Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2531 (เลขอ้างอิง 61485)

พ.ศ. 2531 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า จำเลยที่ 1 ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลล่างให้จำคุกจำเลยคนละ 3 ปี 4 เดือน กรณีต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 จึงรับฎีกาจำเลยที่ 1 เฉพาะในส่วนที่ว่า การกระทำของจำเลยที่ 1 เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 335(8) หรือไม่ ซึ่งเป็นข้อกฎหมาย ฎีกาส่วนอื่นนอกจากนี้เป็นปัญหาข้อเท็จจริง จึงไม่รับจำเลยที่ 1 เห็นว่า ฎีกาของจำเลยที่ 1 ในส่วนอื่น นอกจากส่วนที่เป็นปัญหาข้อกฎหมายซึ่งศาลได้สั่งรับไว้แล้วนั้นก็เป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายอีกเช่นกันโดยมีประเด็นว่าศาลอุทธรณ์พิจารณาพิพากษาคดีชอบด้วยบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 226,227 หรือไม่ โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยที่ 1 ในส่วนนี้ไว้อีกโสดหนึ่งด้วยหมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 83)ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335(7)(8)(11) ส่วนจำเลยที่ 2 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335(7)(8) จำคุกจำเลยทั้งสองคนละ5 ปี จำเลยทั้งสองเคยให้การรับสารภาพในชั้นจับกุมและชั้นสอบสวนเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้หนึ่งในสามคงจำคุกคนละ 3 ปี 4 เดือนจำเลยที่ 1 ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 81)จำเลยที่ 1 จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 83)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว ตามที่จำเลยที่ 1 ฎีกาว่า การที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์นำเอาคำรับสารภาพของจำเลยที่ 1 ในชั้นสอบสวนมาฟังลงโทษจำเลยที่ 1 ไม่ชอบนั้นเห็นว่าเป็นการโต้แย้งการใช้ดุลยพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาล เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง คดีนี้ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลล่าง และลงโทษจำคุกจำเลยที่ 1 ไม่เกิน 5 ปี จึงต้องห้ามมิให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 ให้ยกคำร้อง

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 256/2531พนักงานอัยการ กรมอัยการโจทก์นายสำรวย ห้าวเจริญ กับพวกจำเลยนายเกรียงศักดิ์ สุขสว่าง ทนายจำเลยที่ 1ผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.อ. ม. 218, ม. 224ความว่า จำเลยที่ 1 ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลล่างให้จำคุกจำเลยคนละ 3 ปี 4 เดือน กรณีต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 จึงรับฎีกาจำเลยที่ 1 เฉพาะในส่วนที่ว่า การกระทำของจำเลยที่ 1 เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 335(8) หรือไม่ ซึ่งเป็นข้อกฎหมาย ฎีกาส่วนอื่นนอกจากนี้เป็นปัญหาข้อเท็จจริง จึงไม่รับจำเลยที่ 1 เห็นว่า ฎีกาของจำเลยที่ 1 ในส่วนอื่น นอกจากส่วนที่เป็นปัญหาข้อกฎหมายซึ่งศาลได้สั่งรับไว้แล้วนั้นก็เป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายอีกเช่นกันโดยมีประเด็นว่าศาลอุทธรณ์พิจารณาพิพากษาคดีชอบด้วยบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 226,227 หรือไม่ โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยที่ 1 ในส่วนนี้ไว้อีกโสดหนึ่งด้วยหมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 83)

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335(7)(8)(11) ส่วนจำเลยที่ 2 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335(7)(8) จำคุกจำเลยทั้งสองคนละ5 ปี จำเลยทั้งสองเคยให้การรับสารภาพในชั้นจับกุมและชั้นสอบสวนเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้หนึ่งในสามคงจำคุกคนละ 3 ปี 4 เดือนจำเลยที่ 1 ฎีกา

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 81)จำเลยที่ 1 จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 83)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว ตามที่จำเลยที่ 1 ฎีกาว่า การที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์นำเอาคำรับสารภาพของจำเลยที่ 1 ในชั้นสอบสวนมาฟังลงโทษจำเลยที่ 1 ไม่ชอบนั้นเห็นว่าเป็นการโต้แย้งการใช้ดุลยพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาล เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง คดีนี้ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลล่าง และลงโทษจำคุกจำเลยที่ 1 ไม่เกิน 5 ปี จึงต้องห้ามมิให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 ให้ยกคำร้อง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สมบูรณ์ ฤกษ์สำราญ · ธิรพันธุ์ รัศมิทัต · อรรถวิทย์ วรรธนวินิจ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3399/2568

การที่จำเลยฎีกาว่า คดีโจทก์ในความผิดฐานฉ้อโกงขาดอายุความ เพราะผู้เสียหายไม่ได้ร้องทุกข์ภายในสามเดือนนับแต่วันที่รู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิดนั้น ในการวินิจฉัยปัญหาดังกล่าวต้องย้อนไปวินิจฉั…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7207/2567

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับฎีกาจำเลยเฉพาะความผิดฐานกระทำชำเราเด็กอายุยังไม่เกินสิบสามปี และสั่งไม่รับฎีกาจำเลยในความผิดฐานอื่น ซึ่งจำเลยอาจฎีกาเป็นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นนั้นต่อศาลฎีกาได้ ตาม ป.วิ.…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1638/2561

จำเลยยื่นคำฟ้องฎีกาพร้อมคำร้องขอให้ผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 3 อนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง แต่ไม่ได้รับอนุญาตให้ฎีกา ศาลชั้นต้นจึงมีคำสั่งในคำฟ้องฎีกาว่า…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9888/2558

จำเลยยื่นฎีกาเมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2558 ต่อมาวันที่ 16 มีนาคม 2558 ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยข้อ 2.4 ซึ่งจำเลยอาจฎีกาเป็นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นต่อศาลฎีกาได้ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 22…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5559/2556

คดีนี้จำเลยที่ 1 ยื่นฎีกาเมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2553 ต่อมาวันที่ 20 พฤศจิกายน 2555 ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยที่ 1 ในปัญหาข้อเท็จจริง ซึ่งจำเลยที่ 1 อาจฎีกาเป็นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้