Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2531 (เลขอ้างอิง 61703)

พ.ศ. 2531 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า โจทก์อุทธรณ์ ศาลแรงงานกลางสั่งว่า อุทธรณ์ข้อ 2.1เป็นปัญหาข้อกฎหมายส่วนข้อ 2.2 เป็นปัญหาข้อเท็จจริง รับเป็นอุทธรณ์เฉพาะข้อกฎหมาย ไม่รับในปัญหาข้อเท็จจริงโจทก์เห็นว่าอุทธรณ์ดังกล่าวเป็นปัญหาข้อกฎหมายว่าศาลแรงงานกลางวินิจฉัยขัดต่อพยานหลักฐานในสำนวน โปรดมีคำสั่งให้รับอุทธรณ์ข้อ 2.2ไว้พิจารณาต่อไปหมายเหตุ จำเลยทั้งสองได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 79)ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้เงินจำนวน 29,400 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จให้แก่โจทก์ โดยจำเลยที่ 2 ไม่ต้องรับผิดเป็นการส่วนตัวโจทก์อุทธรณ์ ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 70)โจทก์จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 75)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่าโจทก์ให้การต่อพนักงานสอบสวนว่าโจทก์มีรายได้เดือนละ 1,200 บาท รายได้จากการทำงานนอกเวลาประมาณเดือนละ 3,000 บาท แต่ไม่เกิน6,000 บาท แสดงว่ามีรายได้ไม่แน่นอน ซึ่งเป็นรายได้ประมาณเดือนละ 4,000 บาท ข้อเท็จจริงจึงน่าจะเป็นอย่างที่จำเลยนำสืบว่ารายได้ของโจทก์คำนวณจากผลงานที่โจทก์ทำได้ ซึ่งศาลพิจารณาแล้วโจทก์คงได้ค่าจ้างประมาณเดือนละ 4,200 บาทฉะนั้นข้อที่โจทก์อุทธรณ์ข้อ 2.2 ว่า พยานโจทก์ต่างเบิกความยืนยันว่าโจทก์มีรายได้เป็นรายเดือนไม่ต่ำกว่า 10,000 บาท ประกอบกับเอกสารหมาย ล.2แล้วจึงต้องฟังว่าโจทก์มีเงินเดือน ๆ ละ 10,705 บาท ตามฟ้องนั้นศาลฎีกาเห็นว่า เป็นอุทธรณ์โต้เถียงจำนวนค่าจ้างของโจทก์ซึ่งศาลแรงงานกลางฟังเป็นยุติแล้วว่าโจทก์ได้ค่าจ้างเดือนละ 4,200บาทเพื่อเป็นฐานคำนวณค่าชดเชยและสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าอันเป็นอุทธรณ์ในข้อเท็จจริงต้องห้ามอุทธรณ์ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 54 หาใช่เป็นการวินิจฉัยขัดต่อพยานหลักฐานในสำนวนดังที่โจทก์อุทธรณ์ไม่ที่ศาลแรงงานกลางสั่งไม่รับอุทธรณ์ชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 54

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 941/2531นายบุญจันทร์ มูลราชโจทก์ห้างหุ้นส่วนจำกัดสหมิตรมงคลอุตสาหกรรมไม้ กับพวกจำเลยนายบุญจันทร์ มูลราช โจทก์ผู้ยื่นคำร้อง พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 ม. 54ความว่า

คำพิพากษาศาลล่าง

โจทก์อุทธรณ์ ศาลแรงงานกลางสั่งว่า อุทธรณ์ข้อ 2.1เป็นปัญหาข้อกฎหมายส่วนข้อ 2.2 เป็นปัญหาข้อเท็จจริง รับเป็นอุทธรณ์เฉพาะข้อกฎหมาย ไม่รับในปัญหาข้อเท็จจริงโจทก์เห็นว่าอุทธรณ์ดังกล่าวเป็นปัญหาข้อกฎหมายว่าศาลแรงงานกลางวินิจฉัยขัดต่อพยานหลักฐานในสำนวน โปรดมีคำสั่งให้รับอุทธรณ์ข้อ 2.2ไว้พิจารณาต่อไปหมายเหตุ จำเลยทั้งสองได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 79)

ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้เงินจำนวน 29,400 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จให้แก่โจทก์ โดยจำเลยที่ 2 ไม่ต้องรับผิดเป็นการส่วนตัวโจทก์อุทธรณ์

ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 70)โจทก์จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 75)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว

ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่าโจทก์ให้การต่อพนักงานสอบสวนว่าโจทก์มีรายได้เดือนละ 1,200 บาท รายได้จากการทำงานนอกเวลาประมาณเดือนละ 3,000 บาท แต่ไม่เกิน6,000 บาท แสดงว่ามีรายได้ไม่แน่นอน ซึ่งเป็นรายได้ประมาณเดือนละ 4,000 บาท ข้อเท็จจริงจึงน่าจะเป็นอย่างที่จำเลยนำสืบว่ารายได้ของโจทก์คำนวณจากผลงานที่โจทก์ทำได้ ซึ่งศาลพิจารณาแล้วโจทก์คงได้ค่าจ้างประมาณเดือนละ 4,200 บาทฉะนั้นข้อที่โจทก์อุทธรณ์ข้อ 2.2 ว่า พยานโจทก์ต่างเบิกความยืนยันว่าโจทก์มีรายได้เป็นรายเดือนไม่ต่ำกว่า 10,000 บาท ประกอบกับเอกสารหมาย ล.2แล้วจึงต้องฟังว่าโจทก์มีเงินเดือน ๆ ละ 10,705 บาท ตามฟ้องนั้นศาลฎีกาเห็นว่า เป็นอุทธรณ์โต้เถียงจำนวนค่าจ้างของโจทก์ซึ่งศาลแรงงานกลางฟังเป็นยุติแล้วว่าโจทก์ได้ค่าจ้างเดือนละ 4,200บาทเพื่อเป็นฐานคำนวณค่าชดเชยและสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าอันเป็นอุทธรณ์ในข้อเท็จจริงต้องห้ามอุทธรณ์ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 54 หาใช่เป็นการวินิจฉัยขัดต่อพยานหลักฐานในสำนวนดังที่โจทก์อุทธรณ์ไม่ที่ศาลแรงงานกลางสั่งไม่รับอุทธรณ์ชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สีนวล คงลาภ · จุนท์ จันทรวงศ์ · จำนง นิยมวิภาต
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6067/2567

แม้คดีนี้จำเลยจะให้การต่อสู้เรื่องอำนาจฟ้องไว้ในคำให้การเพียงประการเดียวว่า โจทก์ยื่นคำฟ้องเกินระยะเวลาที่ พ.ร.บ.เงินทดแทน พ.ศ. 2537 กำหนดไว้ โดยมิได้ให้การต่อสู้ไว้ด้วยว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องเนื่องจา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 757/2567

เงินทดแทนค่าบริการทางการแพทย์ที่โจทก์เรียกร้องจากจำเลยที่ 1 เป็นหนี้เงินอย่างหนึ่ง จำเลยที่ 1 จึงต้องรับผิดชำระดอกเบี้ยในระหว่างผิดนัดให้แก่โจทก์ ซึ่งตาม ป.พ.พ. มาตรา 204 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "ถ้าหนี้…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3529/2565

การนำบทบัญญัติแห่งกฎหมายใดมาใช้บังคับแก่คดี เป็นปัญหาข้อกฎหมายสำคัญที่ศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษควรวินิจฉัยให้ เมื่อคดีขึ้นสู่ศาลฎีกาโดยมีข้อเท็จจริงเพียงพอที่ศาลฎีกาจะวินิจฉัยในปัญหาตามอุทธรณ์ของโจทก์ดั…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3100/2563

ในการพิจารณาพิพากษาคดีของศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษจะต้องถือตามข้อเท็จจริงที่ศาลแรงงานกลางได้วินิจฉัยมาตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 56 วรรคสอง คดีนี้ข้อเท็จจริงได้ความ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 643/2563

จำเลยกับผู้เสียหายที่ 2 อยู่กินฉันสามีภริยาและมีบุตรด้วยกัน เพิ่งเลิกคบหากันก่อนเกิดเหตุเพียงหนึ่งเดือน ความสัมพันธ์ยังคงมีอยู่ไม่ถึงกับตัดขาดทีเดียว การที่จำเลยขับรถจักรยานยนต์ตามหาผู้เสียหายที่ 2 ใน…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้