Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2531 (เลขอ้างอิง 61431)

พ.ศ. 2531 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า จำเลยและจำเลยร่วมเห็นว่า การที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้รับฎีกาของโจทก์ไว้เป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบ เนื่องจากคดีนี้ศาลอุทธรณ์พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้นให้ศาลชั้นต้นส่งเอกสารหมาย ล.26 ไปตรวจพิสูจน์ลายมือชื่อของจำเลยร่วมที่กองพิสูจน์หลักฐาน กรมตำรวจ กับให้ส่งประเด็นไปสืบร้อยตำรวจเอกโชติ ชุมนุม พยานจำเลยที่ศาลจังหวัดพังงา ซึ่งการพิพากษาของศาลอุทธรณ์ดังกล่าวเป็นการใช้อำนาจพิจารณาพิพากษาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 243(2)ศาลชั้นต้นจะต้องปฏิบัติตามคำสั่งของศาลอุทธรณ์อย่างเคร่งครัดการที่โจทก์ยื่นฎีกาเข้ามาจึงเป็นการมิชอบด้วยกฎหมาย และการที่ศาลชั้นต้นสั่งรับฎีกาของโจทก์ไว้นั้นก็ถือว่าศาลชั้นต้นได้มีคำสั่งแทนศาลฎีกา ศาลฎีกาจึงมีอำนาจพิจารณาสั่งเพิกถอนเสียได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 27 ขอศาลฎีกาได้โปรดมีคำสั่งเพิกถอนคำสั่งให้รับฎีกาฉบับลงวันที่ 16 ตุลาคม2530ของโจทก์เสีย ฯลฯหมายเหตุ ทนายโจทก์แถลงคัดค้าน (อันดับ 147)โจทก์ฟ้องขอให้พิพากษาขับไล่จำเลยและบริวารออกไปจากที่ดินและบ้านของโจทก์ พร้อมส่งมอบที่ดินและบ้านคืนโจทก์ในสภาพที่เรียบร้อย และห้ามมิให้เข้าไปเกี่ยวข้องกับที่ดินและบ้านดังกล่าวอีกต่อไป กับให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหายเดือนละ5,000 บาทนับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยและบริวารจะขนย้ายทรัพย์สินออกไปจากที่ดินและบ้านของโจทก์เสร็จสิ้นจำเลยยื่นคำให้การและฟ้องแย้งระหว่างพิจารณา ร้อยตำรวจเอกนัทธีสำเภายนต์ สามีจำเลยขอเข้าเป็นจำเลยร่วม ศาลชั้นต้นอนุญาต ต่อมาจำเลยขอส่งลายมือชื่อจำเลยร่วมตามเอกสารหมาย ล.26 ไปตรวจพิสูจน์ และขอให้ส่งประเด็นไปสืบร้อยตำรวจเอกโชติ ชุมนุม พยานจำเลยที่ศาลจังหวัดพังงา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่อนุญาต กับไม่อนุญาตให้จำเลยซักถามนางสาย เจริญทอง พยานจำเลยเสมือนหนึ่งนางสายนั้นเป็นพยานซึ่งโจทก์อ้างมาตามที่จำเลยขอศาลชั้นต้นพิพากษาให้ขับไล่จำเลย จำเลยร่วม และบริวารออกไปจากที่ดินและบ้านพิพาทตามที่โจทก์ฟ้องและให้จำเลยจำเลยร่วม ร่วมกันส่งมอบที่ดินและบ้านพิพาทในสภาพเรียบร้อยให้โจทก์ ห้ามเกี่ยวข้องอีกต่อไป กับให้จำเลย จำเลยร่วมร่วมกันชำระค่าเสียหายในอัตราเดือนละ 2,000 บาท ให้โจทก์โดยคิดให้นับแต่วันฟ้อง (29 กุมภาพันธ์ 2527) จนกว่าจำเลย จำเลยร่วมและบริวารจะขนย้ายทรัพย์สินออกไปจากทรัพย์พิพาท และส่งคืนทรัพย์พิพาทตามฟ้องให้โจทก์เสร็จ ให้ยกฟ้องแย้งของจำเลยและจำเลยร่วมเสียจำเลยและจำเลยร่วมอุทธรณ์คำพิพากษาและคำสั่งศาลชั้นต้นศาลอุทธรณ์พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นส่งเอกสารหมาย ล.26 ไปตรวจพิสูจน์ลายมือชื่อของจำเลยร่วมที่กองพิสูจน์หลักฐาน กรมตำรวจ และให้ส่งประเด็นไปสืบร้อยตำรวจเอกโชติ ชุมนุม พยานจำเลยที่ศาลจังหวัดพังงา ตามคำแถลงของจำเลยในรายงานกระบวนพิจารณา ลงวันที่ 8 พฤศจิกายน 2527 แล้วพิพากษาใหม่ตามรูปคดีโจทก์ฎีกา (อันดับ 139)จำเลยและจำเลยร่วมยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 144)คำสั่งคดีนี้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ยังไม่ถึงที่สุด โจทก์มีสิทธิฎีกาคัดค้านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ได้ โดยไม่จำต้องรอให้บังคับคดีตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์เสียก่อนดังที่จำเลยและจำเลยร่วมอ้างศาลชั้นต้นสั่งรับคำฟ้องฎีกาของโจทก์ไว้ชอบแล้ว ให้ยกคำร้องค่าคำร้องเป็นพับ

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 178/2531นายสำเริง เริงทรัพย์ฯโจทก์โจทก์ร่วมโจทก์ร้อยตำรวจเอกนัทธี สำเภายนต์โจทก์นางอรุณี สำเภายนต์จำเลยนางอรุณี สำเภายนต์ จำเลยผู้ยื่นคำร้องร้อยตำรวจเอกนัทธี สำเภายนต์ จำเลยร่วมผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.พ. ม. 27, ม. 232, ม. 243ความว่า จำเลยและจำเลยร่วมเห็นว่า การที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้รับฎีกาของโจทก์ไว้เป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบ เนื่องจากคดีนี้ศาลอุทธรณ์พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้นให้ศาลชั้นต้นส่งเอกสารหมาย ล.26 ไปตรวจพิสูจน์ลายมือชื่อของจำเลยร่วมที่กองพิสูจน์หลักฐาน กรมตำรวจ กับให้ส่งประเด็นไปสืบร้อยตำรวจเอกโชติ ชุมนุม พยานจำเลยที่ศาลจังหวัดพังงา ซึ่งการพิพากษาของศาลอุทธรณ์ดังกล่าวเป็นการใช้อำนาจพิจารณาพิพากษาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 243(2)ศาลชั้นต้นจะต้องปฏิบัติตามคำสั่งของศาลอุทธรณ์อย่างเคร่งครัดการที่โจทก์ยื่นฎีกาเข้ามาจึงเป็นการมิชอบด้วยกฎหมาย และการที่ศาลชั้นต้นสั่งรับฎีกาของโจทก์ไว้นั้นก็ถือว่าศาลชั้นต้นได้มีคำสั่งแทนศาลฎีกา

ศาลฎีกาจึงมีอำนาจพิจารณาสั่งเพิกถอนเสียได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 27 ขอศาลฎีกาได้โปรดมีคำสั่งเพิกถอนคำสั่งให้รับฎีกาฉบับลงวันที่ 16 ตุลาคม2530ของโจทก์เสีย ฯลฯหมายเหตุ ทนายโจทก์แถลงคัดค้าน (อันดับ 147)

โจทก์ฟ้องขอให้พิพากษาขับไล่จำเลยและบริวารออกไปจากที่ดินและบ้านของโจทก์ พร้อมส่งมอบที่ดินและบ้านคืนโจทก์ในสภาพที่เรียบร้อย และห้ามมิให้เข้าไปเกี่ยวข้องกับที่ดินและบ้านดังกล่าวอีกต่อไป กับให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหายเดือนละ5,000 บาทนับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยและบริวารจะขนย้ายทรัพย์สินออกไปจากที่ดินและบ้านของโจทก์เสร็จสิ้นจำเลยยื่นคำให้การและฟ้องแย้งระหว่างพิจารณา ร้อยตำรวจเอกนัทธีสำเภายนต์ สามีจำเลยขอเข้าเป็นจำเลยร่วม

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นอนุญาต ต่อมาจำเลยขอส่งลายมือชื่อจำเลยร่วมตามเอกสารหมาย ล.26 ไปตรวจพิสูจน์ และขอให้ส่งประเด็นไปสืบร้อยตำรวจเอกโชติ ชุมนุม พยานจำเลยที่ศาลจังหวัดพังงา

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่อนุญาต กับไม่อนุญาตให้จำเลยซักถามนางสาย เจริญทอง พยานจำเลยเสมือนหนึ่งนางสายนั้นเป็นพยานซึ่งโจทก์อ้างมาตามที่จำเลยขอศาลชั้นต้นพิพากษาให้ขับไล่จำเลย จำเลยร่วม และบริวารออกไปจากที่ดินและบ้านพิพาทตามที่โจทก์ฟ้องและให้จำเลยจำเลยร่วม ร่วมกันส่งมอบที่ดินและบ้านพิพาทในสภาพเรียบร้อยให้โจทก์ ห้ามเกี่ยวข้องอีกต่อไป กับให้จำเลย จำเลยร่วมร่วมกันชำระค่าเสียหายในอัตราเดือนละ 2,000 บาท ให้โจทก์โดยคิดให้นับแต่วันฟ้อง (29 กุมภาพันธ์ 2527) จนกว่าจำเลย จำเลยร่วมและบริวารจะขนย้ายทรัพย์สินออกไปจากทรัพย์พิพาท และส่งคืนทรัพย์พิพาทตามฟ้องให้โจทก์เสร็จ ให้ยกฟ้องแย้งของจำเลยและจำเลยร่วมเสียจำเลยและจำเลยร่วมอุทธรณ์คำพิพากษาและคำสั่งศาลชั้นต้นศาลอุทธรณ์พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นส่งเอกสารหมาย

ล.26 ไปตรวจพิสูจน์ลายมือชื่อของจำเลยร่วมที่กองพิสูจน์หลักฐาน กรมตำรวจ และให้ส่งประเด็นไปสืบร้อยตำรวจเอกโชติ ชุมนุม พยานจำเลยที่ศาลจังหวัดพังงา ตามคำแถลงของจำเลยในรายงานกระบวนพิจารณา ลงวันที่ 8 พฤศจิกายน 2527 แล้วพิพากษาใหม่ตามรูปคดีโจทก์ฎีกา (อันดับ 139)จำเลยและจำเลยร่วมยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 144)คำสั่งคดีนี้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ยังไม่ถึงที่สุด โจทก์มีสิทธิฎีกาคัดค้านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ได้ โดยไม่จำต้องรอให้บังคับคดีตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์เสียก่อนดังที่จำเลยและจำเลยร่วมอ้างศาลชั้นต้นสั่งรับคำฟ้องฎีกาของโจทก์ไว้ชอบแล้ว ให้ยกคำร้องค่าคำร้องเป็นพับ

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
บุญส่ง คล้ายแก้ว · ธีรศักดิ์ กรรณสูต · ถวิล ทองสว่างรัตน์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5059/2567

ตาม พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. 2551 มาตรา 26 กรณีที่จะถือว่าจำเลยขาดนัดยื่นคำให้การต่อเมื่อปรากฏว่า ในวันนัดพิจารณาเมื่อโจทก์และจำเลยมาพร้อมกันแล้วถ้าไม่อาจตกลงกันหรือไม่อาจประนีประนอมยอมความก…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4637/2567

ป.วิ.พ. มาตรา 184 วรรคสอง บัญญัติว่า "ในกรณีที่ไม่มีการชี้สองสถาน ให้ศาลออกหมายกำหนดวันนัดสืบพยานส่งให้คู่ความทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่าสิบวัน" การที่ศาลชั้นต้นสืบพยานโจทก์และพยานจำเลยที่ 7 แล้วนัดฟังคำพ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7069/2560

อุทธรณ์ของผู้ร้องที่ 2 ที่ ป. ซึ่งถูกถอนออกจากการเป็นทนายความลงชื่อเป็นผู้อุทธรณ์และผู้เรียง/พิมพ์ โดยไม่ได้รับแต่งตั้งให้มีอำนาจใช้สิทธิอุทธรณ์นั้น ถือเป็นคำฟ้องอุทธรณ์ที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย แต่เมื่อศาล…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8689/2558

ตามคำร้องของผู้ร้องดังกล่าวเป็นเรื่องที่ผู้ร้องกล่าวอ้างว่าโจทก์นำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินของผู้ร้องโดยไม่ชอบเพราะผู้ร้องไม่ได้เป็นลูกหนี้โจทก์ ผู้ร้องและจำเลยที่ 1 มีชื่อและชื่อสกุลซ้ำกัน เจ้าพน…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5307/2556

เมื่อที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสองแล้ว อำนาจในการสั่งคำร้องขอคุ้มครองประโยชน์ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 264 ย่อมเป็นของศาลอุทธรณ์ภาค 8 ที่จะพิจารณาสั่ง การที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตให้คุ้มครอ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้