Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2531 (เลขอ้างอิง 61764)

พ.ศ. 2531 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า โจทก์อุทธรณ์ ศาลแรงงานกลางสั่งว่า พิเคราะห์แล้วเห็นว่าเป็นอุทธรณ์ข้อเท็จจริงและโต้แย้งดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาล ต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานฯ มาตรา 54 จึงไม่รับอุทธรณ์โจทก์เห็นว่า อุทธรณ์ของโจทก์ในข้อ 2.1 เป็นการอุทธรณ์เรื่องอายุความซึ่งโจทก์ได้ใช้สิทธิภายในอายุความ ในข้อ 2.2 เป็นเรื่องที่โจทก์ได้ปฏิบัติตามกฎหมายแล้ว ในข้อ 2.3 หากโจทก์ประสงค์จะสละสิทธิต่าง ๆ ทางศาลต้องทำบันทึกไว้อย่างชัดเจนและในข้อ 2.4 จำเลยเลิกจ้างโจทก์โดยมิได้ปฏิบัติตามกฎหมายเหล่านี้ล้วนเป็นปัญหาข้อกฎหมาย โปรดมีคำสั่งให้รับอุทธรณ์โจทก์ไว้พิจารณาพิพากษาต่อไปหมายเหตุ ศาลแรงงานกลางได้ส่งสำเนาคำร้องให้จำเลยโดยทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับแล้ว (อันดับ 20 แผ่นที่ 2)โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยรับโจทก์กลับเข้าทำงานพร้อมกับจ่ายค่าจ้างค้างจ่ายให้โจทก์นับตั้งแต่วันที่ 6 กรกฎาคม 2529 ถึงวันที่ 15กุมภาพันธ์ 2531 คิดเป็นเงิน 36,309 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี ให้จำเลยจ่ายค่าจ้างตั้งแต่วันที่ 15 กุมภาพันธ์2531พร้อมด้วยดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี จนกว่าจำเลยจะรับโจทก์กลับเข้าทำงานศาลแรงงานกลางพิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 16)โจทก์จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 18)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว อุทธรณ์ของโจทก์ข้อ 2.1 ถึงข้อ 2.4 เป็นอุทธรณ์ที่เกี่ยวเนื่องกันสรุปเป็นใจความได้ว่า โจทก์เป็นกรรมการลูกจ้างจำเลยจะเลิกจ้างโจทก์ได้ต่อเมื่อได้รับอนุญาตจากศาลแรงงาน ตามมาตรา 52 แห่งพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. 2518การที่โจทก์รับเงินค่าเสียหาย และค่าชดเชยจากจำเลยไปโดยโจทก์มิได้บันทึกตกลงจะสละสิทธิในการเป็นกรรมการลูกจ้างจึงถือไม่ได้ว่าโจทก์สละสิทธิต่าง ๆ ในการเป็นกรรมการลูกจ้าง และโจทก์ใช้สิทธิฟ้องคดีนี้โดยสุจริต นั้น ศาลฎีกาเห็นว่าในปัญหาข้อนี้ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่าโจทก์ฟ้องคดีนี้ได้ แต่การที่โจทก์ตกลงกับจำเลยในคดีหมายเลขแดงที่ 1545/2530 ตามรายงานกระบวนพิจารณาสองฉบับ โจทก์จำเลยจึงต้องผูกพันตามที่ตกลงกันไว้ การที่โจทก์ยินยอมรับเงินค่าเสียหายจำนวน 15,000 บาท ค่าชดเชยจำนวน 6,300 บาท ไปจากจำเลยแล้วเท่ากับโจทก์สมัครใจให้จำเลยเลิกจ้างโดยโจทก์ได้สละสิทธิเกี่ยวกับสิทธิต่าง ๆ ในการเป็นกรรมการลูกจ้าง จำเลยจึงไม่จำเป็นต้องขออนุญาตจากศาลเพื่อเลิกจ้างโจทก์อีก เมื่อโจทก์ยินยอมให้จำเลยเลิกจ้างตั้งแต่วันที่ 6 กรกฎาคม 2529 หลังจากนั้นโจทก์ก็ไม่ได้เป็นลูกจ้างจำเลย จำเลยจึงไม่มีหน้าที่จ่ายค่าจ้างให้โจทก์ตามฟ้อง เช่นนี้ อุทธรณ์ของโจทก์ดังกล่าวข้างต้นจึงเป็นอุทธรณ์คัดค้านในปัญหาที่ว่าการที่จำเลยเลิกจ้างโจทก์ซึ่งเป็นกรรมการลูกจ้าง ในคดีนี้จะต้องได้รับอนุญาตจากศาลแรงงานตามมาตรา 52 แห่งพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. 2518 หรือไม่และจำเลยจะต้องรับผิดจ่ายค่าจ้างแก่โจทก์ตามฟ้องหรือไม่ อันเป็นปัญหาข้อกฎหมาย ที่ศาลแรงงานกลางสั่งไม่รับอุทธรณ์นั้นไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกาจึงให้รับอุทธรณ์ของจำเลยทั้งหมดไว้ดำเนินการต่อไป

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

พ.ร.บ.แรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 มาตรา 52 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 54

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 1180/2531นางวิไล งามขำโจทก์บริษัท ผลิตภัณฑ์โลหะไทย จำกัดจำเลยนายสุรเดช จิตรจงรักษ์ ทนายโจทก์ผู้ยื่นคำร้อง พ.ร.บ.แรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 ม. 52 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 ม. 54ความว่า

คำพิพากษาศาลล่าง

โจทก์อุทธรณ์ ศาลแรงงานกลางสั่งว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้วเห็นว่าเป็นอุทธรณ์ข้อเท็จจริงและโต้แย้งดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาล ต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานฯ มาตรา 54 จึงไม่รับอุทธรณ์โจทก์เห็นว่า อุทธรณ์ของโจทก์ในข้อ 2.1 เป็นการอุทธรณ์เรื่องอายุความซึ่งโจทก์ได้ใช้สิทธิภายในอายุความ ในข้อ 2.2 เป็นเรื่องที่โจทก์ได้ปฏิบัติตามกฎหมายแล้ว ในข้อ 2.3 หากโจทก์ประสงค์จะสละสิทธิต่าง ๆ ทางศาลต้องทำบันทึกไว้อย่างชัดเจนและในข้อ 2.4 จำเลยเลิกจ้างโจทก์โดยมิได้ปฏิบัติตามกฎหมายเหล่านี้ล้วนเป็นปัญหาข้อกฎหมาย โปรดมีคำสั่งให้รับอุทธรณ์โจทก์ไว้พิจารณาพิพากษาต่อไปหมายเหตุ ศาลแรงงานกลางได้ส่งสำเนาคำร้องให้จำเลยโดยทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับแล้ว (อันดับ 20 แผ่นที่ 2)โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยรับโจทก์กลับเข้าทำงานพร้อมกับจ่ายค่าจ้างค้างจ่ายให้โจทก์นับตั้งแต่วันที่ 6 กรกฎาคม 2529 ถึงวันที่ 15กุมภาพันธ์ 2531 คิดเป็นเงิน 36,309 บาท

พร้อมดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี ให้จำเลยจ่ายค่าจ้างตั้งแต่วันที่ 15 กุมภาพันธ์2531พร้อมด้วยดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี จนกว่าจำเลยจะรับโจทก์กลับเข้าทำงานศาลแรงงานกลางพิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 16)โจทก์จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 18)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว อุทธรณ์ของโจทก์ข้อ 2.1 ถึงข้อ 2.4 เป็นอุทธรณ์ที่เกี่ยวเนื่องกันสรุปเป็นใจความได้ว่า โจทก์เป็นกรรมการลูกจ้างจำเลยจะเลิกจ้างโจทก์ได้ต่อเมื่อได้รับอนุญาตจากศาลแรงงาน ตามมาตรา 52 แห่งพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. 2518การที่โจทก์รับเงินค่าเสียหาย และค่าชดเชยจากจำเลยไปโดยโจทก์มิได้บันทึกตกลงจะสละสิทธิในการเป็นกรรมการลูกจ้างจึงถือไม่ได้ว่าโจทก์สละสิทธิต่าง ๆ ในการเป็นกรรมการลูกจ้าง และโจทก์ใช้สิทธิฟ้องคดีนี้โดยสุจริต นั้น

ศาลฎีกาเห็นว่าในปัญหาข้อนี้ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่าโจทก์ฟ้องคดีนี้ได้ แต่การที่โจทก์ตกลงกับจำเลยในคดีหมายเลขแดงที่ 1545/2530 ตามรายงานกระบวนพิจารณาสองฉบับ โจทก์จำเลยจึงต้องผูกพันตามที่ตกลงกันไว้ การที่โจทก์ยินยอมรับเงินค่าเสียหายจำนวน 15,000 บาท ค่าชดเชยจำนวน 6,300 บาท ไปจากจำเลยแล้วเท่ากับโจทก์สมัครใจให้จำเลยเลิกจ้างโดยโจทก์ได้สละสิทธิเกี่ยวกับสิทธิต่าง ๆ ในการเป็นกรรมการลูกจ้าง จำเลยจึงไม่จำเป็นต้องขออนุญาตจากศาลเพื่อเลิกจ้างโจทก์อีก เมื่อโจทก์ยินยอมให้จำเลยเลิกจ้างตั้งแต่วันที่ 6 กรกฎาคม 2529 หลังจากนั้นโจทก์ก็ไม่ได้เป็นลูกจ้างจำเลย จำเลยจึงไม่มีหน้าที่จ่ายค่าจ้างให้โจทก์ตามฟ้อง เช่นนี้ อุทธรณ์ของโจทก์ดังกล่าวข้างต้นจึงเป็นอุทธรณ์คัดค้านในปัญหาที่ว่าการที่จำเลยเลิกจ้างโจทก์ซึ่งเป็นกรรมการลูกจ้าง ในคดีนี้จะต้องได้รับอนุญาตจากศาลแรงงานตามมาตรา 52 แห่งพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์

พ.ศ. 2518 หรือไม่และจำเลยจะต้องรับผิดจ่ายค่าจ้างแก่โจทก์ตามฟ้องหรือไม่ อันเป็นปัญหาข้อกฎหมาย ที่ศาลแรงงานกลางสั่งไม่รับอุทธรณ์นั้นไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกาจึงให้รับอุทธรณ์ของจำเลยทั้งหมดไว้ดำเนินการต่อไป

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สีนวล คงลาภ · จุนท์ จันทรวงศ์ · มาโนช เพียรสนอง
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1053/2546

อุทธรณ์ของผู้คัดค้านมีความมุ่งหมายที่จะโต้แย้งคำวินิจฉัยของศาลแรงงานกลางที่ว่าผู้คัดค้านเล่นการพนันสลากกินรวบโดยเป็นผู้เดินโพยฝ่ายเจ้ามือ จึงเป็นการโต้แย้งดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาลแรงงานกลา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4022/2530

การที่ผู้ร้องอุทธรณ์ว่า นายจ้างมีกิจการขนาดใหญ่ หากจะต้องยุบหน่วยงานที่ผู้ร้องซึ่งเป็นลูกจ้างทำงานอยู่ ก็สามารถโอนผู้ร้องไปหน่วยงานอื่นได้จึงไม่มีเหตุเพียงพอจะเลิกจ้างผู้ร้องได้นั้น เมื่อศาลแรงงานกลาง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6067/2567

แม้คดีนี้จำเลยจะให้การต่อสู้เรื่องอำนาจฟ้องไว้ในคำให้การเพียงประการเดียวว่า โจทก์ยื่นคำฟ้องเกินระยะเวลาที่ พ.ร.บ.เงินทดแทน พ.ศ. 2537 กำหนดไว้ โดยมิได้ให้การต่อสู้ไว้ด้วยว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องเนื่องจา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 757/2567

เงินทดแทนค่าบริการทางการแพทย์ที่โจทก์เรียกร้องจากจำเลยที่ 1 เป็นหนี้เงินอย่างหนึ่ง จำเลยที่ 1 จึงต้องรับผิดชำระดอกเบี้ยในระหว่างผิดนัดให้แก่โจทก์ ซึ่งตาม ป.พ.พ. มาตรา 204 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "ถ้าหนี้…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3529/2565

การนำบทบัญญัติแห่งกฎหมายใดมาใช้บังคับแก่คดี เป็นปัญหาข้อกฎหมายสำคัญที่ศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษควรวินิจฉัยให้ เมื่อคดีขึ้นสู่ศาลฎีกาโดยมีข้อเท็จจริงเพียงพอที่ศาลฎีกาจะวินิจฉัยในปัญหาตามอุทธรณ์ของโจทก์ดั…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้