Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2531 (เลขอ้างอิง 61672)

พ.ศ. 2531 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า จำเลยฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลายื่นฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งคำร้องว่าจำเลยเคยยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลามาครั้งหนึ่งแล้ว ศาลอนุญาต แต่จำเลยมิได้ยื่นฎีกาต่อมาจึงได้ยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาอีก แต่ศาลไม่อนุญาตตามคำร้อง ไม่ปรากฏว่ามีเหตุสุดวิสัยอันจะเป็นเหตุที่จำเลยจะขอขยายระยะเวลาในการยื่นฎีกาได้ จึงไม่อนุญาต ให้ยกคำร้องและสั่งฎีกาว่า ศาลไม่อนุญาตให้ขยายระยะเวลาในการยื่นฎีกาแก่จำเลย จำเลยยื่นฎีกาเกินกำหนด จึงไม่รับฎีกาจำเลยเห็นว่า เหตุที่จำเลยไม่สามารถยื่นฎีกาได้ทันกำหนดนั้น มิใช่ความประมาทเลินเล่อหรือละเลยเพิกเฉยของจำเลยแต่เป็นเพราะเหตุสุดวิสัยและความบกพร่องของศาลชั้นต้นที่ไม่มีหมายนัดแจ้งให้ทนายจำเลยทราบวันนัดฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์เนื่องจากจำเลยเป็นคนยากจนไม่สามารถหาทนายความคนใหม่ได้จึงต้องอาศัยทนายความที่ศาลได้ขอแรงแต่งตั้งให้เท่านั้นประกอบกับตลอดระยะเวลาที่จำเลยถูกคุมขังก็ไม่มีญาติพี่น้องหรือภรรยามาเยี่ยมเลยจึงไม่สามารถติดต่อกับทนายความเพื่อทำฎีกายื่นให้ทันกำหนดได้ คำสั่งศาลชั้นต้นที่ให้ยกคำร้องขอขยายระยะเวลาฎีกาและไม่รับฎีกาจึงเป็นคำสั่งที่ไม่ชอบเป็นการตัดสิทธิขั้นพื้นฐานและจำกัดสิทธิของจำเลยในการต่อสู้คดี เพื่อเปิดโอกาสให้แก่จำเลยสักครั้ง โปรดมีคำสั่งอนุญาตให้ขยายระยะเวลาฎีกาและรับฎีกาของจำเลยด้วยหมายเหตุ ไม่ปรากฏหลักฐานว่าโจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้วหรือไม่ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 288 ประกอบมาตรา 80,91 ให้จำคุกกระทงละ 12 ปี รวมจำคุก 24 ปี ข้อหาอื่นนอกจากนี้ให้ยกจำเลยฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลายื่นฎีกาศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาและให้ยกคำร้องดังกล่าว(อันดับ 82,81 แผ่นที่ 2)จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 85)คำสั่งจำเลยมิได้ยื่นฎีกาภายในกำหนดตามที่ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ขยายระยะเวลายื่นฎีกาโดยไม่ปรากฏว่ามีเหตุสุดวิสัย จึงไม่มีเหตุที่จะอนุญาตให้จำเลยขอขยายระยะเวลายื่นฎีกาต่อไปอีกศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาและยกคำร้องของจำเลยชอบแล้ว ยกคำร้อง

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 800/2531พนักงานอัยการประจำศาลจังหวัดขอนแก่น (อำเภอพลโจทก์นายสายัณห์ หรือสายันห์ หรือพรชัย หรือแดง เกิดอยู่จำเลยนายสายัณห์ เกิดอยู่ จำเลยผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.อ. ม. 23 ป.วิ.พ. ม. 15, ม. 224ความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลายื่นฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งคำร้องว่าจำเลยเคยยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลามาครั้งหนึ่งแล้ว ศาลอนุญาต แต่จำเลยมิได้ยื่นฎีกาต่อมาจึงได้ยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาอีก แต่ศาลไม่อนุญาตตามคำร้อง ไม่ปรากฏว่ามีเหตุสุดวิสัยอันจะเป็นเหตุที่จำเลยจะขอขยายระยะเวลาในการยื่นฎีกาได้ จึงไม่อนุญาต ให้ยกคำร้องและสั่งฎีกาว่า ศาลไม่อนุญาตให้ขยายระยะเวลาในการยื่นฎีกาแก่จำเลย จำเลยยื่นฎีกาเกินกำหนด จึงไม่รับฎีกาจำเลยเห็นว่า เหตุที่จำเลยไม่สามารถยื่นฎีกาได้ทันกำหนดนั้น มิใช่ความประมาทเลินเล่อหรือละเลยเพิกเฉยของจำเลยแต่เป็นเพราะเหตุสุดวิสัยและความบกพร่องของศาลชั้นต้นที่ไม่มีหมายนัดแจ้งให้ทนายจำเลยทราบวันนัดฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์เนื่องจากจำเลยเป็นคนยากจนไม่สามารถหาทนายความคนใหม่ได้จึงต้องอาศัยทนายความที่ศาลได้ขอแรงแต่งตั้งให้เท่านั้นประกอบกับตลอดระยะเวลาที่จำเลยถูกคุมขังก็ไม่มีญาติพี่น้องหรือภรรยามาเยี่ยมเลยจึงไม่สามารถติดต่อกับทนายความเพื่อทำฎีกายื่นให้ทันกำหนดได้

คำสั่งศาลชั้นต้นที่ให้ยกคำร้องขอขยายระยะเวลาฎีกาและไม่รับฎีกาจึงเป็นคำสั่งที่ไม่ชอบเป็นการตัดสิทธิขั้นพื้นฐานและจำกัดสิทธิของจำเลยในการต่อสู้คดี เพื่อเปิดโอกาสให้แก่จำเลยสักครั้ง โปรดมีคำสั่งอนุญาตให้ขยายระยะเวลาฎีกาและรับฎีกาของจำเลยด้วยหมายเหตุ ไม่ปรากฏหลักฐานว่าโจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้วหรือไม่ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 288 ประกอบมาตรา 80,91 ให้จำคุกกระทงละ 12 ปี รวมจำคุก 24 ปี ข้อหาอื่นนอกจากนี้ให้ยกจำเลยฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลายื่นฎีกาศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาและให้ยกคำร้องดังกล่าว(อันดับ 82,81 แผ่นที่ 2)จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 85)คำสั่งจำเลยมิได้ยื่นฎีกาภายในกำหนดตามที่ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ขยายระยะเวลายื่นฎีกาโดยไม่ปรากฏว่ามีเหตุสุดวิสัย จึงไม่มีเหตุที่จะอนุญาตให้จำเลยขอขยายระยะเวลายื่นฎีกาต่อไปอีกศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาและยกคำร้องของจำเลยชอบแล้ว ยกคำร้อง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ดุสิต วราโห · คำนึง อุไรรัตน์ · ประชา บุญวนิช
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2567 (เลขอ้างอิง 715016)

คดีที่ต้องห้ามอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ. 2499 มาตรา 22 คู่ความสามารถยื่นอุทธรณ์กรณีมีการขออนุญาตหรือได้รับอนุญาตให้อุทธรณ์จากผู้พิพากษาที่พิจ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5551/2567

คดีนี้มีอัตราโทษอย่างสูงให้จำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ จึงต้องห้ามมิให้โจทก์อุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง เว้นแต่ผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาหรือลงชื่อในคำพิพากษาหรือทำความเห็น…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 518/2567

การยื่นฎีกาในคดีอาญาตาม ป.วิ.อ. มาตรา 216 วรรคสอง และมาตรา 223 บัญญัติให้ยื่นต่อศาลชั้นต้น และให้เป็นหน้าที่ของศาลชั้นต้นตรวจฎีกาว่าควรจะรับส่งขึ้นไปยังศาลฎีกาหรือไม่ เมื่อผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2567 (เลขอ้างอิง 712890)

คดีที่ต้องห้ามอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ. 2499 มาตรา 22 คู่ความที่อุทธรณ์ต้องได้รับอนุญาตให้อุทธรณ์จากผู้พิพากษาที่พิจารณาหรือลงชื่อในคำพิพากษ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4325/2566

การที่ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้ทรัพย์สินของผู้คัดค้านที่ 2 ตกเป็นของแผ่นดินนั้น แม้ปัญหาว่าทรัพย์สินตามคำร้องแต่ละรายการเป็นทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดหรือไม่ สามารถพิจารณาทรัพย์สินแต่ละรายการแย…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้