Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2531 (เลขอ้างอิง 61434)

พ.ศ. 2531 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า โจทก์อุทธรณ์ ศาลแรงงานกลางสั่งว่า คดีนี้ศาลวินิจฉัยยกฟ้องโจทก์เพราะข้อเท็จจริงยังฟังไม่ถนัดว่ามีเงินหรือสิ่งของขาดบัญชีหายไปไหน โดยมีแนวโน้มว่า อาจไม่ขาดบัญชีเลยก็ได้แม้จำเลยที่ 5 จะทำหนังสือรับสภาพหนี้ไว้ก็เป็นไปโดยความจำเป็นเพื่อขอรับเงินบำเหน็จและเงินอื่น ๆ มิได้ระบุจำนวนเงินไว้หนังสือดังกล่าวจึงไม่มีผลใช้บังคับ โจทก์อุทธรณ์คัดค้าน จึงเป็นการอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงานพ.ศ. 2522มาตรา 54 มีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ของโจทก์โจทก์เห็นว่า อุทธรณ์ของโจทก์ในประเด็นแรกและประเด็นที่สองเป็นปัญหาข้อกฎหมายว่าศาลแรงงานกลางวินิจฉัยคดีไม่ตรงกับข้อเท็จจริงที่พยานได้ให้การรับไว้ หรือที่ได้เบิกความไว้ต่อศาล และอุทธรณ์ในประเด็นสุดท้ายในเรื่องการตีความหนังสือรับสภาพหนี้ที่จำเลยที่ 5 ทำให้ไว้แก่โจทก์ จะมีผลใช้บังคับตามกฎหมายหรือไม่ ก็เป็นปัญหาข้อกฎหมาย โปรดกลับคำสั่งของศาลแรงงานกลางที่สั่งไม่รับอุทธรณ์ของโจทก์ด้วยหมายเหตุ ศาลแรงงานกลางได้ส่งสำเนาคำร้องให้จำเลยทั้งห้าโดยทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับแล้ว เฉพาะจำเลยที่ 1 ที่ 3 ถึงถึงที่ 5 แถลงคัดค้าน (อันดับ 175,177,176)โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้ง 5 ร่วมกันชำระเงินค่าเสียหายพร้อมด้วยดอกเบี้ย ฯลฯ จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ศาลแรงงานกลางพิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 172)โจทก์จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 173)คำสั่งศาลแรงงานกลางฟังข้อเท็จจริงว่า ข้อเท็จจริงยังฟังไม่ถนัดว่าเงินหรือสิ่งของของโจทก์ขาดบัญชีหรือหาย มีแนวโน้มว่าอาจไม่ขาดบัญชีเลย โจทก์อุทธรณ์ให้ฟังตามคำให้การของจำเลยที่ 2 ว่า พัสดุและสิ่งของต่าง ๆ ของโจทก์ขาดบัญชีหรือหายไปจริงตามคำฟ้องศาลแรงงานกลางฟังข้อเท็จจริงว่าพนักงานตรวจสอบบัญชีของโจทก์ตรวจสอบอย่างคร่าว ๆ และเดาสุ่ม โจทก์อุทธรณ์ให้ฟังคำเบิกความของพยานบุคคลและพยานเอกสารของโจทก์ว่าพนักงานตรวจสอบบัญชีของโจทก์มิได้ตรวจสอบคร่าว ๆ และเดาสุ่มศาลแรงงานกลางฟังข้อเท็จจริงเป็นทำนองว่า จำเลยไม่ได้ทุจริตหรือประพฤติชั่วอย่างร้ายแรงหรือประมาท โจทก์อุทธรณ์ว่าจำเลยปฏิบัติมิชอบส่อไปทางทุจริตโดยอ้างอิงคำพยานบุคคลและพยานเอกสารของโจทก์เป็นจำนวนมาก แสดงพฤติการณ์ต่าง ๆ ของจำเลยทั้งห้าว่าเป็นประการใด รวมทั้งได้อุทธรณ์ชี้หรือแสดงว่าจำเลยเคยให้การต่อคณะกรรมการสอบสวนไว้ว่ากระไร ดังนี้อุทธรณ์ของโจทก์จึงล้วนเป็นการโต้เถียงดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาลแรงงานกลางทั้งสิ้น จึงเป็นอุทธรณ์ในข้อเท็จจริงศาลแรงงานกลางไม่รับอุทธรณ์ตามที่กล่าวข้างต้นชอบแล้ว ส่วนอุทธรณ์ที่ว่าเมื่อจำเลยที่ 5ทำหนังสือรับสภาพหนี้ให้โจทก์ไว้และจำเลยที่ 5 ต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ หนังสือรับสภาพหนี้ดังกล่าวย่อมมีผลบังคับตามกฎหมาย เห็นว่าตามข้อเท็จจริงจำเลยที่ 5 ไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์ด้วยมูลหนี้เดิมเสียแล้วการที่จะวินิจฉัยว่าหนังสือรับสภาพหนี้มีผลบังคับหรือไม่ แม้เป็นข้อกฎหมายแต่ไม่เป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัย ศาลแรงงานกลางไม่รับอุทธรณ์ส่วนนี้ ศาลฎีกาเห็นพ้องในผล ยกคำร้อง

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 31 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 54 ป.วิ.พ. มาตรา 249

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 181/2531การรถไฟแห่งประเทศไทยโจทก์นายจำลอง วรทัย กับพวกจำเลยการรถไฟแห่งประเทศไทย โจทก์ผู้ยื่นคำร้อง พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 ม. 31, ม. 54 ป.วิ.พ. ม. 249ความว่า

คำพิพากษาศาลล่าง

โจทก์อุทธรณ์ ศาลแรงงานกลางสั่งว่า คดีนี้ศาลวินิจฉัยยกฟ้องโจทก์เพราะข้อเท็จจริงยังฟังไม่ถนัดว่ามีเงินหรือสิ่งของขาดบัญชีหายไปไหน โดยมีแนวโน้มว่า อาจไม่ขาดบัญชีเลยก็ได้แม้จำเลยที่ 5 จะทำหนังสือรับสภาพหนี้ไว้ก็เป็นไปโดยความจำเป็นเพื่อขอรับเงินบำเหน็จและเงินอื่น ๆ มิได้ระบุจำนวนเงินไว้หนังสือดังกล่าวจึงไม่มีผลใช้บังคับ

โจทก์อุทธรณ์คัดค้าน จึงเป็นการอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงานพ.ศ. 2522มาตรา 54 มีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ของโจทก์โจทก์เห็นว่า อุทธรณ์ของโจทก์ในประเด็นแรกและประเด็นที่สองเป็นปัญหาข้อกฎหมายว่าศาลแรงงานกลางวินิจฉัยคดีไม่ตรงกับข้อเท็จจริงที่พยานได้ให้การรับไว้ หรือที่ได้เบิกความไว้ต่อศาล และอุทธรณ์ในประเด็นสุดท้ายในเรื่องการตีความหนังสือรับสภาพหนี้ที่จำเลยที่ 5 ทำให้ไว้แก่โจทก์ จะมีผลใช้บังคับตามกฎหมายหรือไม่ ก็เป็นปัญหาข้อกฎหมาย โปรดกลับคำสั่งของศาลแรงงานกลางที่สั่งไม่รับอุทธรณ์ของโจทก์ด้วยหมายเหตุ ศาลแรงงานกลางได้ส่งสำเนาคำร้องให้จำเลยทั้งห้าโดยทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับแล้ว เฉพาะจำเลยที่ 1 ที่ 3 ถึงถึงที่ 5 แถลงคัดค้าน (อันดับ 175,177,176)โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้ง 5 ร่วมกันชำระเงินค่าเสียหายพร้อมด้วยดอกเบี้ย ฯลฯ จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ศาลแรงงานกลางพิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์

ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 172)โจทก์จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 173)คำสั่งศาลแรงงานกลางฟังข้อเท็จจริงว่า ข้อเท็จจริงยังฟังไม่ถนัดว่าเงินหรือสิ่งของของโจทก์ขาดบัญชีหรือหาย มีแนวโน้มว่าอาจไม่ขาดบัญชีเลย

โจทก์อุทธรณ์ให้ฟังตามคำให้การของจำเลยที่ 2 ว่า พัสดุและสิ่งของต่าง ๆ ของโจทก์ขาดบัญชีหรือหายไปจริงตามคำฟ้องศาลแรงงานกลางฟังข้อเท็จจริงว่าพนักงานตรวจสอบบัญชีของโจทก์ตรวจสอบอย่างคร่าว ๆ และเดาสุ่ม

โจทก์อุทธรณ์ให้ฟังคำเบิกความของพยานบุคคลและพยานเอกสารของโจทก์ว่าพนักงานตรวจสอบบัญชีของโจทก์มิได้ตรวจสอบคร่าว ๆ และเดาสุ่มศาลแรงงานกลางฟังข้อเท็จจริงเป็นทำนองว่า จำเลยไม่ได้ทุจริตหรือประพฤติชั่วอย่างร้ายแรงหรือประมาท

โจทก์อุทธรณ์ว่าจำเลยปฏิบัติมิชอบส่อไปทางทุจริตโดยอ้างอิงคำพยานบุคคลและพยานเอกสารของโจทก์เป็นจำนวนมาก แสดงพฤติการณ์ต่าง ๆ ของจำเลยทั้งห้าว่าเป็นประการใด รวมทั้งได้อุทธรณ์ชี้หรือแสดงว่าจำเลยเคยให้การต่อคณะกรรมการสอบสวนไว้ว่ากระไร ดังนี้อุทธรณ์ของโจทก์จึงล้วนเป็นการโต้เถียงดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาลแรงงานกลางทั้งสิ้น จึงเป็นอุทธรณ์ในข้อเท็จจริงศาลแรงงานกลางไม่รับอุทธรณ์ตามที่กล่าวข้างต้นชอบแล้ว ส่วนอุทธรณ์ที่ว่าเมื่อจำเลยที่ 5ทำหนังสือรับสภาพหนี้ให้โจทก์ไว้และจำเลยที่ 5 ต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ หนังสือรับสภาพหนี้ดังกล่าวย่อมมีผลบังคับตามกฎหมาย เห็นว่าตามข้อเท็จจริงจำเลยที่ 5 ไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์ด้วยมูลหนี้เดิมเสียแล้วการที่จะวินิจฉัยว่าหนังสือรับสภาพหนี้มีผลบังคับหรือไม่ แม้เป็นข้อกฎหมายแต่ไม่เป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัย ศาลแรงงานกลางไม่รับอุทธรณ์ส่วนนี้ ศาลฎีกาเห็นพ้องในผล ยกคำร้อง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
จุนท์ จันทรวงศ์ · มาโนช เพียรสนอง · สีนวล คงลาภ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2536 (เลขอ้างอิง 56400)

ความว่า จำเลยอุทธรณ์ ศาลแรงงานกลางสั่งว่า อุทธรณ์ ของจำเลยเป็นการโต้เถียงข้อเท็จจริงเพื่อนำไปสู่ปัญหาข้อกฎหมาย ถือว่าเป็นอุทธรณ์ข้อเท็จจริง ส่วนเรื่องค่าเสียหายก็เป็น ข้อที่ไม่ได้ว่ากันมาแต่ต้น จึงไม่…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2535 (เลขอ้างอิง 56828)

ความว่า โจทก์อุทธรณ์ ศาลแรงงานกลางสั่งว่าอุทธรณ์โจทก์เป็นอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงานพ.ศ. 2522 มาตรา 54 ไม่รับอุทธรณ์โจทก์โจทก์เห็นว่า อุทธร…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6067/2567

แม้คดีนี้จำเลยจะให้การต่อสู้เรื่องอำนาจฟ้องไว้ในคำให้การเพียงประการเดียวว่า โจทก์ยื่นคำฟ้องเกินระยะเวลาที่ พ.ร.บ.เงินทดแทน พ.ศ. 2537 กำหนดไว้ โดยมิได้ให้การต่อสู้ไว้ด้วยว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องเนื่องจา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4048/2561

โจทก์ฟ้องว่าโจทก์ยื่นหนังสือลาออกต่อจำเลย ซึ่งจำเลยก็ให้การยอมรับว่าจำเลยได้รับหนังสือลาออกจากโจทก์ การที่ศาลแรงงานกลางฟังข้อเท็จจริงว่าโจทก์ยื่นหนังสือลาออกต่อ ร. กรรมการผู้จัดการใหญ่ของจำเลย ซึ่งหมา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8732/2558

พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 26 บัญญัติให้อำนาจศาลแรงงานในการย่นหรือขยายระยะเวลาไว้เป็นการเฉพาะแล้ว จึงไม่อาจนำ ป.วิ.พ. มาตรา 23 ซึ่งเป็นบทบัญญัติทั่วไปมาใช้บังคับโดยอน…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้