Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2530 (เลขอ้างอิง 61189)

พ.ศ. 2530 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า ผู้ร้องฎีกา มีเหตุผลที่จะชนะคดีได้ โปรดมีคำสั่งให้ศาลชั้นต้นและหรือเจ้าพนักงานบังคับคดีงดการขายทอดตลาดไว้ก่อนหมายเหตุ โจทก์แถลงคัดค้าน (อันดับ 153)กรณีเป็นชั้นบังคับคดีสืบเนื่องจากโจทก์นำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดอาคารตึก3 ชั้น เลขที่ 980 โรงแรมสีฟ้า ปลูกอยู่บนที่ดินโฉนดเลขที่ 78ของนายเดชาบุญชูช่วยตั้งอยู่ที่ตำบลท่าข้ามอำเภอพุนพินจังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยยึดเฉพาะสิ่งปลูกสร้าง ราคาประมาณ400,000 บาท โดยอ้างว่าเป็นทรัพย์สินของจำเลย เพื่อขายทอดตลาดนำเงินชำระหนี้ตามคำพิพากษา และเจ้าพนักงานบังคับคดีได้ทำการประกาศขายทอดตลาดแล้ว ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า ทรัพย์ดังกล่าวเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้ร้อง ไม่ใช่เป็นทรัพย์สินของจำเลย โจทก์ไม่มีสิทธินำยึด ขอให้ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้เจ้าพนักงานบังคับคดีงดการขายทอดตลาดหรือจำหน่ายทรัพย์สินที่พิพาทไว้ก่อน และมีคำสั่งให้ปล่อยทรัพย์ที่ยึดให้แก่ผู้ร้องต่อไปด้วยศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้องขัดทรัพย์ของผู้ร้องศาลอุทธรณ์พิพากษายืนผู้ร้องฎีกา โดยได้รับอนุญาตให้ฎีกาอย่างคนอนาถาบางส่วนพร้อมกับยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 141,166,140)ผู้ร้องยื่นคำร้องขอคุ้มครองประโยชน์ระหว่างพิจารณาในชั้นอุทธรณ์ (อันดับ 107) แต่ไม่ปรากฏคำสั่งของศาลอุทธรณ์ในสำนวนที่ส่งมาศาลฎีกาคำสั่งคดีในชั้นร้องขัดทรัพย์นี้ มีความเกี่ยวพันกับคดีเดิมซึ่งโจทก์ในคดีนี้ได้ฟ้องจำเลยในคดีนี้เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน 2515 กับนายฮั้งเช็งแซ่เล้า ให้ใช้เงินตามตั๋วสัญญาใช้เงิน คดีถึงที่สุดโดยศาลพิพากษาให้จำเลยทั้งสองในคดีดังกล่าวร่วมกันรับผิดชำระเงินตามฟ้องโจทก์ในคดีดังกล่าวจึงนำยึดโรงแรมศรีฟ้า ซึ่งเป็นทรัพย์อันเดียวกับที่ถูกยึดในคดีนี้ นายจิ้งเช็งแซ่เล้า ซึ่งเป็นคนเดียวกับผู้ร้องขัดทรัพย์ในคดีนี้ จึงร้องขัดทรัพย์ในคดีดังกล่าวอ้างว่าโรงแรมศรีฟ้าที่ถูกยึดเป็นของตน ศาลชั้นต้นในคดีดังกล่าววินิจฉัยว่านายจิ้งเช็งแซ่เล้าเป็นคนเดียวกับนายฮั้งเช็งแซ่เล้า จำเลยที่ 2 ในคดีนั้น และต้องรับผิดร่วมกับจำเลยที่ 1อยู่แล้ว จึงไม่มีสิทธิร้องขัดทรัพย์ คดีถึงที่สุดโดยศาลชั้นต้นไม่รับอุทธรณ์ของนายจิ้งเช็งแซ่เล้า และในที่สุดจำเลยยอมชำระเงินให้โจทก์ตามคำพิพากษา โจทก์จึงได้ถอนการยึดทรัพย์ในวันเดียวกับที่โจทก์ฟ้องจำเลยในคดีดังกล่าว โจทก์ได้ฟ้องจำเลยในคดีนี้เรื่องกู้ยืมเงิน ศาลฎีกาพิพากษายืนให้จำเลยใช้เงินตามฟ้อง คดีถึงที่สุด โจทก์จึงได้นำยึดโรงแรมศรีฟ้า ซึ่งเป็นทรัพย์อันเดียวกับที่ถูกยึดในคดีก่อน นายจิ้งเช็งแซ่เล้า ผู้ร้องขัดทรัพย์คนเดียวกันและเป็นน้องชายจำเลย จึงได้ยื่นคำร้องขัดทรัพย์ในคดีนี้ อ้างว่าโรงแรมศรีฟ้าที่ถูกยึดเป็นของผู้ร้องโดยผู้ร้องได้เช่าที่ดินจากนายเดชาบุญชูช่วยปลูกโรงแรมโรงแรมศรีฟ้าจึงเป็นของตน เป็นดังนี้จึงเห็นได้ชัดว่านายจิ้งเช็งแซ่เล้าได้ประวิงคดีโดยวิธีร้องขัดทรัพย์ด้วยเหตุต่าง ๆ ตลอดมาเพื่อประสงค์ไม่ให้โจทก์ยึดทรัพย์ขายทอดตลาดได้ ทั้ง ๆ ที่เวลาก็ได้เนิ่นนานมาถึง 10 ปีเศษแล้วโจทก์ก็ยังไม่อาจขายทอดตลาดทรัพย์โรงแรมศรีฟ้าของจำเลยได้ ศาลฎีกาเห็นว่า พฤติการณ์ของผู้ร้องดังกล่าวแสดงว่าคำร้องขอคุ้มครองประโยชน์ระหว่างพิจารณาของศาลฎีกาของผู้ร้องที่ขอให้งดการขายทอดตลาดทรัพย์ที่ยึดหาได้เป็นไปเพื่อคุ้มครองประโยชน์ของผู้ร้องขัดทรัพย์ในระหว่างการพิจารณาแต่อย่างใดไม่ แต่เป็นไปเพื่อประวิงคดีมากกว่า จากพฤติการณ์ของผู้ร้องดังกล่าวข้างต้นจึงไม่เห็นสมควรให้งดการขายทอดตลาดทรัพย์ของจำเลยตามคำร้องของผู้ร้อง ให้ยกคำร้อง

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 1509/2530ธนาคารนครหลวงไทย จำกัดโจทก์นายจิ้งเช็ง แซ่เล้าผู้ร้องนายวิสิทธิ์ ธัญชลีนาวงศ์ หรือฮั้งปอ แซ่เล้าจำเลยนายจิ้งเช็ง แซ่เล้า ผู้ร้องผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.พ. ม. 264ความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ผู้ร้องฎีกา มีเหตุผลที่จะชนะคดีได้ โปรดมีคำสั่งให้ศาลชั้นต้นและหรือเจ้าพนักงานบังคับคดีงดการขายทอดตลาดไว้ก่อนหมายเหตุ โจทก์แถลงคัดค้าน (อันดับ 153)กรณีเป็นชั้นบังคับคดีสืบเนื่องจากโจทก์นำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดอาคารตึก3 ชั้น เลขที่ 980 โรงแรมสีฟ้า ปลูกอยู่บนที่ดินโฉนดเลขที่ 78ของนายเดชาบุญชูช่วยตั้งอยู่ที่ตำบลท่าข้ามอำเภอพุนพินจังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยยึดเฉพาะสิ่งปลูกสร้าง ราคาประมาณ400,000 บาท โดยอ้างว่าเป็นทรัพย์สินของจำเลย เพื่อขายทอดตลาดนำเงินชำระหนี้ตามคำพิพากษา และเจ้าพนักงานบังคับคดีได้ทำการประกาศขายทอดตลาดแล้ว ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า ทรัพย์ดังกล่าวเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้ร้อง ไม่ใช่เป็นทรัพย์สินของจำเลย

โจทก์ไม่มีสิทธินำยึด ขอให้ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้เจ้าพนักงานบังคับคดีงดการขายทอดตลาดหรือจำหน่ายทรัพย์สินที่พิพาทไว้ก่อน และมีคำสั่งให้ปล่อยทรัพย์ที่ยึดให้แก่ผู้ร้องต่อไปด้วยศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้องขัดทรัพย์ของผู้ร้องศาลอุทธรณ์พิพากษายืนผู้ร้องฎีกา โดยได้รับอนุญาตให้ฎีกาอย่างคนอนาถาบางส่วนพร้อมกับยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 141,166,140)ผู้ร้องยื่นคำร้องขอคุ้มครองประโยชน์ระหว่างพิจารณาในชั้นอุทธรณ์ (อันดับ 107) แต่ไม่ปรากฏคำสั่งของศาลอุทธรณ์ในสำนวนที่ส่งมาศาลฎีกาคำสั่งคดีในชั้นร้องขัดทรัพย์นี้ มีความเกี่ยวพันกับคดีเดิมซึ่งโจทก์ในคดีนี้ได้ฟ้องจำเลยในคดีนี้เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน 2515 กับนายฮั้งเช็งแซ่เล้า ให้ใช้เงินตามตั๋วสัญญาใช้เงิน

คดีถึงที่สุดโดยศาลพิพากษาให้จำเลยทั้งสองในคดีดังกล่าวร่วมกันรับผิดชำระเงินตามฟ้องโจทก์ในคดีดังกล่าวจึงนำยึดโรงแรมศรีฟ้า ซึ่งเป็นทรัพย์อันเดียวกับที่ถูกยึดในคดีนี้ นายจิ้งเช็งแซ่เล้า ซึ่งเป็นคนเดียวกับผู้ร้องขัดทรัพย์ในคดีนี้ จึงร้องขัดทรัพย์ในคดีดังกล่าวอ้างว่าโรงแรมศรีฟ้าที่ถูกยึดเป็นของตน ศาลชั้นต้นในคดีดังกล่าววินิจฉัยว่านายจิ้งเช็งแซ่เล้าเป็นคนเดียวกับนายฮั้งเช็งแซ่เล้า จำเลยที่ 2 ในคดีนั้น และต้องรับผิดร่วมกับจำเลยที่ 1อยู่แล้ว จึงไม่มีสิทธิร้องขัดทรัพย์ คดีถึงที่สุดโดยศาลชั้นต้นไม่รับอุทธรณ์ของนายจิ้งเช็งแซ่เล้า และในที่สุดจำเลยยอมชำระเงินให้โจทก์ตามคำพิพากษา โจทก์จึงได้ถอนการยึดทรัพย์ในวันเดียวกับที่โจทก์ฟ้องจำเลยในคดีดังกล่าว

โจทก์ได้ฟ้องจำเลยในคดีนี้เรื่องกู้ยืมเงิน ศาลฎีกาพิพากษายืนให้จำเลยใช้เงินตามฟ้อง คดีถึงที่สุด โจทก์จึงได้นำยึดโรงแรมศรีฟ้า ซึ่งเป็นทรัพย์อันเดียวกับที่ถูกยึดในคดีก่อน นายจิ้งเช็งแซ่เล้า ผู้ร้องขัดทรัพย์คนเดียวกันและเป็นน้องชายจำเลย จึงได้ยื่นคำร้องขัดทรัพย์ในคดีนี้ อ้างว่าโรงแรมศรีฟ้าที่ถูกยึดเป็นของผู้ร้องโดยผู้ร้องได้เช่าที่ดินจากนายเดชาบุญชูช่วยปลูกโรงแรมโรงแรมศรีฟ้าจึงเป็นของตน เป็นดังนี้จึงเห็นได้ชัดว่านายจิ้งเช็งแซ่เล้าได้ประวิงคดีโดยวิธีร้องขัดทรัพย์ด้วยเหตุต่าง ๆ ตลอดมาเพื่อประสงค์ไม่ให้โจทก์ยึดทรัพย์ขายทอดตลาดได้ ทั้ง ๆ ที่เวลาก็ได้เนิ่นนานมาถึง 10 ปีเศษแล้วโจทก์ก็ยังไม่อาจขายทอดตลาดทรัพย์โรงแรมศรีฟ้าของจำเลยได้

ศาลฎีกาเห็นว่า พฤติการณ์ของผู้ร้องดังกล่าวแสดงว่าคำร้องขอคุ้มครองประโยชน์ระหว่างพิจารณาของศาลฎีกาของผู้ร้องที่ขอให้งดการขายทอดตลาดทรัพย์ที่ยึดหาได้เป็นไปเพื่อคุ้มครองประโยชน์ของผู้ร้องขัดทรัพย์ในระหว่างการพิจารณาแต่อย่างใดไม่ แต่เป็นไปเพื่อประวิงคดีมากกว่า จากพฤติการณ์ของผู้ร้องดังกล่าวข้างต้นจึงไม่เห็นสมควรให้งดการขายทอดตลาดทรัพย์ของจำเลยตามคำร้องของผู้ร้อง ให้ยกคำร้อง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
วิฑูรย์ ตั้งตรงจิตต์ · ไมตรี กลั่นนุรักษ์ · ประวิทย์ ขัมภรัตน์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 475/2562

จำเลยที่ 1 และที่ 2 ฎีกาคำสั่งศาลอุทธรณ์ที่ให้ยกคำร้องขอคุ้มครองประโยชน์ของจำเลยที่ 1 และที่ 2 ในระหว่างพิจารณาของศาลอุทธรณ์ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 264 ต่อมาศาลอุทธรณ์วินิจฉัยคดีในส่วนที่ศาลชั้นต้นไม่รับคำใ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4231/2558

เมื่อในคดีหลักที่โจทก์ฟ้องขอให้ศาลพิพากษาให้เด็กชาย ธ. เป็นบุตรของโจทก์กับจำเลยที่ 1 และให้โจทก์มีอำนาจปกครองถึงที่สุดแล้ว ฎีกาของโจทก์ที่ขอคุ้มครองประโยชน์ระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกาโดยขอให้มีสิทธิติ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 10361/2557

โจทก์ฟ้องขอหย่าขาดจากจำเลยที่ 1 และขอให้พิพากษาแบ่งสินสมรสแก่โจทก์กึ่งหนึ่ง การที่ศาลชั้นต้นพิพากษาแบ่งสินสมรสที่ดินสวนยางพาราพิพาทเนื้อที่ 60 ไร่ และที่ดินสวนปาล์มน้ำมันพิพาทเนื้อที่ 15 ไร่ แก่โจทก์ก…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5307/2556

เมื่อที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสองแล้ว อำนาจในการสั่งคำร้องขอคุ้มครองประโยชน์ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 264 ย่อมเป็นของศาลอุทธรณ์ภาค 8 ที่จะพิจารณาสั่ง การที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตให้คุ้มครอ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3474/2551

โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยและบริวารออกจากที่ดินสวนยางพาราของโจทก์ทั้งสอง ระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้น โจทก์ทั้งสองยื่นคำร้องขอให้ศาลชั้นต้นมีคำสั่งกำหนดวิธีการเพื่อคุ้มครองประโยชน์ในระหว่างการพิจารณา โดยใ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้