Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 617/2502

พ.ศ. 2502 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

สัญญาจะซื้อขายมีข้อความตอนหนึ่งว่า "ฯลฯ ในการโอนนี้ ผู้จะซื้อเป็นบุคคลต่างด้าวหากการโอนขัดข้อง ผู้จะขายยอมให้ผู้จะซื้อหาผู้รับโอนคนอื่นมารับโอนได้ โดยผู้จะขายต้องโอนให้ ไม่ถือว่าผิดสัญญา และให้ถือว่าผู้ที่จะมารับโอนเท่ากับคู่สัญญานี้" ย่อมแสดงถึงเจตนา อันแท้จริงของแต่ละฝ่ายว่าไม่ประสงค์จะเลิกสัญญากัน จึงเป็นสัญญาต่างตอบแทนผูกพันคู่กรณีโจทก์ที่ 1 มีสิทธิที่จะโอนการจะซื้อขายที่ดินรายนี้ให้แก่โจทก์ที่ 2 ได้ตามข้อความในสัญญาดังกล่าว

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.พ.พ. มาตรา 456 ป.พ.พ. มาตรา 132 ป.พ.พ. มาตรา 369 ป.พ.พ. มาตรา 374 ป.พ.พ. มาตรา 375 พ.ร.บ.ที่ดินในส่วนที่เกี่ยวกับคนต่างด้าว พ.ศ.2486 มาตรา 6

เนื้อความคำพิพากษา

ชั้นพิจารณา โจทก์จำเลยตกลงท้ากันให้ศาลชี้ขาดว่าตามสัญญาข้อ ๒ ในสัญญาจะซื้อขายที่ดินรายพิพาทซึ่งมีข้อความว่า "ฯลฯ ในการโอนนี้ผู้จะซื้อเป็นบุคคลต่างด้าว หากการโอนขัดข้อง ผู้จะขายยอมให้ผู้จะซื้อหาผู้รับโอนคนอื่นมารับโอนได้ โดยผู้จะขายต้องโอนให้ ไม่ถือว่าผิดสัญญาและให้ถือว่าผู้ที่จะมารับโอนเท่ากับคู่สัญญานี้" จะหมายความว่า โจทก์ที่ ๑ มีสิทธิโอนสิทธิการซื้อขายให้แก่โจทก์ที่ ๒ ได้หรือไม่ เพียงข้อเดียว และต่างสละข้อต่อสู้อื่น ๆ ทั้งหมด หากศาลชี้ขาดว่า โจทก์ทั้งสองมีสิทธิทำกันได้ จำเลยยอมแพ้ตามฟ้อง หากศาลชี้ขาดว่าโจทก์ทั้งสอง ไม่มีสิทธิทำกันได้ โจทก์ทั้งสองยอมแพ้โดยทั้งสองฝ่ายไม่สืบพยาน ศาลฎีกาพิพากษายืนตามศาลทั้งสองว่า ให้จำเลยโอนขายที่พิพาทตามโฉนดที่ ๙๓๐๒ ให้แก่โจทก์ที่ ๒ โดยรับชำระราคาที่เหลือจากโจทก์ที่ ๑ หากจำเลยไม่จัดการตามนี้ก็ให้ถือเอาคำพิพากษาของศาลแทนการแสดงเจตนาของโจทก์จำเลย ข้อวินิจฉัยของศาลฎีกามีว่า ข้อความในสัญญาดังกล่าวแสดงถึงเจตนาอันแท้จริงของจำเลยว่า

ต้องการที่จะขายที่ดินแปลงนี้เป็นการแน่นอน โดยไม่คำนึงถึงตัวคนที่จะซื้อ ไม่ว่าจะเป็นตัวโจทก์ที่ ๑ ผู้เป็นคู่สัญญาโดยตรงหรือบุคคลอื่นที่โจทก์ที่ ๑ จะมาได้ในเมื่อทางการไม่อนุญาตให้โจทก์ที่ ๑ เป็นผู้ซื้อ จำเลยไม่ประสงค์ที่จะเลิกสัญญาจะซื้อขายกันต่อไปแล้ว จึงยินยอมทำสัญญาให้อำนาจแก่โจทก์ที่ ๑ เพื่อหาคนอื่นมาซื้อที่ดินแปลงนี้ไปจนได้ ซึ่งมีผลผูกพันโจทก์ที่ ๑ มิให้ขอเลิกสัญญาเช่นเดียวกัน จึงเป็นสัญญาต่างตอบแทนผูกพันคู่กรณี โจทก์ที่ ๑ จึงมีสิทธิโอนการจะซื้อขายที่ดินรายนี้ให้แก่โจทก์ที่ ๒ ได้ ตามข้อความในสัญญานั้น

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ดุลยทรรศน์ปฏิภาณ · สารนัยประสาสน์ · การุณย์นราทร
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดนครปฐม - นายสอน ไชยสุต
ศาลอุทธรณ์ - หลวงพิชัยบัณฑิต
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1156/2521

เจ้ามรดกมีบุตร 5 คนคือโจทก์ทั้งสอง จำเลย ว.และพ. ผู้ร้องสอดเป็นภรรยาของ พ.ไม่มีบุตรด้วยกัน พ. ตายก่อนเจ้ามรดก เจ้ามรดกตายโดยไม่ได้ทำพินัยกรรม โจทก์ทั้งสองเคยฟ้องจำเลยขอแบ่งมรดก ผลที่สุดได้ทำสัญญาประนี…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2530/2517

จำเลยที่ 2 ทำสัญญาตกลงให้จำเลยที่ 1 กับพวกปลูกตึกแถวในที่ดินของจำเลยที่ 2 แล้วให้ตึกแถวตกเป็นของจำเลยที่ 2โดยจำเลยที่ 2 ยอมให้จำเลยที่ 1 กับพวกมีสิทธิเรียกเก็บเงินช่วยค่าก่อสร้างจากคนมาขอเช่าตึกแถวและ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6939/2552

โจทก์ทำสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินพร้อมบ้านพิพาทกับจำเลย ย่อมแสดงว่าโจทก์ผู้จะซื้อเชื่อถือข้อสัญญาที่ทำกับจำเลยและมุ่งหมายจะได้รับประโยชน์จากการใช้สอย โดยมั่นใจว่าโครงการของจำเลยจะต้องก่อสร้างให้แล้วเสร็จพ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2675/2551

บันทึกหลังทะเบียนการหย่า ที่ระบุว่าบ้านเลขที่ 11/1 ตำบลบางแก้ว อำเภอเมืองอ่างทอง จังหวัดอ่างทอง พร้อมกับที่ดินปลูกสร้างบ้านยกให้แก่โจทก์ที่ 2 ถึงที่ 4 บุตรทั้ง 3 คน นั้น เป็นสัญญาประนีประนอมยอมความและ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2946/2549

สัญญาจะซื้อจะขายที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง ที่ว่า "โครงการ ฯ ตามสัญญาจะจัดให้มีสโมสรโครงการ โรงเรียนอนุบาล และสระว่ายน้ำเพื่อเป็นสถานที่ส่วนกลางในการให้บริการ" เป็นการระบุสิ่งที่จำเลยที่ 1 ต้องปฏิบัตินอ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้