Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2531 (เลขอ้างอิง 61386)

พ.ศ. 2531 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า โจทก์อุทธรณ์ ศาลแรงงานกลางสั่งว่า อุทธรณ์โจทก์เป็นอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 54 จึงไม่รับอุทธรณ์ของโจทก์โจทก์เห็นว่า อุทธรณ์ของโจทก์ข้อ 2.2 เป็นปัญหาข้อกฎหมายว่าจำเลยในฐานะตัวแทนของนายจ้างต้องรับผิดในเงินค่าเสียหายหรือค่าขาดประโยชน์ต่อโจทก์แทนนายจ้างตามหลักในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 824 หรือไม่ โปรดมีคำสั่งให้รับอุทธรณ์ของโจทก์ไว้พิจารณาต่อไปหมายเหตุ จำเลยแถลงคัดค้าน (อันดับ 64)ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยใช้ค่าเสียหายให้โจทก์เป็นเงิน 75,000 บาท พร้อมทั้งดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีในต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าชำระเสร็จโจทก์อุทธรณ์ ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 57)โจทก์จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 62)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว เฉพาะประเด็นที่ว่าจำเลยเป็นนายจ้างของโจทก์และต้องรับผิดต่อโจทก์ตามสัญญาจ้างหรือไม่นั้น ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่าโจทก์นำสืบไม่ได้ชัดแจ้งว่าโจทก์เป็นลูกจ้างประจำของบริษัทจำเลยมาก่อนวันที่ 19 สิงหาคม 2529 ฟังได้เพียงว่า บริษัทจำเลยเป็นตัวแทนในประเทศไทยขององค์การเทคโนโลยีเซ็นเตอร์(แห่งประเทศลิเบีย) และกำหนดค่าเสียหายให้จำเลยชดใช้ให้โจทก์จำนวน 75,000 บาท ดังนั้น ที่โจทก์อุทธรณ์โต้แย้งว่าโจทก์เป็นลูกจ้างประจำของบริษัทจำเลยมาก่อนวันที่ 19 สิงหาคม 2529 และโจทก์ไปทำงานในประเทศลิเบียในฐานะลูกจ้างของบริษัทจำเลยโดยอ้างพยานหลักฐานต่าง ๆ ขึ้นสนับสนุน จึงเป็นอุทธรณ์ในข้อเท็จจริง ส่วนที่โจทก์อุทธรณ์ขอให้ศาลฎีกากำหนดจำนวนเงินค่าเสียหายให้โจทก์เป็นค่าขาดประโยชน์รวมเป็นเงินทั้งสิ้น399,900 บาท ก็เป็นการอุทธรณ์โต้เถียงดุลพินิจในการกำหนดค่าเสียหายของศาลแรงงานกลางเป็นอุทธรณ์ข้อเท็จจริงเช่นกัน อุทธรณ์โจทก์ต้องห้ามตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงานพ.ศ. 2522มาตรา 54 ศาลแรงงานกลางไม่รับอุทธรณ์ของโจทก์ชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 54

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 105/2531นายวีระชัย อุทัยพัฒน์โจทก์บริษัทจัดหางาน เอส.พี.ซี.ศุภโชค จำกัดจำเลยนายวีระชัย อุทัยพัฒน์ โจทก์ผู้ยื่นคำร้อง พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 ม. 54ความว่า

คำพิพากษาศาลล่าง

โจทก์อุทธรณ์ ศาลแรงงานกลางสั่งว่า อุทธรณ์โจทก์เป็นอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 54 จึงไม่รับอุทธรณ์ของโจทก์โจทก์เห็นว่า อุทธรณ์ของโจทก์ข้อ 2.2 เป็นปัญหาข้อกฎหมายว่าจำเลยในฐานะตัวแทนของนายจ้างต้องรับผิดในเงินค่าเสียหายหรือค่าขาดประโยชน์ต่อโจทก์แทนนายจ้างตามหลักในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 824 หรือไม่ โปรดมีคำสั่งให้รับอุทธรณ์ของโจทก์ไว้พิจารณาต่อไปหมายเหตุ จำเลยแถลงคัดค้าน (อันดับ 64)

ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยใช้ค่าเสียหายให้โจทก์เป็นเงิน 75,000 บาท พร้อมทั้งดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีในต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าชำระเสร็จโจทก์อุทธรณ์

ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 57)โจทก์จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 62)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว เฉพาะประเด็นที่ว่าจำเลยเป็นนายจ้างของโจทก์และต้องรับผิดต่อโจทก์ตามสัญญาจ้างหรือไม่นั้น

ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่าโจทก์นำสืบไม่ได้ชัดแจ้งว่าโจทก์เป็นลูกจ้างประจำของบริษัทจำเลยมาก่อนวันที่ 19 สิงหาคม 2529 ฟังได้เพียงว่า บริษัทจำเลยเป็นตัวแทนในประเทศไทยขององค์การเทคโนโลยีเซ็นเตอร์(แห่งประเทศลิเบีย) และกำหนดค่าเสียหายให้จำเลยชดใช้ให้โจทก์จำนวน 75,000 บาท ดังนั้น ที่โจทก์อุทธรณ์โต้แย้งว่าโจทก์เป็นลูกจ้างประจำของบริษัทจำเลยมาก่อนวันที่ 19 สิงหาคม 2529 และโจทก์ไปทำงานในประเทศลิเบียในฐานะลูกจ้างของบริษัทจำเลยโดยอ้างพยานหลักฐานต่าง ๆ ขึ้นสนับสนุน จึงเป็นอุทธรณ์ในข้อเท็จจริง ส่วนที่โจทก์อุทธรณ์ขอให้ศาลฎีกากำหนดจำนวนเงินค่าเสียหายให้โจทก์เป็นค่าขาดประโยชน์รวมเป็นเงินทั้งสิ้น399,900 บาท ก็เป็นการอุทธรณ์โต้เถียงดุลพินิจในการกำหนดค่าเสียหายของศาลแรงงานกลางเป็นอุทธรณ์ข้อเท็จจริงเช่นกัน อุทธรณ์โจทก์ต้องห้ามตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงานพ.ศ. 2522มาตรา 54 ศาลแรงงานกลางไม่รับอุทธรณ์ของโจทก์ชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
วิศิษฏ์ ลิมานนท์ · จุนท์ จันทรวงศ์ · สุพจน์ นาถะพินธุ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6067/2567

แม้คดีนี้จำเลยจะให้การต่อสู้เรื่องอำนาจฟ้องไว้ในคำให้การเพียงประการเดียวว่า โจทก์ยื่นคำฟ้องเกินระยะเวลาที่ พ.ร.บ.เงินทดแทน พ.ศ. 2537 กำหนดไว้ โดยมิได้ให้การต่อสู้ไว้ด้วยว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องเนื่องจา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 757/2567

เงินทดแทนค่าบริการทางการแพทย์ที่โจทก์เรียกร้องจากจำเลยที่ 1 เป็นหนี้เงินอย่างหนึ่ง จำเลยที่ 1 จึงต้องรับผิดชำระดอกเบี้ยในระหว่างผิดนัดให้แก่โจทก์ ซึ่งตาม ป.พ.พ. มาตรา 204 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "ถ้าหนี้…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3529/2565

การนำบทบัญญัติแห่งกฎหมายใดมาใช้บังคับแก่คดี เป็นปัญหาข้อกฎหมายสำคัญที่ศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษควรวินิจฉัยให้ เมื่อคดีขึ้นสู่ศาลฎีกาโดยมีข้อเท็จจริงเพียงพอที่ศาลฎีกาจะวินิจฉัยในปัญหาตามอุทธรณ์ของโจทก์ดั…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3100/2563

ในการพิจารณาพิพากษาคดีของศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษจะต้องถือตามข้อเท็จจริงที่ศาลแรงงานกลางได้วินิจฉัยมาตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 56 วรรคสอง คดีนี้ข้อเท็จจริงได้ความ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 643/2563

จำเลยกับผู้เสียหายที่ 2 อยู่กินฉันสามีภริยาและมีบุตรด้วยกัน เพิ่งเลิกคบหากันก่อนเกิดเหตุเพียงหนึ่งเดือน ความสัมพันธ์ยังคงมีอยู่ไม่ถึงกับตัดขาดทีเดียว การที่จำเลยขับรถจักรยานยนต์ตามหาผู้เสียหายที่ 2 ใน…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้