Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2530 (เลขอ้างอิง 61298)

พ.ศ. 2530 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า คดีนี้ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์โดยอาศัยข้อเท็จจริง จึงต้องห้ามมิให้ฎีกา จึงไม่รับฎีกาโจทก์เห็นว่า โจทก์ฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายว่า การที่ศาลชั้นต้นวินิจฉัยถึงเอกสารที่จำเลยนำมาซักค้านพยานโจทก์ในชั้นไต่สวนมูลฟ้องว่า จำเลยที่ 1 และที่ 3 มีมูลหนี้ติดค้างกันอยู่ จำเลยที่ 3 จึงเป็นผู้ทรงเช็คในคดีเดิม ทั้ง ๆ ที่เอกสารดังกล่าวยังไม่ได้รับฟังเป็นที่ยุติว่าจำเลยที่ 1 เป็นผู้ทรงเช็ค โดยคดีต่าง ๆ ที่โจทก์ในคดีนี้ถูกฝ่ายจำเลยฟ้องต่อศาลรวม 12 คดี และอ้างเอกสารดังกล่าวเป็นพยานนั้นยังอยู่ระหว่างการพิจารณาคดีของศาล และเอกสารดังกล่าวยังมีประเด็นโต้เถียงกันอยู่ การที่ศาลชั้นต้นวินิจฉัยเจาะลึกถึงเอกสารที่จำเลยนำมาซักค้านพยานโจทก์ดังกล่าว จึงเป็นการวินิจฉัยนอกประเด็นและนอกสำนวน คำวินิจฉัยของศาลชั้นต้นดังกล่าวชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ซึ่งเป็นปัญหาข้อกฎหมายที่ศาลสูงควรจะได้วินิจฉัย โปรดกลับคำสั่งของศาลชั้นต้น ให้รับฎีกาของโจทก์ไว้พิจารณาพิพากษาต่อไปหมายเหตุ จำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2 ที่ 3 ต่างได้รับสำเนาคำร้องแล้วโดยวิธีปิดหมายตามคำสั่งศาล (อันดับ 44,43)โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 83,90,91,175 และ 177ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีโจทก์ไม่มีมูล พิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ขอให้พิพากษากลับ และมีคำสั่งว่าคดีโจทก์มีมูลให้ศาลชั้นต้นรับคดีโจทก์ไว้พิจารณาต่อไปศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว (อันดับ 39)โจทก์จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 41)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว โจทก์ฎีกาว่า การที่ศาลชั้นต้นวินิจฉัยถึงเอกสารที่จำเลยนำมาซักค้านพยานโจทก์ในชั้นไต่สวนมูลฟ้อง ในขณะที่เอกสารดังกล่าวยังมีประเด็นโต้เถียงกันในระหว่างการพิจารณาคดีอื่นของโจทก์จำเลย เป็นการไม่ชอบด้วยกฎหมาย นั้น เป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมาย แต่การวินิจฉัยถึงเอกสารตามที่จำเลยส่งประกอบการซักค้านพยานโจทก์และพยานยอมรับความถูกต้องของเอกสารแล้ว ศาลย่อมรับฟังเอกสารนั้นได้ ไม่เป็นเอกสารที่จำเลยอ้างเป็นพยาน และไม่มีกฎหมายห้ามรับฟังเอกสารที่ยังอยู่ในระหว่างการพิจารณาคดีอื่น ที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยมา แม้ศาลฎีการับไว้วินิจฉัยอีก ก็ไม่มีทางเปลี่ยนแปลงเป็นอย่างอื่นได้ปัญหาข้อกฎหมายที่โจทก์ฎีกาขึ้นมาจึงไม่เป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัย ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 229 ประกอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 15 ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาของโจทก์ ชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 1776/2530นายลีสอง แซ่เตียวโจทก์นายศิริศักดิ์ ไกรศักดาวัฒน์ กับพวกจำเลยนายลีสอง แซ่เตียว โจทก์ผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.อ. ม. 15, ม. 195, ม. 218, ม. 224 ป.วิ.พ. ม. 249ความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า คดีนี้ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์โดยอาศัยข้อเท็จจริง จึงต้องห้ามมิให้ฎีกา จึงไม่รับฎีกาโจทก์เห็นว่า

โจทก์ฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายว่า การที่ศาลชั้นต้นวินิจฉัยถึงเอกสารที่จำเลยนำมาซักค้านพยานโจทก์ในชั้นไต่สวนมูลฟ้องว่า จำเลยที่ 1 และที่ 3 มีมูลหนี้ติดค้างกันอยู่ จำเลยที่ 3 จึงเป็นผู้ทรงเช็คในคดีเดิม ทั้ง ๆ ที่เอกสารดังกล่าวยังไม่ได้รับฟังเป็นที่ยุติว่าจำเลยที่ 1 เป็นผู้ทรงเช็ค โดยคดีต่าง ๆ ที่โจทก์ในคดีนี้ถูกฝ่ายจำเลยฟ้องต่อศาลรวม 12 คดี และอ้างเอกสารดังกล่าวเป็นพยานนั้นยังอยู่ระหว่างการพิจารณาคดีของศาล และเอกสารดังกล่าวยังมีประเด็นโต้เถียงกันอยู่ การที่ศาลชั้นต้นวินิจฉัยเจาะลึกถึงเอกสารที่จำเลยนำมาซักค้านพยานโจทก์ดังกล่าว จึงเป็นการวินิจฉัยนอกประเด็นและนอกสำนวน คำวินิจฉัยของศาลชั้นต้นดังกล่าวชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ซึ่งเป็นปัญหาข้อกฎหมายที่ศาลสูงควรจะได้วินิจฉัย

โปรดกลับคำสั่งของศาลชั้นต้น ให้รับฎีกาของโจทก์ไว้พิจารณาพิพากษาต่อไปหมายเหตุ จำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2 ที่ 3 ต่างได้รับสำเนาคำร้องแล้วโดยวิธีปิดหมายตามคำสั่งศาล (อันดับ 44,43)โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 83,90,91,175 และ 177ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีโจทก์ไม่มีมูล พิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ขอให้พิพากษากลับ และมีคำสั่งว่าคดีโจทก์มีมูลให้ศาลชั้นต้นรับคดีโจทก์ไว้พิจารณาต่อไปศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว (อันดับ 39)โจทก์จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 41)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว โจทก์ฎีกาว่า การที่ศาลชั้นต้นวินิจฉัยถึงเอกสารที่จำเลยนำมาซักค้านพยานโจทก์ในชั้นไต่สวนมูลฟ้อง ในขณะที่เอกสารดังกล่าวยังมีประเด็นโต้เถียงกันในระหว่างการพิจารณาคดีอื่นของโจทก์จำเลย เป็นการไม่ชอบด้วยกฎหมาย

นั้น เป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมาย แต่การวินิจฉัยถึงเอกสารตามที่จำเลยส่งประกอบการซักค้านพยานโจทก์และพยานยอมรับความถูกต้องของเอกสารแล้ว ศาลย่อมรับฟังเอกสารนั้นได้ ไม่เป็นเอกสารที่จำเลยอ้างเป็นพยาน และไม่มีกฎหมายห้ามรับฟังเอกสารที่ยังอยู่ในระหว่างการพิจารณาคดีอื่น ที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยมา แม้ศาลฎีการับไว้วินิจฉัยอีก ก็ไม่มีทางเปลี่ยนแปลงเป็นอย่างอื่นได้ปัญหาข้อกฎหมายที่โจทก์ฎีกาขึ้นมาจึงไม่เป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัย ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 229 ประกอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 15 ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาของโจทก์ ชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ธีรศักดิ์ กรรณสูต · บุญส่ง คล้ายแก้ว · ถวิล ทองสว่างรัตน์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4268/2552

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยที่ 1 และที่ 2 มีความผิดฐานร่วมกันชิงทรัพย์และยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 3 โจทก์อุทธรณ์ว่าจำเลยที่ 3 ร่วมกระทำความผิดด้วย ขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสามฐานร่วมกันปล้นทรัพย์ผู้เสียหายตา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2470/2534

ผู้ร้องแม้จะเป็นมารดาจำเลยและจำเลยจะเป็นผู้วิกลจริตไม่สามารถต่อสู้คดีจริงหรือไม่ก็ตาม เมื่อผู้ร้องมิได้เป็นคู่ความในคดี และมิได้อยู่ในฐานะเป็นผู้มีอำนาจจัดการแทนผู้เสียหายตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาควา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3125/2533

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 362, 364, 365 ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 362 จำคุก 3 เดือน ปรับ 1,000 บาท โทษจำคุกให้รอการลงอาญาไว้มีกำหนด 2 ปี ศาลอุท…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2532 (เลขอ้างอิง 59945)

ความว่า จำเลยที่ 1 ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ตามฎีกาข้อ ก.นั้นศาลอุทธรณ์ใช้ดุลพินิจแก้บทและวรรคให้ถูกต้องโดยมิได้เพิ่มเติมโทษจำเลย จึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงส่วนฎีกาข้อ ขและคเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7207/2567

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับฎีกาจำเลยเฉพาะความผิดฐานกระทำชำเราเด็กอายุยังไม่เกินสิบสามปี และสั่งไม่รับฎีกาจำเลยในความผิดฐานอื่น ซึ่งจำเลยอาจฎีกาเป็นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นนั้นต่อศาลฎีกาได้ ตาม ป.วิ.…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้