Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2530 (เลขอ้างอิง 61108)

พ.ศ. 2530 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า โจทก์ที่ 1 ถึงที่ 4 ที่ 6 ที่ 9 ที่ 11 ที่ 16และที่ 18 อุทธรณ์ ศาลแรงงานกลางสั่งว่า ค่าจ้างหรือประโยชน์อื่นใดในระหว่างปิดงาน นั้น เป็นค่าเสียหายซึ่งเป็นดุลพินิจของศาล จึงเป็นปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามอุทธรณ์ จึงไม่รับอุทธรณ์ของโจทก์โจทก์ทั้งเก้าเห็นว่า โจทก์อุทธรณ์ว่าศาลแรงงานกลางมิได้พิพากษาให้เป็นไปตามหลักกฎหมาย กล่าวคือ เมื่อศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่าจำเลยปิดงานโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย โจทก์ก็ควรมีสิทธิได้รับเงินต่าง ๆ ตามที่โจทก์ฟ้อง ซึ่งศาลแรงงานก็ได้ตั้งเป็นประเด็นข้อพิพาทไว้ในข้อ 3 แล้ว แต่ศาลแรงงานกลางมิได้พิพากษาตามประเด็นข้อพิพาทที่ตั้งไว้ดังกล่าว จึงเป็นการพิพากษาที่ขัดต่อกฎหมาย โจทก์อุทธรณ์ในประเด็นข้อนี้หาใช่อุทธรณ์ในข้อเท็จจริงไม่นอกจากนั้นโจทก์ยังอุทธรณ์อีกว่า การที่ศาลแรงงานกลางพิพากษาจ่ายค่าเสียหายให้แก่โจทก์บางส่วน เป็นคำวินิจฉัยที่ขัดต่อบทบัญญัติมาตรา 52 แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 อุทธรณ์ของโจทก์ในประเด็นดังกล่าวเป็นประเด็นข้อกฎหมายโดยตรง โปรดมีคำสั่งรับอุทธรณ์ของโจทก์ไว้พิจารณาชี้ขาดต่อไปหมายเหตุ ทนายจำเลยยื่นคำร้องคัดค้าน (อันดับ 111)ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยจ่ายค่าเสียหายในระหว่างปิดงานให้โจทก์ที่ 1 ถึงที่ 4 ที่ 6 ที่ 9 ที่ 11 ที่ 16 และที่ 18จำนวน 20,500 บาท,21,000 บาท,20,000 บาท,20,500 บาท,25,000 บาท,19,000 บาท,21,000 บาท,16,000 บาทและ 14,000 บาท ตามลำดับ คำขอนอกจากนี้ให้ยกโจทก์ที่ 1 ถึงที่ 4 ที่ 6 ที่ 9 ที่ 11 ที่ 16 และที่ 18อุทธรณ์ ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ดังกล่าว (อันดับ 102)โจทก์ที่ 1 ถึงที่ 4 ที่ 6 ที่ 9 ที่ 11 ที่ 16 และที่ 18จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 108)คำสั่งอุทธรณ์ของโจทก์ที่ 1 ถึงที่ 4 ที่ 6 ที่ 9 ที่ 11 ที่ 16 และที่ 18 กล่าวอ้างว่า ศาลแรงงานกลางมิได้พิพากษาตามประเด็นที่กำหนดว่า โจทก์มีสิทธิได้รับค่าจ้าง ค่าครองชีพ เบี้ยขยันโบนัส ค่าวันหยุดพักผ่อนประจำปี และเงินช่วยเหลือสังสรรปีพ.ศ. 2528 จากจำเลยหรือไม่ แต่กลับพิพากษาให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหายซึ่งนอกประเด็น และเมื่อคำนวณตามรายการต่าง ๆ ดังกล่าวแล้วโจทก์แต่ละคนจะได้รับมากกว่าที่ศาลแรงงานกลางกำหนด พิเคราะห์แล้ว ศาลแรงงานกลางได้วินิจฉัยประเด็นดังกล่าว โดยเรียกรวมเป็นค่าเสียหาย และได้พิจารณาพยานหลักฐานต่าง ๆ แล้วจึงได้กำหนดให้เป็นเงินจำนวนหนึ่ง ดังนี้ จึงเป็นเรื่องโต้แย้งดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐาน และกำหนดจำนวนเงินที่จำเลยจะต้องชดใช้แก่โจทก์อันเป็นอุทธรณ์ในข้อเท็จจริง ที่ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ของโจทก์ จึงชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 54

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 1365/2530นายสมศักดิ์ ฉัตรแก้ว กับพวกฯโจทก์บริษัทไทยบริดจสโตน จำกัดจำเลยนายสมศักดิ์ ฉัตรแก้ว ที่ 1ผู้ยื่นคำร้องนายวิโรจน์ น้อยวงษ์ ที่ 2ผู้ยื่นคำร้องนายสมชาติ ณ วิเชียร ที่ 3ผู้ยื่นคำร้องนายนิวัธ ผู้เจริญสุข ที่ 4ผู้ยื่นคำร้อง พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 ม. 54ความว่า โจทก์ที่ 1 ถึงที่ 4 ที่ 6 ที่ 9 ที่ 11 ที่ 16และที่ 18 อุทธรณ์ ศาลแรงงานกลางสั่งว่า ค่าจ้างหรือประโยชน์อื่นใดในระหว่างปิดงาน นั้น เป็นค่าเสียหายซึ่งเป็นดุลพินิจของศาล จึงเป็นปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามอุทธรณ์ จึงไม่รับอุทธรณ์ของโจทก์โจทก์ทั้งเก้าเห็นว่า

คำพิพากษาศาลล่าง

โจทก์อุทธรณ์ว่าศาลแรงงานกลางมิได้พิพากษาให้เป็นไปตามหลักกฎหมาย กล่าวคือ เมื่อศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่าจำเลยปิดงานโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย โจทก์ก็ควรมีสิทธิได้รับเงินต่าง ๆ ตามที่โจทก์ฟ้อง ซึ่งศาลแรงงานก็ได้ตั้งเป็นประเด็นข้อพิพาทไว้ในข้อ 3 แล้ว แต่ศาลแรงงานกลางมิได้พิพากษาตามประเด็นข้อพิพาทที่ตั้งไว้ดังกล่าว จึงเป็นการพิพากษาที่ขัดต่อกฎหมาย

โจทก์อุทธรณ์ในประเด็นข้อนี้หาใช่อุทธรณ์ในข้อเท็จจริงไม่นอกจากนั้นโจทก์ยังอุทธรณ์อีกว่า การที่ศาลแรงงานกลางพิพากษาจ่ายค่าเสียหายให้แก่โจทก์บางส่วน เป็นคำวินิจฉัยที่ขัดต่อบทบัญญัติมาตรา 52 แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 อุทธรณ์ของโจทก์ในประเด็นดังกล่าวเป็นประเด็นข้อกฎหมายโดยตรง โปรดมีคำสั่งรับอุทธรณ์ของโจทก์ไว้พิจารณาชี้ขาดต่อไปหมายเหตุ ทนายจำเลยยื่นคำร้องคัดค้าน (อันดับ 111)

ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยจ่ายค่าเสียหายในระหว่างปิดงานให้โจทก์ที่ 1 ถึงที่ 4 ที่ 6 ที่ 9 ที่ 11 ที่ 16 และที่ 18จำนวน 20,500 บาท,21,000 บาท,20,000 บาท,20,500 บาท,25,000 บาท,19,000 บาท,21,000 บาท,16,000 บาทและ 14,000 บาท ตามลำดับ คำขอนอกจากนี้ให้ยกโจทก์ที่ 1 ถึงที่ 4 ที่ 6 ที่ 9 ที่ 11 ที่ 16 และที่ 18อุทธรณ์

ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ดังกล่าว (อันดับ 102)โจทก์ที่ 1 ถึงที่ 4 ที่ 6 ที่ 9 ที่ 11 ที่ 16 และที่ 18จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 108)คำสั่งอุทธรณ์ของโจทก์ที่ 1 ถึงที่ 4 ที่ 6 ที่ 9 ที่ 11 ที่ 16 และที่ 18 กล่าวอ้างว่า

ศาลแรงงานกลางมิได้พิพากษาตามประเด็นที่กำหนดว่า โจทก์มีสิทธิได้รับค่าจ้าง ค่าครองชีพ เบี้ยขยันโบนัส ค่าวันหยุดพักผ่อนประจำปี และเงินช่วยเหลือสังสรรปีพ.ศ. 2528 จากจำเลยหรือไม่ แต่กลับพิพากษาให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหายซึ่งนอกประเด็น และเมื่อคำนวณตามรายการต่าง ๆ ดังกล่าวแล้วโจทก์แต่ละคนจะได้รับมากกว่าที่ศาลแรงงานกลางกำหนด

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้ว ศาลแรงงานกลางได้วินิจฉัยประเด็นดังกล่าว โดยเรียกรวมเป็นค่าเสียหาย และได้พิจารณาพยานหลักฐานต่าง ๆ แล้วจึงได้กำหนดให้เป็นเงินจำนวนหนึ่ง ดังนี้ จึงเป็นเรื่องโต้แย้งดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐาน และกำหนดจำนวนเงินที่จำเลยจะต้องชดใช้แก่โจทก์อันเป็นอุทธรณ์ในข้อเท็จจริง ที่ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ของโจทก์ จึงชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สุพจน์ นาถะพินธุ · จุนท์ จันทรวงศ์ · วิศิษฏ์ ลิมานนท์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 757/2567

เงินทดแทนค่าบริการทางการแพทย์ที่โจทก์เรียกร้องจากจำเลยที่ 1 เป็นหนี้เงินอย่างหนึ่ง จำเลยที่ 1 จึงต้องรับผิดชำระดอกเบี้ยในระหว่างผิดนัดให้แก่โจทก์ ซึ่งตาม ป.พ.พ. มาตรา 204 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "ถ้าหนี้…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6067/2567

แม้คดีนี้จำเลยจะให้การต่อสู้เรื่องอำนาจฟ้องไว้ในคำให้การเพียงประการเดียวว่า โจทก์ยื่นคำฟ้องเกินระยะเวลาที่ พ.ร.บ.เงินทดแทน พ.ศ. 2537 กำหนดไว้ โดยมิได้ให้การต่อสู้ไว้ด้วยว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องเนื่องจา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3529/2565

การนำบทบัญญัติแห่งกฎหมายใดมาใช้บังคับแก่คดี เป็นปัญหาข้อกฎหมายสำคัญที่ศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษควรวินิจฉัยให้ เมื่อคดีขึ้นสู่ศาลฎีกาโดยมีข้อเท็จจริงเพียงพอที่ศาลฎีกาจะวินิจฉัยในปัญหาตามอุทธรณ์ของโจทก์ดั…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3100/2563

ในการพิจารณาพิพากษาคดีของศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษจะต้องถือตามข้อเท็จจริงที่ศาลแรงงานกลางได้วินิจฉัยมาตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 56 วรรคสอง คดีนี้ข้อเท็จจริงได้ความ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 643/2563

จำเลยกับผู้เสียหายที่ 2 อยู่กินฉันสามีภริยาและมีบุตรด้วยกัน เพิ่งเลิกคบหากันก่อนเกิดเหตุเพียงหนึ่งเดือน ความสัมพันธ์ยังคงมีอยู่ไม่ถึงกับตัดขาดทีเดียว การที่จำเลยขับรถจักรยานยนต์ตามหาผู้เสียหายที่ 2 ใน…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้