Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6168/2557

พ.ศ. 2557 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

พฤติการณ์ของจำเลยที่ 1 และที่ 2 เป็นการร่วมกับ จ. จำเลยที่ 3 และที่ 5 ในการดำเนินการให้การรับกินรับใช้ในฐานะเจ้ามือเป็นไปจนเสร็จสิ้นในการเล่นการพนันโดยการแบ่งหน้าที่กันทำ ซึ่งมีทั้งก่อนวันที่ออกรางวัลและหลังจากรางวัลออกแล้ว เมื่อตรวจทราบว่ามีการได้เสียกันเท่าไร หาได้เสร็จสิ้นเมื่อมีการออกรางวัลแล้วเท่านั้น จำเลยที่ 1 และที่ 2 จึงเป็นตัวการในการกระทำความผิดด้วย มิใช่เป็นเพียงผู้สนับสนุน

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งเจ็ดตามพระราชบัญญัติการพนัน พ.ศ.2478 มาตรา 4, 5, 6, 10, 12, 15 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 และจ่ายเงินสินบนนำจับให้แก่ผู้นำจับ จำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 6 ให้การปฏิเสธ จำเลยที่ 3 และที่ 5 ให้การรับสารภาพ จำเลยที่ 4 และที่ 7 ให้การปฏิเสธ แต่รับว่าร่วมกันเล่นการพนันสลากกินรวบโดยเป็นลูกค้า

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 3 และที่ 5 มีความผิดตามพระราชบัญญัติการพนัน พ.ศ.2478 มาตรา 4 วรรคหนึ่ง, 12 (1) ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 ส่วนจำเลยที่ 1 ที่ 2 ที่ 4 ที่ 6 และที่ 7 มีความผิดตามพระราชบัญญัติการพนัน พ.ศ.2478 มาตรา 4 วรรคหนึ่ง, 12 (1) ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 86 จำคุกจำเลยที่ 3 และที่ 5 คนละ 6 เดือนและปรับคนละ 1,800 บาท จำเลยที่ 1 ที่ 2 ที่ 4 ที่ 6 และที่ 7 จำคุกคนละ 4 เดือน และปรับคนละ 1,200 บาท จำเลยที่ 3 และที่ 5 ให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้คนละกึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุกคนละ 3 เดือน และปรับคนละ 900 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปี โดยกำหนดเงื่อนไขการคุมความประพฤติไว้ภายในกำหนดระยะเวลาดังกล่าว โดยให้จำเลยทั้งเจ็ดไปรายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติ 4 ครั้ง

ภายในระยะเวลา 1 ปี ให้จำเลยทั้งเจ็ดกระทำกิจกรรมบริการสังคมหรือสาธารณประโยชน์ตามที่พนักงานคุมประพฤติและจำเลยเห็นสมควร มีกำหนดระยะเวลา 20 ชั่วโมง ภายในระยะเวลา 1 ปี ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 ให้จ่ายเงินสินบนนำจับแก่ผู้นำจับ

โจทก์อุทธรณ์ โดยอธิบดีอัยการฝ่ายคดีศาลสูงเขต 1 ซึ่งอัยการสูงสุดได้มอบหมาย รับรองให้อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ 1 ที่ 2 ที่ 4 ที่ 6 และที่ 7 มีความผิดตามพระราชบัญญัติการพนัน พ.ศ.2478 มาตรา 4, 12 (1) ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 จำคุกคนละ 6 เดือน ทางนำสืบของจำเลยที่ 1 ที่ 2 ที่ 4 ที่ 6 และที่ 7 เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ลดโทษให้คนละหนึ่งในสาม คงจำคุกคนละ 4 เดือน ไม่รอการลงโทษจำคุก ไม่ปรับ และไม่คุมความประพฤติจำเลยทั้งเจ็ด รวมทั้งไม่จ่ายเงินสินบนนำจับให้แก่ผู้นำจับ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยทั้งเจ็ดฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า

มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ 1 และที่ 2 ว่า จำเลยที่ 1 และที่ 2 เป็นตัวการกระทำความผิดตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1 หรือไม่ ที่จำเลยที่ 1 และที่ 2 ฎีกาว่า จะเป็นตัวการกระทำความผิดต้องกระทำความผิดในขณะเกิดเหตุ เจ้าพนักงานตำรวจเข้าตรวจค้นและจับเมื่อเวลา 13 นาฬิกา ซึ่งไม่มีการรับพนันขันต่อแล้ว โจทก์ไม่มีพยานคนใดเบิกความว่าจำเลยที่ 1 และที่ 2 ร่วมรับเป็นเจ้ามือ หรือจดเลข ส่งโทรสาร บันทึกข้อมูลลงในโปรแกรมคอมพิวเตอร์ หลักฐานที่เจ้าพนักงานตำรวจยึดได้เป็นโพยสลากกินรวบ 92 แผ่นซึ่งต้องมีการกระทำก่อนวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2552 ซึ่งเป็นวันที่สลากรางวัลออก เมื่อเกิดเหตุความผิดแล้ว จำเลยที่ 1 และที่ 2 คงมีความผิดเป็นผู้สนับสนุนเท่านั้น

นั้นเห็นว่า พฤติการณ์ของจำเลยที่ 1 และที่ 2 เป็นการร่วมกับนางจุฑาทิพย์ จำเลยที่ 3 และที่ 5 ในการดำเนินการให้การรับกินรับใช้ในฐานะเจ้ามือเป็นไปจนเสร็จสิ้นในการเล่นการพนันโดยการแบ่งหน้าที่กันทำ ซึ่งมีทั้งก่อนวันที่ออกรางวัลและหลังจากรางวัลออกแล้วเมื่อตรวจทราบว่ามีการได้เสียกันเท่าไร หาได้เสร็จสิ้นเมื่อมีการออกรางวัลแล้วเท่านั้น จำเลยที่ 1 และที่ 2 จึงเป็นตัวการในการกระทำความผิดด้วย มิใช่เป็นเพียงผู้สนับสนุนที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 วินิจฉัยเรื่องนี้มานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยที่ 1 และที่ 2 ข้อนี้ฟังไม่ขึ้น

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
อุดม สิทธิวิรัชธรรม · ประยูร ณ ระนอง · ภาติยะ ดวงมณี
ศาลล่าง
ศาลแขวงนนทบุรี - นายนคร ธีรฉัตรวัฒน์
ศาลอุทธรณ์ภาค 1 - นายวิทยา พรหมประสิทธิ์
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
อ.2674/2555
หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น
อ1412/2552
หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น
อ2356/2553
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4920/2567

การรับจ้างเปิดบัญชีแล้วมอบสมุดบัญชีเงินฝากให้บุคคลอื่นไปใช้เป็นเรื่องผิดปกติวิสัย ย่อมแสดงให้เห็นเจตนาร้ายของจำเลย ตามพฤติการณ์ดังกล่าวจำเลยเล็งเห็นได้ว่า ค. อาจเป็นผู้รับจัดหาคนมาเปิดบัญชีให้คนร้ายหร…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1856/2567

พยานหลักฐานของโจทก์เมื่อรับฟังประกอบกันทั้งหมดแล้ว ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่าจำเลยมีส่วนรู้เห็นเป็นใจและร่วมเป็นตัวการในการกระทำความผิดตามฟ้องกับ น. ด้วยการแบ่งหน้าที่กันทำ โดยจำเลยทำหน้าที่ขับรถในการขนล…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1488/2567

ผู้ที่ได้รับอนุญาตเป็นผู้ประกอบธุรกิจตรวจสอบมาตรฐานสินค้าตามมาตรา 20 แห่ง พ.ร.บ.มาตรฐานสินค้าขาออก พ.ศ. 2503 ต้องมีฐานะเป็นนิติบุคคลและต้องเป็นผู้ได้รับอนุญาตจากสำนักงานมาตรฐานสินค้าเท่านั้น ซึ่งในการ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 280/2563

โจทก์ไม่มีประจักษ์พยานยืนยันว่า จำเลยที่ 2 ร่วมกับ บ. และจำเลยที่ 1 มีเมทแอมเฟตามีนของกลางไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนแก่สายลับ จึงมิอาจถือว่าจำเลยที่ 2 เป็นตัวการร่วมกระทำผิดกับจำ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3009/2563

เมทแอมเฟตามีนของกลาง 565 เม็ด เป็นส่วนหนึ่งของเมทแอมเฟตามีนที่ ส. ซื้อมาจากจำเลย หลังจากที่จำเลยขายเมทแอมเฟตามีนให้แก่ ส. โดยจำเลยได้รับเงินค่าเมทแอมเฟตามีนไปแล้ว การครอบครองเมทแอมเฟตามีนเพื่อจำหน่ายแ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้