Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2531 (เลขอ้างอิง 61526)

พ.ศ. 2531 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า ตามที่ศาลฎีกาได้สั่งคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับฎีกาของโจทก์ร่วม โดยคำสั่งคำร้องลงวันที่ 26 ตุลาคม 2530 นั้นโจทก์ร่วมขอคัดค้านว่าคำสั่งของศาลฎีกาดังกล่าวเป็นคำสั่งที่มิได้ปฏิบัติตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง และพระธรรมนูญศาลยุติธรรมในข้อที่มุ่งหมายจะยังให้เกิดให้การเป็นไปด้วยความยุติธรรมความสงบเรียบร้อยของประชาชนในการพิจารณาคดี โดยนายเฉลิมการปลื้มจิตต์ ซึ่งร่วมพิจารณาคำร้องของโจทก์ร่วมดังกล่าวเคยสั่งคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับอุทธรณ์ฉบับลงวันที่ 2 มกราคม 2528ของโจทก์ร่วมโดยคำสั่งคำร้องของศาลอุทธรณ์ที่ 1788/2528 ลงวันที่27 พฤษภาคม 2528 มาก่อน เป็นการไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 11(5)มาตรา 12 และมาตรา 13 นอกจากนี้ ศาลฎีกาชอบที่จะพิจารณาคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับฎีกาของโจทก์ตามขั้นตอนว่ามีการรับฟังพยานหลักฐานนอกสำนวนเป็นการฝ่าฝืนต่อประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความหรือไม่ ไม่ชอบที่จะพิจารณาถึงขั้นพิจารณาในปัญหาข้อเท็จจริงว่าเป็นดุลพินิจของศาลในรับฟังพยานหลักฐานซึ่งชอบที่จะพิจารณาในชั้นพิจารณาคดี และชอบที่จะพิจารณาสั่งในข้อที่โจทก์ร่วมอุทธรณ์ทุกข้อ ขอให้มีคำสั่งเพิกถอนกระบวนพิจารณาสั่งคำร้องดังกล่าวที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายเสีย แล้วมีคำสั่งใหม่ต่อไปหมายเหตุ จำเลยยังไม่ได้รับสำเนาคำร้องโจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 358,83,91 ฯลฯระหว่างพิจารณา นายสมพันธ์ น้อยสง่า ผู้เสียหาย ขอเข้ามาเป็นโจทก์ร่วม ศาลชั้นต้นอนุญาต และต่อมาโจทก์ร่วมขอแก้เพิ่มเติมฟ้องเป็นว่าขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 358,362,365,83,91 ฯลฯ ศาลชั้นต้นอนุญาตศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ร่วมฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับฎีกาเฉพาะข้อหาบุกรุกส่วนข้อหาทำให้เสียทรัพย์ ไม่รับฎีกา (อันดับ 124)โจทก์ร่วมจึงยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่ง (อันดับ 126)ศาลฎีกาสั่งคำร้องดังกล่าวของโจทก์โดยคำสั่งคำร้องของศาลฎีกาที่ 1292 พ.ศ. 2530 ลงวันที่ 26 ตุลาคม 2530 และส่งไปยังศาลชั้นต้นเพื่ออ่านให้คู่ความฟัง (อันดับ 137)ศาลชั้นต้นอ่านคำสั่งคำร้องของศาลฎีกาดังกล่าวให้คู่ความฟังเมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 2530(อันดับ 138)โจทก์ร่วมยื่นคำร้องดังกล่าวต่อศาลชั้นต้น ศาลชั้นต้นสั่งว่ารีบส่งคำร้องและสำนวนไปศาลฎีกาเพื่อได้โปรดพิจารณา (อันดับ 141)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว แม้ผู้พิพากษาซึ่งเป็นองค์คณะในคำสั่งศาลฎีกาลงวันที่ 26 ตุลาคม 2530 ได้เคยสั่งคำร้องอุทธรณ์คำสั่งคดีเดียวกันนี้ในชั้นอุทธรณ์มาแล้วก็ตาม แต่การสั่งคำร้องในชั้นอุทธรณ์ดังกล่าว มิใช่การพิจารณาพิพากษาคดี และมิใช่การนั่งพิจารณาคดีตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 1(9),11(5)ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15 โจทก์ร่วมจึงไม่มีสิทธิคัดค้าน ให้ยกคำร้อง

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 519/2531พนักงานอัยการจังหวัดนนทบุรีโจทก์โจทก์ร่วมโจทก์นายสมพันธ์ น้อยสง่าโจทก์นายวิจิตร รวมทรัพย์ กับพวกจำเลยนายสมพันธ์ น้อยสง่า โจทก์ร่วมผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.พ. ม. 1 (9), ม. 11 ป.วิ.อ. ม. 15ความว่า ตามที่ศาลฎีกาได้สั่งคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับฎีกาของโจทก์ร่วม โดยคำสั่งคำร้องลงวันที่ 26 ตุลาคม 2530 นั้นโจทก์ร่วมขอคัดค้านว่าคำสั่งของศาลฎีกาดังกล่าวเป็นคำสั่งที่มิได้ปฏิบัติตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง และพระธรรมนูญศาลยุติธรรมในข้อที่มุ่งหมายจะยังให้เกิดให้การเป็นไปด้วยความยุติธรรมความสงบเรียบร้อยของประชาชนในการพิจารณาคดี โดยนายเฉลิมการปลื้มจิตต์ ซึ่งร่วมพิจารณาคำร้องของโจทก์ร่วมดังกล่าวเคยสั่งคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับอุทธรณ์ฉบับลงวันที่ 2 มกราคม 2528ของโจทก์ร่วมโดยคำสั่งคำร้องของศาลอุทธรณ์ที่ 1788/2528 ลงวันที่27 พฤษภาคม 2528 มาก่อน เป็นการไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 11(5)มาตรา 12 และมาตรา 13 นอกจากนี้

ศาลฎีกาชอบที่จะพิจารณาคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับฎีกาของโจทก์ตามขั้นตอนว่ามีการรับฟังพยานหลักฐานนอกสำนวนเป็นการฝ่าฝืนต่อประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความหรือไม่ ไม่ชอบที่จะพิจารณาถึงขั้นพิจารณาในปัญหาข้อเท็จจริงว่าเป็นดุลพินิจของศาลในรับฟังพยานหลักฐานซึ่งชอบที่จะพิจารณาในชั้นพิจารณาคดี และชอบที่จะพิจารณาสั่งในข้อที่โจทก์ร่วมอุทธรณ์ทุกข้อ ขอให้มีคำสั่งเพิกถอนกระบวนพิจารณาสั่งคำร้องดังกล่าวที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายเสีย แล้วมีคำสั่งใหม่ต่อไปหมายเหตุ จำเลยยังไม่ได้รับสำเนาคำร้องโจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 358,83,91 ฯลฯระหว่างพิจารณา นายสมพันธ์ น้อยสง่า ผู้เสียหาย ขอเข้ามาเป็นโจทก์ร่วม

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นอนุญาต และต่อมาโจทก์ร่วมขอแก้เพิ่มเติมฟ้องเป็นว่าขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 358,362,365,83,91 ฯลฯ

ศาลชั้นต้นอนุญาตศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ร่วมฎีกา

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับฎีกาเฉพาะข้อหาบุกรุกส่วนข้อหาทำให้เสียทรัพย์ ไม่รับฎีกา (อันดับ 124)โจทก์ร่วมจึงยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่ง (อันดับ 126)ศาลฎีกาสั่งคำร้องดังกล่าวของโจทก์โดยคำสั่งคำร้องของศาลฎีกาที่ 1292 พ.ศ. 2530 ลงวันที่ 26 ตุลาคม 2530 และส่งไปยังศาลชั้นต้นเพื่ออ่านให้คู่ความฟัง (อันดับ 137)ศาลชั้นต้นอ่านคำสั่งคำร้องของศาลฎีกาดังกล่าวให้คู่ความฟังเมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 2530(อันดับ 138)โจทก์ร่วมยื่นคำร้องดังกล่าวต่อศาลชั้นต้น ศาลชั้นต้นสั่งว่ารีบส่งคำร้องและสำนวนไปศาลฎีกาเพื่อได้โปรดพิจารณา (อันดับ 141)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว แม้ผู้พิพากษาซึ่งเป็นองค์คณะในคำสั่งศาลฎีกาลงวันที่ 26 ตุลาคม 2530 ได้เคยสั่งคำร้องอุทธรณ์คำสั่งคดีเดียวกันนี้ในชั้นอุทธรณ์มาแล้วก็ตาม แต่การสั่งคำร้องในชั้นอุทธรณ์ดังกล่าว มิใช่การพิจารณาพิพากษาคดี และมิใช่การนั่งพิจารณาคดีตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 1(9),11(5)ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15 โจทก์ร่วมจึงไม่มีสิทธิคัดค้าน ให้ยกคำร้อง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สมบูรณ์ ฤกษ์สำราญ · ธิรพันธุ์ รัศมิทัต · อรรถวิทย์ วรรธนวินิจ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5412/2554

การสอบจำเลยเรื่องทนายความก่อนเริ่มพิจารณาตาม ป.วิ.อ. มาตรา 173 วรรคสอง เป็นการที่ศาลออกนั่งเกี่ยวกับการพิจารณาคดีจึงเป็นการนั่งพิจารณาตาม ป.วิ.พ. มาตรา 1 (9) ประกอบด้วย ป.วิ.อ. มาตรา 15 ซึ่งจะต้องอยู่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7124/2553

ตามใบแต่งทนายความของโจทก์ ทนายโจทก์มีอำนาจดำเนินกระบวนพิจารณาใด ๆ ในทางจำหน่ายสิทธิของโจทก์ ซึ่งรวมถึงการถอนฟ้อง และการสละสิทธิหรือใช้สิทธิในการอุทธรณ์หรือฎีกาด้วย เมื่อทนายโจทก์ยื่นคำร้องขอถอนฟ้องตาม…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5887/2550

ฎีกาของจำเลยไม่มีลายมือชื่อผู้ฎีกา โดยเหตุที่ฎีกาเป็นคำฟ้องอย่างหนึ่งตามคำนิยามในมาตรา 1 (3) แห่ง ป.วิ.พ. ประกอบ ป.วิ.อ. มาตรา 15 ดังนั้น เมื่อไม่มีลายมือชื่อผู้ฎีกา ฎีกาของจำเลยจึงไม่ชอบด้วยกฎหมายตาม…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3017/2541

วิธีการตามที่บัญญัติไว้ใน พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ.2499 มาตรา 20 เป็นการดำเนินการในชั้นสอบสวนและการพิจารณาคดีในชั้นศาล การที่ศาลถามผู้ต้องหาหรือจำเลยว่าจะให้การประการใดต…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 43/2538

ผู้ร้องสอดยื่นคำร้องขอเข้าเป็นคู่ความอ้างว่าผู้ร้องสอดเป็นบุตรของเจ้ามรดกจึงเป็นทายาทโดยธรรมมีสิทธิรับมรดกของเจ้ามรดกซึ่งถึงแก่ความตายโดยมิได้ทำพินัยกรรมเกี่ยวกับทรัพย์สินไว้ ส่วนโจทก์ไม่ใช่ทายาทโดยธร…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้