Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2531 (เลขอ้างอิง 61418)

พ.ศ. 2531 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า เนื่องจากจำเลยได้นำเงินไปชำระหนี้ให้แก่โจทก์เรียบร้อยแล้ว โจทก์จึงขอถอนฟ้องฎีกา โปรดอนุญาตหมายเหตุ จำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 แถลงท้ายคำร้องไม่คัดค้าน(อันดับ 135)ศาลชั้นต้นพิพากษาให้นายปรีชาจำเลยที่2และนางสมรจำเลยที่ 3 ในฐานะผู้แทนโดยชอบธรรมของบุตร 4 คน (ดังที่โจทก์กล่าวในฟ้อง) ซึ่งเป็นทายาทของนายปรีดีเจียรสวัสดิ์วัฒนาผู้ตายและนางศรีเรือนมณีรัตน์ จำเลยที่ 4 ในฐานะผู้แทนโดยชอบธรรมของบุตรสองคน (ดังที่โจทก์กล่าวในฟ้อง) ซึ่งเป็นทายาทของผู้ตายร่วมกันชำระหนี้กองมรดกของนายปรีดีเจียรสวัสดิ์วัฒนา ผู้ตายแก่โจทก์เป็นจำนวนเงิน 85,000 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 14 ต่อปี ในต้นเงินดังกล่าว นับตั้งแต่วันที่ 31 มีนาคม 2523(ถัดจากวันตาย) เป็นต้นมา จนกว่าจะชำระเสร็จสิ้น ถ้าไม่ชำระให้เอาทรัพย์สินจำนองตามฟ้องออกขายทอดตลาดมาชำระหนี้ให้โจทก์ หากไม่พอชำระหนี้ก็ให้บังคับชำระหนี้จากทรัพย์สินอื่นอันเป็นกองมรดกของผู้ตายจนกว่าจะหมดหนี้ ฯลฯโจทก์อุทธรณ์ระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ โจทก์ขอถอนอุทธรณ์เฉพาะจำเลยที่ 4 ศาลอุทธรณ์อนุญาต จำหน่ายคดีเฉพาะจำเลยที่ 4 ออกจากสารบบความของศาลอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยที่ 2 ในฐานะผู้จัดการมรดกจำเลยที่ 3 ในฐานะผู้แทนโดยชอบธรรมของบุตร 4 คนซึ่งเป็นทายาทของผู้ตาย ร่วมกันชำระหนี้ของกองมรดกนายปรีดี เจียรสวัสดิ์วัฒนา ผู้ตายแก่โจทก์เป็นเงิน 85,000 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปีในต้นเงินดังกล่าว นับแต่วันที่ 31 มีนาคม 2523 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จสิ้นโดยไม่ทบต้นถ้าไม่ชำระให้เอาทรัพย์สินจำนองตามฟ้องออกขายทอดตลาดมาชำระหนี้โจทก์ หากไม่พอให้บังคับเอาจากทรัพย์อื่นอันเป็นกองมรดกของผู้ตายจนกว่าจะครบ นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นโจทก์ฎีกา (อันดับ 130)ศาลฎีกาทำคำพิพากษาเสร็จและได้ส่งไปยังศาลชั้นต้นเพื่อนัดคู่ความฟังแล้วก่อนวันนัดฟังคำพิพากษาศาลฎีกา โจทก์ยื่นคำร้องดังกล่าว(อันดับ 134)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว อนุญาตให้โจทก์ถอนฎีกา คืนค่าขึ้นศาลให้โจทก์สามในสี่จำหน่ายคดีออกเสียจากสารบบความ

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 163/2531ธนาคารกรุงเทพฯ พาณิชย์การ จำกัดฯโจทก์นางสมร คล้ายสุบรรณ์ กับพวกจำเลยธนาคารกรุงเทพฯ พาณิชย์การ จำกัด โจทก์ผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.พ. ม. 132 (1), ม. 151, ม. 176, ม. 246, ม. 247ความว่า เนื่องจากจำเลยได้นำเงินไปชำระหนี้ให้แก่โจทก์เรียบร้อยแล้ว โจทก์จึงขอถอนฟ้องฎีกา โปรดอนุญาตหมายเหตุ จำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 แถลงท้ายคำร้องไม่คัดค้าน(อันดับ 135)

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้นายปรีชาจำเลยที่2และนางสมรจำเลยที่ 3 ในฐานะผู้แทนโดยชอบธรรมของบุตร 4 คน (ดังที่โจทก์กล่าวในฟ้อง) ซึ่งเป็นทายาทของนายปรีดีเจียรสวัสดิ์วัฒนาผู้ตายและนางศรีเรือนมณีรัตน์ จำเลยที่ 4 ในฐานะผู้แทนโดยชอบธรรมของบุตรสองคน (ดังที่โจทก์กล่าวในฟ้อง) ซึ่งเป็นทายาทของผู้ตายร่วมกันชำระหนี้กองมรดกของนายปรีดีเจียรสวัสดิ์วัฒนา ผู้ตายแก่โจทก์เป็นจำนวนเงิน 85,000 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 14 ต่อปี ในต้นเงินดังกล่าว นับตั้งแต่วันที่ 31 มีนาคม 2523(ถัดจากวันตาย) เป็นต้นมา จนกว่าจะชำระเสร็จสิ้น ถ้าไม่ชำระให้เอาทรัพย์สินจำนองตามฟ้องออกขายทอดตลาดมาชำระหนี้ให้โจทก์ หากไม่พอชำระหนี้ก็ให้บังคับชำระหนี้จากทรัพย์สินอื่นอันเป็นกองมรดกของผู้ตายจนกว่าจะหมดหนี้

ฯลฯโจทก์อุทธรณ์ระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ โจทก์ขอถอนอุทธรณ์เฉพาะจำเลยที่ 4 ศาลอุทธรณ์อนุญาต จำหน่ายคดีเฉพาะจำเลยที่ 4 ออกจากสารบบความของศาลอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยที่ 2 ในฐานะผู้จัดการมรดกจำเลยที่ 3 ในฐานะผู้แทนโดยชอบธรรมของบุตร 4 คนซึ่งเป็นทายาทของผู้ตาย ร่วมกันชำระหนี้ของกองมรดกนายปรีดี เจียรสวัสดิ์วัฒนา ผู้ตายแก่โจทก์เป็นเงิน 85,000 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปีในต้นเงินดังกล่าว นับแต่วันที่ 31 มีนาคม 2523 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จสิ้นโดยไม่ทบต้นถ้าไม่ชำระให้เอาทรัพย์สินจำนองตามฟ้องออกขายทอดตลาดมาชำระหนี้โจทก์ หากไม่พอให้บังคับเอาจากทรัพย์อื่นอันเป็นกองมรดกของผู้ตายจนกว่าจะครบ

นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นโจทก์ฎีกา (อันดับ 130)ศาลฎีกาทำคำพิพากษาเสร็จและได้ส่งไปยังศาลชั้นต้นเพื่อนัดคู่ความฟังแล้วก่อนวันนัดฟังคำพิพากษาศาลฎีกา โจทก์ยื่นคำร้องดังกล่าว(อันดับ 134)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว อนุญาตให้โจทก์ถอนฎีกา คืนค่าขึ้นศาลให้โจทก์สามในสี่จำหน่ายคดีออกเสียจากสารบบความ

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ถวิล ทองสว่างรัตน์ · บุญส่ง คล้ายแก้ว · ธีรศักดิ์ กรรณสูต
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2533 (เลขอ้างอิง 57650)

ความว่า เนื่องจากโจทก์จำเลยสามารถตกลงกันได้แล้ว โดยจำเลยยินยอมชำระหนี้ตามฟ้องให้โจทก์ โจทก์จึงขอถอนฎีกา โปรดอนุญาตหมายเหตุ จำเลยแถลงไม่คัดค้าน (อันดับ 69)ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ให้จำเลยใช้เงิน 7,169.45…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2533 (เลขอ้างอิง 57412)

ความว่า จำเลยได้ยื่นฎีกา แต่บัดนี้จำเลยมีความประสงค์ขอถอนฎีกา โปรดอนุญาต หมายเหตุ โจทก์แถลงท้ายคำร้องไม่คัดค้าน (อันดับ 165) ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน 217,200 บาทพร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2533 (เลขอ้างอิง 57749)

ความว่า เนื่องด้วยคดีนี้โจทก์ไม่ติดใจดำเนินคดีกับจำเลยอีกต่อไป จำเลยจึงไม่ติดใจยื่นฎีกา จึงขอถอนฎีกาที่ได้ยื่นไว้ต่อศาล โปรดอนุญาตหมายเหตุ ทนายโจทก์แถลงข้างคำร้องว่าไม่คัดค้าน (อันดับ 83)คดีสืบเนื่องจ…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2533 (เลขอ้างอิง 57747)

ความว่า จำเลยที่ 1 ที่ 2 ยื่นฎีกาไว้ บัดนี้โจทก์ไม่ติดใจดำเนินคดีนี้กับจำเลยทั้งสองอีกต่อไป จำเลยทั้งสองจึงขอถอนฎีกาโปรดอนุญาตหมายเหตุ โจทก์แถลงไม่คัดค้าน (อันดับ 59)ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องศาลอุทธรณ์พ…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2533 (เลขอ้างอิง 57744)

ความว่า จำเลยทั้งสองยื่นฎีกาไว้ บัดนี้จำเลยที่ 1 ที่ 2ไม่ประสงค์จะดำเนินคดีต่อไป จึงขอถอนฎีกา โปรดอนุญาตหมายเหตุ โจทก์แถลงไม่คัดค้าน (อันดับ 169,180)ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันและแทนกั…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้