Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2531 (เลขอ้างอิง 61626)

พ.ศ. 2531 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า คดีนี้ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นและลงโทษจำคุกจำเลยเพียง 1 ปีซึ่งไม่เกิน5 ปี ห้ามมิให้คู่ความฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงต้องกันว่าจำเลยเป็นผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์คันเกิดเหตุการที่จำเลยฎีกาตามข้อ 2.1,2.2 และข้อ 3 วรรคแรกโดยสรุปเป็นการขอให้ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงเป็นอย่างอื่นว่าจำเลยมิใช่ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์คันเกิดเหตุเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงสำหรับฎีกาของจำเลยข้อ 3 วรรคสองนั้น เป็นการโต้แย้งดุลพินิจการกำหนดโทษ จึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ฎีกาทั้งหมดของจำเลยต้องห้ามตามกฎหมายดังกล่าว จึงไม่รับฎีกาของจำเลยจำเลยเห็นว่าฎีกาของจำเลยเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายปะปนกันโดยเฉพาะฎีกาในข้อ 2.1,2.2 และข้อ 3 วรรคแรกเป็นการฎีกาว่าคำพยานปากนายสุวรรณ ธงภักดิ์ ในชั้นพนักงานสอบสวนและในชั้นศาลรับฟังเป็นพยานได้เพียงใด เพราะพยานเบิกความแตกต่างกันอย่างชัดเจนแต่ศาลทั้งสองมิได้หยิบยกขึ้นพิจารณาให้สิ้นถ้อยกระแสความ ประเด็นดังกล่าวเป็นปัญหาข้อกฎหมายจำเลยจึงมีสิทธิฎีกาได้ โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาต่อไปหมายเหตุ โจทก์และโจทก์ร่วมแถลงข้างคำร้องว่าได้รับสำเนาแล้ว (อันดับ 97)ระหว่างพิจารณา นางสงค์ มิตรชอบ มารดาผู้ตายขอเข้าเป็นโจทก์ร่วม ศาลชั้นต้นอนุญาตศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 291,390 พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 43,157เป็นกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท ลงบทหนักตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 90,291 จำเลยอายุ 18 ปี ลดมาตราส่วนโทษกึ่งหนึ่งให้จำคุก 1 ปีจำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับดังกล่าว (อันดับ 95)จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 97)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว คดีนี้ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลล่างลงโทษจำคุกจำเลย 1 ปี คดีต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 จำเลยฎีกาว่าพยานโจทก์เบิกความแตกต่างกับคำให้การในชั้นสอบสวน ไม่ชอบที่จะรับฟังว่าจำเลยเป็นผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์คันเกิดเหตุหรือเป็นผู้กระทำความผิด เป็นฎีกาโต้แย้งดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาล จึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามมิให้ฎีกาศาลชั้นต้นไม่รับฎีกาของจำเลยชอบแล้ว ยกคำร้อง

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 698/2531พนักงานอัยการจังหวัดชัยภูมิโจทก์โจทก์ร่วมโจทก์นางสงค์ มิตรชอบโจทก์นางสาวหนูเยี่ยม ชัยเขว้าจำเลยนางสาวหนูเยี่ยม ชัยเขว้า จำเลยผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.อ. ม. 218, ม. 224ความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า คดีนี้ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นและลงโทษจำคุกจำเลยเพียง 1 ปีซึ่งไม่เกิน5 ปี ห้ามมิให้คู่ความฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงต้องกันว่าจำเลยเป็นผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์คันเกิดเหตุการที่จำเลยฎีกาตามข้อ 2.1,2.2 และข้อ 3 วรรคแรกโดยสรุปเป็นการขอให้ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงเป็นอย่างอื่นว่าจำเลยมิใช่ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์คันเกิดเหตุเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงสำหรับฎีกาของจำเลยข้อ 3 วรรคสองนั้น เป็นการโต้แย้งดุลพินิจการกำหนดโทษ จึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ฎีกาทั้งหมดของจำเลยต้องห้ามตามกฎหมายดังกล่าว จึงไม่รับฎีกาของจำเลยจำเลยเห็นว่าฎีกาของจำเลยเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายปะปนกันโดยเฉพาะฎีกาในข้อ 2.1,2.2 และข้อ 3 วรรคแรกเป็นการฎีกาว่าคำพยานปากนายสุวรรณ

ธงภักดิ์ ในชั้นพนักงานสอบสวนและในชั้นศาลรับฟังเป็นพยานได้เพียงใด เพราะพยานเบิกความแตกต่างกันอย่างชัดเจนแต่ศาลทั้งสองมิได้หยิบยกขึ้นพิจารณาให้สิ้นถ้อยกระแสความ ประเด็นดังกล่าวเป็นปัญหาข้อกฎหมายจำเลยจึงมีสิทธิฎีกาได้ โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาต่อไปหมายเหตุ โจทก์และโจทก์ร่วมแถลงข้างคำร้องว่าได้รับสำเนาแล้ว (อันดับ 97)ระหว่างพิจารณา นางสงค์ มิตรชอบ มารดาผู้ตายขอเข้าเป็นโจทก์ร่วม ศาลชั้นต้นอนุญาตศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 291,390 พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 43,157เป็นกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท ลงบทหนักตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 90,291 จำเลยอายุ 18 ปี

ลดมาตราส่วนโทษกึ่งหนึ่งให้จำคุก 1 ปีจำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับดังกล่าว (อันดับ 95)จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 97)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว คดีนี้ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลล่างลงโทษจำคุกจำเลย 1 ปี คดีต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 จำเลยฎีกาว่าพยานโจทก์เบิกความแตกต่างกับคำให้การในชั้นสอบสวน ไม่ชอบที่จะรับฟังว่าจำเลยเป็นผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์คันเกิดเหตุหรือเป็นผู้กระทำความผิด เป็นฎีกาโต้แย้งดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาล จึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามมิให้ฎีกาศาลชั้นต้นไม่รับฎีกาของจำเลยชอบแล้ว ยกคำร้อง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ดุสิต วราโห · คำนึง อุไรรัตน์ · ประชา บุญวนิช
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3399/2568

การที่จำเลยฎีกาว่า คดีโจทก์ในความผิดฐานฉ้อโกงขาดอายุความ เพราะผู้เสียหายไม่ได้ร้องทุกข์ภายในสามเดือนนับแต่วันที่รู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิดนั้น ในการวินิจฉัยปัญหาดังกล่าวต้องย้อนไปวินิจฉั…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7207/2567

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับฎีกาจำเลยเฉพาะความผิดฐานกระทำชำเราเด็กอายุยังไม่เกินสิบสามปี และสั่งไม่รับฎีกาจำเลยในความผิดฐานอื่น ซึ่งจำเลยอาจฎีกาเป็นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นนั้นต่อศาลฎีกาได้ ตาม ป.วิ.…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1638/2561

จำเลยยื่นคำฟ้องฎีกาพร้อมคำร้องขอให้ผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 3 อนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง แต่ไม่ได้รับอนุญาตให้ฎีกา ศาลชั้นต้นจึงมีคำสั่งในคำฟ้องฎีกาว่า…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9888/2558

จำเลยยื่นฎีกาเมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2558 ต่อมาวันที่ 16 มีนาคม 2558 ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยข้อ 2.4 ซึ่งจำเลยอาจฎีกาเป็นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นต่อศาลฎีกาได้ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 22…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5559/2556

คดีนี้จำเลยที่ 1 ยื่นฎีกาเมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2553 ต่อมาวันที่ 20 พฤศจิกายน 2555 ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยที่ 1 ในปัญหาข้อเท็จจริง ซึ่งจำเลยที่ 1 อาจฎีกาเป็นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้