คำฟ้องและคำให้การ
ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 1442/2530พนักงานอัยการจังหวัดเลยโจทก์นางมะลิวัลย์ เสนานุชจำเลยนายเจียน จันลาศรี ผู้เสียหาย ผู้ร้องผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.พ. ม. 27 ป.วิ.อ. ม. 15, ม. 39 (2), ม. 182ความว่า คดีนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา ปรากฏว่าผู้ร้องตกลงกับจำเลยได้โดยฝ่ายจำเลยยอมชดใช้เงินคืนให้แก่ผู้ร้องเป็นจำนวน 20,000 บาท ผู้ร้องได้รับเงินครบถ้วนแล้ว และไม่ประสงค์ดำเนินคดีกับจำเลยต่อไป จึงขอถอนคำร้องทุกข์ในคดีนี้หมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 63)
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83,341และขอให้สั่งให้จำเลยคืนหรือชดใช้เงิน 20,000 บาทแก่ผู้เสียหายด้วยศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 80,341 จำคุก 2 ปี ให้จำเลยคืนหรือชดใช้เงิน 20,000 บาทแก่ผู้เสียหายศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง (อันดับ 53,55)ศาลชั้นต้นส่งสำนวนไปยังศาลฎีกาเพื่อพิจารณาพิพากษา(อันดับ 61)ขณะที่คดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา
ผู้ร้องยื่นคำร้องดังกล่าวต่อศาลชั้นต้น (อันดับ 63)ศาลชั้นต้นทำการไต่สวนในวันเดียวกันนั้นเอง โจทก์แถลงว่านายเจียนจันลาศรี เป็นผู้เสียหายจริง และไม่คัดค้านที่ผู้เสียหายถอนคำร้องทุกข์คดีนี้ ศาลชั้นต้นสอบถามผู้เสียหาย ผู้เสียหายยืนยันขอถอนคำร้องทุกข์ตามคำร้อง
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้รวบรวมคำร้องและรายงานกระบวนพิจารณาส่งไปศาลฎีกาเพื่อพิจารณาสั่งเป็นการด่วน (อันดับ 64) แต่ปรากฏว่าศาลชั้นต้นมิได้ส่งคำร้องขอถอนคำร้องทุกข์ของผู้เสียหายและรายงานกระบวนพิจารณาในวันทำการไต่สวนไปยังศาลฎีกาต่อมาศาลฎีกาทำคำพิพากษาเสร็จ และส่งไปยังศาลชั้นต้นเพื่ออ่านให้คู่ความฟัง (อันดับ 65)ศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาให้คู่ความฟังเมื่อวันที่6 กันยายน 2528(อันดับ 75)จำเลยยื่นคำร้องต่อศาลชั้นต้นขอให้ศาลชั้นต้นส่งคำร้องขอถอนคำร้องทุกข์ ลงวันที่ 24 ตุลาคม 2527 ที่ผู้เสียหายได้ยื่นไว้ไปให้ศาลฎีกาได้พิจารณาสั่งต่อไป ศาลชั้นต้นสั่งว่า ส่งคำร้องและสำนวนไปยังศาลฎีกาเพื่อพิจารณามีคำสั่งเกี่ยวกับคำร้องขอถอนคำร้องทุกข์ของผู้เสียหาย (อันดับ 97)คำสั่งคดีนี้เป็นคดีความผิดต่อส่วนตัว
เมื่อผู้เสียหายยื่นคำร้องขอถอนคำร้องทุกข์ฉบับลงวันที่ 24 ตุลาคม 2527 ซึ่งขณะนั้นคดียังอยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา สิทธินำคดีอาญามาฟ้องย่อมเป็นอันระงับไป ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39(2)แต่เนื่องจากศาลฎีกาไม่ทราบว่ามีคำร้องขอถอนคำร้องทุกข์เพราะศาลชั้นต้นไม่ได้ส่งคำร้องนั้นไปยังศาลฎีกา ศาลฎีกาจึงได้ทำคำพิพากษาและส่งไปให้ศาลชั้นต้นอ่าน ซึ่งศาลชั้นต้นได้อ่านให้คู่ความฟังแล้วเมื่อวันที่ 6 กันยายน 2528 การอ่านคำพิพากษาของศาลฎีกาดังกล่าวเป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบโดยผิดหลงจึงให้เพิกถอนการอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาเมื่อวันที่ 6 กันยายน2528 นั้นเสีย ให้จำหน่ายคดีเสียจากสารบบความ และให้ศาลชั้นต้นส่งคำพิพากษาศาลฎีกาคืนศาลฎีกา