรวมกันหรือพิ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้