Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2530 (เลขอ้างอิง 61300)

พ.ศ. 2530 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า คดีนี้ ผู้ร้องได้นำโฉนดที่ดินเลขที่ 15117ตำบลสำโรงเหนือ (สำโรงฝั่งใต้) อำเภอเมืองสมุทรปราการ(เมือง)จังหวัดสมุทรปราการ ของผู้ร้อง มาวางเป็นประกันในการที่จำเลยขอทุเลาการบังคับในระหว่างอุทธรณ์ และได้ทำหนังสือสัญญาค้ำประกันไว้ต่อศาลต่อมาศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษายืน จำเลยฎีกาผู้ร้องจึงยื่นคำร้องขอรับโฉนดที่ดินดังกล่าวคืนจากศาล ศาลฎีกามีคำสั่งให้ยกคำร้อง ผู้ร้องเห็นว่า ผู้ร้องทำสัญญาค้ำประกันต่อศาลในการขอทุเลาการบังคับชั้นอุทธรณ์ตามคำสั่งของศาลอุทธรณ์ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 231 มิใช่ค้ำประกันหนี้ตามคำพิพากษาจนคดีถึงที่สุด เมื่อศาลอุทธรณ์พิพากษาแล้ว ผู้ร้องก็หมดความผูกพันตามสัญญาค้ำประกัน ข้อความในสัญญาค้ำประกันที่ว่า ระหว่างคดียังไม่ถึงที่สุดนั้น น่าจะหมายถึงระหว่างคดียังไม่ถึงที่สุดของชั้นอุทธรณ์ สัญญาดังกล่าวจึงผูกพันผู้ร้องแค่ชั้นอุทธรณ์เท่านั้น ซึ่งเป็นการตีความในทางที่เป็นคุณแก่ผู้ร้องซึ่งเป็นผู้ต้องเสียในมูลหนี้ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 11ส่วนชั้นฎีกาผู้ร้องมิได้มีส่วนรู้เห็นหรือตกลงยินยอมด้วยแต่อย่างใดผู้ร้องมีเจตนาอันแท้จริงในการทำสัญญาค้ำประกันการขอทุเลาการบังคับของจำเลยในระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์เท่านั้นผู้ร้องจำเป็นต้องใช้โฉนดที่ดินดังกล่าว โปรดพิจารณาทบทวนและมีคำสั่งให้คืนโฉนดที่ดินดังกล่าวแก่ผู้ร้องด้วย โปรดอนุญาตหมายเหตุ โจทก์และจำเลยยังไม่ได้รับสำเนาคำร้องศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ให้จำเลยชำระเงินจำนวน 106,373.20 บาทพร้อมด้วยดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีในต้นเงิน 106,373.20 บาทนับแต่วันที่ 1 มกราคม 2526 จนกว่าจำเลยจะชำระเงินให้โจทก์เสร็จจำเลยฎีกา (อันดับ 81 แผ่นที่ 2)ผู้ร้องยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 114)ศาลฎีกามีคำสั่งให้ส่งสำนวนไปยังศาลชั้นต้นเพื่อให้ศาลชั้นต้นสั่งให้ผู้ร้องทำสำเนาคำร้องจำนวน 2 ฉบับ ยื่นต่อศาล และดำเนินการส่งสำเนาคำร้องดังกล่าวให้แก่โจทก์และจำเลย โดยให้โจทก์และจำเลยมีโอกาสคัดค้านก่อน เมื่อโจทก์และจำเลยยื่นคำคัดค้านแล้วหรือครบกำหนดยื่นคำคัดค้านแล้ว ให้ศาลชั้นต้นส่งสำนวนพร้อมคำคัดค้านหากมีคืนศาลฎีกาโดยเร็ว (อันดับ 116)ศาลชั้นต้นดำเนินการตามคำสั่งของศาลฎีกาแล้ว(อันดับ 117,118,118 แผ่นที่ 2)ทนายโจทก์และทนายจำเลยต่างได้รับสำเนาคำร้องแล้ว(อันดับ 119,119 แผ่นที่ 3) เฉพาะทนายโจทก์ยื่นคำแถลงคัดค้าน(อันดับ 120)ศาลชั้นต้นส่งสำนวนพร้อมคำแถลงคัดค้านของทนายโจทก์คืนมายังศาลฎีกาผู้ร้องเคยยื่นคำร้องขอรับโฉนดที่ดินซึ่งเป็นหลักประกันในชั้นอุทธรณ์ดังกล่าวคืนจากศาลมาแล้วครั้งหนึ่ง ศาลฎีกามีคำสั่งให้ยกคำร้อง (อันดับ 110)ชั้นอุทธรณ์ จำเลยได้รับอนุญาตให้ทุเลาการบังคับ โดยผู้ร้องในฐานะผู้ค้ำประกันได้นำโฉนดที่ดินเลขที่ 15117 ตำบลสำโรงเหนือ(สำโรงฝั่งใต้) อำเภอเมืองสมุทรปราการ(เมือง)จังหวัดสมุทรปราการ ของผู้ร้อง 1 ฉบับ วางเป็นหลักประกันและทำหนังสือสัญญาค้ำประกันจนคดีถึงที่สุดไว้ต่อศาลชั้นต้น(อันดับ 60,68)คำสั่งไม่มีเหตุจะเปลี่ยนแปลงคำสั่งเดิม ให้ยกคำร้อง ค่าคำร้องให้เป็นพับ

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 1778/2530นางสาววีณา นุชวงษ์โจทก์นางสาวจริยา ไชยวสุจำเลยนายอดิสร ไชยคุปต์ ผู้ค้ำประกัน ผู้ร้องผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.พ. ม. 231ความว่า คดีนี้ ผู้ร้องได้นำโฉนดที่ดินเลขที่ 15117ตำบลสำโรงเหนือ (สำโรงฝั่งใต้) อำเภอเมืองสมุทรปราการ(เมือง)จังหวัดสมุทรปราการ ของผู้ร้อง มาวางเป็นประกันในการที่จำเลยขอทุเลาการบังคับในระหว่างอุทธรณ์ และได้ทำหนังสือสัญญาค้ำประกันไว้ต่อศาลต่อมาศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกาผู้ร้องจึงยื่นคำร้องขอรับโฉนดที่ดินดังกล่าวคืนจากศาล ศาลฎีกามีคำสั่งให้ยกคำร้อง ผู้ร้องเห็นว่า ผู้ร้องทำสัญญาค้ำประกันต่อศาลในการขอทุเลาการบังคับชั้นอุทธรณ์ตามคำสั่งของศาลอุทธรณ์ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 231 มิใช่ค้ำประกันหนี้ตามคำพิพากษาจนคดีถึงที่สุด เมื่อศาลอุทธรณ์พิพากษาแล้ว ผู้ร้องก็หมดความผูกพันตามสัญญาค้ำประกัน ข้อความในสัญญาค้ำประกันที่ว่า ระหว่างคดียังไม่ถึงที่สุดนั้น น่าจะหมายถึงระหว่างคดียังไม่ถึงที่สุดของชั้นอุทธรณ์ สัญญาดังกล่าวจึงผูกพันผู้ร้องแค่ชั้นอุทธรณ์เท่านั้น ซึ่งเป็นการตีความในทางที่เป็นคุณแก่ผู้ร้องซึ่งเป็นผู้ต้องเสียในมูลหนี้ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 11ส่วนชั้นฎีกาผู้ร้องมิได้มีส่วนรู้เห็นหรือตกลงยินยอมด้วยแต่อย่างใดผู้ร้องมีเจตนาอันแท้จริงในการทำสัญญาค้ำประกันการขอทุเลาการบังคับของจำเลยในระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์เท่านั้นผู้ร้องจำเป็นต้องใช้โฉนดที่ดินดังกล่าว

โปรดพิจารณาทบทวนและมีคำสั่งให้คืนโฉนดที่ดินดังกล่าวแก่ผู้ร้องด้วย โปรดอนุญาตหมายเหตุ โจทก์และจำเลยยังไม่ได้รับสำเนาคำร้องศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ให้จำเลยชำระเงินจำนวน 106,373.20 บาทพร้อมด้วยดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีในต้นเงิน 106,373.20 บาทนับแต่วันที่ 1 มกราคม 2526 จนกว่าจำเลยจะชำระเงินให้โจทก์เสร็จจำเลยฎีกา (อันดับ 81 แผ่นที่ 2)ผู้ร้องยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 114)ศาลฎีกามีคำสั่งให้ส่งสำนวนไปยังศาลชั้นต้นเพื่อให้ศาลชั้นต้นสั่งให้ผู้ร้องทำสำเนาคำร้องจำนวน 2 ฉบับ ยื่นต่อศาล และดำเนินการส่งสำเนาคำร้องดังกล่าวให้แก่โจทก์และจำเลย โดยให้โจทก์และจำเลยมีโอกาสคัดค้านก่อน เมื่อโจทก์และจำเลยยื่นคำคัดค้านแล้วหรือครบกำหนดยื่นคำคัดค้านแล้ว ให้ศาลชั้นต้นส่งสำนวนพร้อมคำคัดค้านหากมีคืนศาลฎีกาโดยเร็ว (อันดับ 116)ศาลชั้นต้นดำเนินการตามคำสั่งของศาลฎีกาแล้ว(อันดับ 117,118,118 แผ่นที่ 2)ทนายโจทก์และทนายจำเลยต่างได้รับสำเนาคำร้องแล้ว(อันดับ 119,119 แผ่นที่ 3)

เฉพาะทนายโจทก์ยื่นคำแถลงคัดค้าน(อันดับ 120)ศาลชั้นต้นส่งสำนวนพร้อมคำแถลงคัดค้านของทนายโจทก์คืนมายังศาลฎีกาผู้ร้องเคยยื่นคำร้องขอรับโฉนดที่ดินซึ่งเป็นหลักประกันในชั้นอุทธรณ์ดังกล่าวคืนจากศาลมาแล้วครั้งหนึ่ง ศาลฎีกามีคำสั่งให้ยกคำร้อง (อันดับ 110)ชั้นอุทธรณ์ จำเลยได้รับอนุญาตให้ทุเลาการบังคับ โดยผู้ร้องในฐานะผู้ค้ำประกันได้นำโฉนดที่ดินเลขที่ 15117 ตำบลสำโรงเหนือ(สำโรงฝั่งใต้) อำเภอเมืองสมุทรปราการ(เมือง)จังหวัดสมุทรปราการ ของผู้ร้อง 1 ฉบับ วางเป็นหลักประกันและทำหนังสือสัญญาค้ำประกันจนคดีถึงที่สุดไว้ต่อศาลชั้นต้น(อันดับ 60,68)คำสั่งไม่มีเหตุจะเปลี่ยนแปลงคำสั่งเดิม ให้ยกคำร้อง ค่าคำร้องให้เป็นพับ

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สง่า ศิลปประสิทธิ์ · ชูเชิด รักตะบุตร์ · ถาวร ตันตราภรณ์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3274/2559

โจทก์เป็นเจ้าหนี้ของจำเลยตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นและเป็นผู้ขอให้เจ้าพนักงานบังคับคดีอายัดเงินฝากธนาคารของจำเลย การที่จำเลยได้หาประกันมาให้สำหรับเงินจำนวนพอชำระหนี้ตามคำพิพากษาตาม ป.วิ.พ. มาตรา 231 วรรคส…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2676/2559

คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 2 เกี่ยวกับเรื่องการขอขยายเวลาหาประกันมาวางตามเงื่อนไขที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 อนุญาตให้มีการทุเลาการบังคับไว้ในระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ภาค 2 นั้น เป็นเรื่องต่อเนื่องกับการขอทุเ…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2559 (เลขอ้างอิง 599340)

เมื่อศาลแรงงานกลางมีคำสั่งอนุญาตให้จำเลยเลิกจ้างโจทก์ทั้งสองโดยอาศัยอำนาจตามมาตรา 52 แห่ง พ.ร.บ.แรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 การที่จำเลยเลิกจ้างโจทก์ทั้งสองจึงเป็นการปฏิบัติตามกฎหมายและคำพิพากษาของศาลแรงงา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6798/2558

ป.วิ.พ. กำหนดให้การขอทุเลาการบังคับอยู่ในอำนาจของศาลเป็นชั้นๆ ไป การขอทุเลาการบังคับในระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ภาค 2 จึงเป็นเรื่องที่อยู่ในอำนาจของศาลอุทธรณ์ภาค 2 โดยเฉพาะ ทั้งศาลอุทธรณ์ภาค 2 จะอ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 18532/2555

ศาลอุทธรณ์ภาค 3 มีคำสั่งให้จำเลยนำค่าเสียหายที่ต้องชำระให้แก่โจทก์ทั้งห้าตามคำพิพากษามาวางศาลนั้น มีความหมายชัดแจ้งอยู่ในตัวแล้วว่า ให้จำเลยนำเงินค่าเสียหายมาวางต่อศาล การที่จำเลยนำสลากออมสินพิเศษซึ่ง…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้