Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2531 (เลขอ้างอิง 61443)

พ.ศ. 2531 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า จำเลยที่ 1 ที่ 2 อุทธรณ์ ศาลแรงงานกลางสั่งว่าอุทธรณ์ข้อ 3,4,5,6 เป็นอุทธรณ์คัดค้านดุลพินิจศาลในการรับฟังข้อเท็จจริง ถือเป็นอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522มาตรา 54 จึงไม่รับ ฯลฯจำเลยที่ 1 ที่ 2 เห็นว่า อุทธรณ์ข้อ 3 และข้อ 4 เป็นปัญหาข้อกฎหมายว่า การวินิจฉัยคดีของศาลแรงงานกลางไม่ชอบด้วยกฎหมายเนื่องจากไม่นำข้อเท็จจริงตามฟ้องและที่โจทก์นำสืบมาวินิจฉัยประเด็นข้อพิพาท ส่วนอุทธรณ์ข้อ 5 เป็นปัญหาข้อกฎหมายในเรื่องหน้าที่นำสืบกับเรื่องสิทธิและประโยชน์ที่เกิดขึ้นตามสัญญาจ้างแรงงานและอุทธรณ์ข้อ 6 ก็เป็นปัญหาข้อกฎหมายว่า ตามเอกสารหมาย จ.5แปลได้ว่า โจทก์มีสิทธิได้รับเงินโบนัสหรือไม่โปรดมีคำสั่งให้รับอุทธรณ์ของจำเลยไว้พิจารณาต่อไปหมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 76 แผ่นที่ 4)ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินจำนวน806,636.32 บาทแก่โจทก์ พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีดังนี้ นับแต่วันที่ 10 สิงหาคม 2530 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จในต้นเงิน 197,100 บาท และนับตั้งแต่วันที่ 9 กันยายน 2530อันเป็นวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จในต้นเงิน 609,536.32บาท ฯลฯจำเลยที่ 1 ที่ 2 อุทธรณ์ ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งดังกล่าว(อันดับ 69)จำเลยที่ 1 ที่ 2 จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 74)คำสั่งศาลแรงงานกลางฟังข้อเท็จจริงว่า โจทก์ไม่ทราบว่านายพิเชฏฐ์ ไชยคุตร ผู้ใต้บังคับบัญชาของโจทก์ยักยอกเงินของจำเลยที่ 1 มาก่อน จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ตามข้อ 3 และข้อ 4 ว่าแม้ตามพยานหลักฐานของโจทก์เองคดีย่อมรับฟังได้แล้วว่าโจทก์ทราบถึงการยักยอกของนายพิเชฏฐ์ ไชยคุตรมาก่อน ศาลแรงงานกลางฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยที่ 1 มีระเบียบว่าด้วยการจ่ายเงินบำเหน็จจำเลยทั้งสองอุทธรณ์ตามข้อ 5 ว่า ตามคำเบิกความของจำเลยที่ 2จะฟังว่าจำเลยที่ 1 มีระเบียบปฏิบัติในการจ่ายเงินบำเหน็จหาได้ไม่เห็นว่าอุทธรณ์ตามข้อ 3 ข้อ 4 และข้อ 5 เป็นอุทธรณ์ที่โต้เถียงดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาลแรงงานกลาง เป็นอุทธรณ์ในข้อเท็จจริงต้องห้ามตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 54 ศาลแรงงานกลางไม่รับอุทธรณ์ทั้งสามข้อนั้นชอบแล้ว ส่วนอุทธรณ์ข้อ 6 เป็นการแปลข้อบังคับหรือระเบียบว่าด้วยการจ่ายเงินโบนัส เอกสารหมาย จ.5 ว่า โจทก์มีสิทธิเรียกร้องเงินโบนัสหรือไม่ เป็นการแปลเอกสารซึ่งเป็นข้อกฎหมายจึงเป็นอุทธรณ์ในข้อกฎหมาย ให้รับอุทธรณ์ข้อ 6 ไว้พิจารณาให้ศาลแรงงานกลางดำเนินกระบวนพิจารณาว่าด้วยการอุทธรณ์แล้วรีบส่งสำนวนไปยังศาลฎีกาโดยเร็ว

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 54

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 190/2531นายประวิทย์ วัชรอยู่โจทก์บริษัท เอฟ.อี.ซิลลิค (กรุงเทพ) จำกัด กับพวกจำเลยบริษัท เอฟ.อี.ซิลลิค (กรุงเทพ) จำกัด ที่ 1ผู้ยื่นคำร้องนายเดิร์ก เนาว์มานน์ ที่ 2 จำเลยผู้ยื่นคำร้อง พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 ม. 54ความว่า จำเลยที่ 1 ที่ 2 อุทธรณ์ ศาลแรงงานกลางสั่งว่าอุทธรณ์ข้อ 3,4,5,6 เป็นอุทธรณ์คัดค้านดุลพินิจศาลในการรับฟังข้อเท็จจริง ถือเป็นอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522มาตรา 54 จึงไม่รับ ฯลฯจำเลยที่ 1 ที่ 2 เห็นว่า อุทธรณ์ข้อ 3 และข้อ 4 เป็นปัญหาข้อกฎหมายว่า

การวินิจฉัยคดีของศาลแรงงานกลางไม่ชอบด้วยกฎหมายเนื่องจากไม่นำข้อเท็จจริงตามฟ้องและที่โจทก์นำสืบมาวินิจฉัยประเด็นข้อพิพาท ส่วนอุทธรณ์ข้อ 5 เป็นปัญหาข้อกฎหมายในเรื่องหน้าที่นำสืบกับเรื่องสิทธิและประโยชน์ที่เกิดขึ้นตามสัญญาจ้างแรงงานและอุทธรณ์ข้อ 6 ก็เป็นปัญหาข้อกฎหมายว่า ตามเอกสารหมาย จ.5แปลได้ว่า โจทก์มีสิทธิได้รับเงินโบนัสหรือไม่โปรดมีคำสั่งให้รับอุทธรณ์ของจำเลยไว้พิจารณาต่อไปหมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 76 แผ่นที่ 4)

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินจำนวน806,636.32 บาทแก่โจทก์ พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีดังนี้ นับแต่วันที่ 10 สิงหาคม 2530 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จในต้นเงิน 197,100 บาท และนับตั้งแต่วันที่ 9 กันยายน 2530อันเป็นวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จในต้นเงิน 609,536.32บาท ฯลฯจำเลยที่ 1 ที่ 2 อุทธรณ์

ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งดังกล่าว(อันดับ 69)จำเลยที่ 1 ที่ 2 จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 74)คำสั่งศาลแรงงานกลางฟังข้อเท็จจริงว่า โจทก์ไม่ทราบว่านายพิเชฏฐ์ ไชยคุตร ผู้ใต้บังคับบัญชาของโจทก์ยักยอกเงินของจำเลยที่ 1 มาก่อน

จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ตามข้อ 3 และข้อ 4 ว่าแม้ตามพยานหลักฐานของโจทก์เองคดีย่อมรับฟังได้แล้วว่าโจทก์ทราบถึงการยักยอกของนายพิเชฏฐ์ ไชยคุตรมาก่อน ศาลแรงงานกลางฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยที่ 1 มีระเบียบว่าด้วยการจ่ายเงินบำเหน็จจำเลยทั้งสองอุทธรณ์ตามข้อ 5 ว่า ตามคำเบิกความของจำเลยที่ 2จะฟังว่าจำเลยที่ 1 มีระเบียบปฏิบัติในการจ่ายเงินบำเหน็จหาได้ไม่เห็นว่าอุทธรณ์ตามข้อ 3 ข้อ 4 และข้อ 5 เป็นอุทธรณ์ที่โต้เถียงดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาลแรงงานกลาง เป็นอุทธรณ์ในข้อเท็จจริงต้องห้ามตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 54 ศาลแรงงานกลางไม่รับอุทธรณ์ทั้งสามข้อนั้นชอบแล้ว ส่วนอุทธรณ์ข้อ 6 เป็นการแปลข้อบังคับหรือระเบียบว่าด้วยการจ่ายเงินโบนัส

เอกสารหมาย จ.5 ว่า โจทก์มีสิทธิเรียกร้องเงินโบนัสหรือไม่ เป็นการแปลเอกสารซึ่งเป็นข้อกฎหมายจึงเป็นอุทธรณ์ในข้อกฎหมาย ให้รับอุทธรณ์ข้อ 6 ไว้พิจารณาให้ศาลแรงงานกลางดำเนินกระบวนพิจารณาว่าด้วยการอุทธรณ์แล้วรีบส่งสำนวนไปยังศาลฎีกาโดยเร็ว

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
จุนท์ จันทรวงศ์ · มาโนช เพียรสนอง · สีนวล คงลาภ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 757/2567

เงินทดแทนค่าบริการทางการแพทย์ที่โจทก์เรียกร้องจากจำเลยที่ 1 เป็นหนี้เงินอย่างหนึ่ง จำเลยที่ 1 จึงต้องรับผิดชำระดอกเบี้ยในระหว่างผิดนัดให้แก่โจทก์ ซึ่งตาม ป.พ.พ. มาตรา 204 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "ถ้าหนี้…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6067/2567

แม้คดีนี้จำเลยจะให้การต่อสู้เรื่องอำนาจฟ้องไว้ในคำให้การเพียงประการเดียวว่า โจทก์ยื่นคำฟ้องเกินระยะเวลาที่ พ.ร.บ.เงินทดแทน พ.ศ. 2537 กำหนดไว้ โดยมิได้ให้การต่อสู้ไว้ด้วยว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องเนื่องจา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3529/2565

การนำบทบัญญัติแห่งกฎหมายใดมาใช้บังคับแก่คดี เป็นปัญหาข้อกฎหมายสำคัญที่ศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษควรวินิจฉัยให้ เมื่อคดีขึ้นสู่ศาลฎีกาโดยมีข้อเท็จจริงเพียงพอที่ศาลฎีกาจะวินิจฉัยในปัญหาตามอุทธรณ์ของโจทก์ดั…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3100/2563

ในการพิจารณาพิพากษาคดีของศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษจะต้องถือตามข้อเท็จจริงที่ศาลแรงงานกลางได้วินิจฉัยมาตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 56 วรรคสอง คดีนี้ข้อเท็จจริงได้ความ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 643/2563

จำเลยกับผู้เสียหายที่ 2 อยู่กินฉันสามีภริยาและมีบุตรด้วยกัน เพิ่งเลิกคบหากันก่อนเกิดเหตุเพียงหนึ่งเดือน ความสัมพันธ์ยังคงมีอยู่ไม่ถึงกับตัดขาดทีเดียว การที่จำเลยขับรถจักรยานยนต์ตามหาผู้เสียหายที่ 2 ใน…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้