Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2531 (เลขอ้างอิง 61788)

พ.ศ. 2531 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลอาญาธนบุรีโดยอาศัยข้อเท็จจริงว่า พยานหลักฐานของโจทก์ไม่พอรับฟังว่าจำเลยทั้งสองเบิกความเท็จหรือน่าจะเบิกความเท็จ เป็นปัญหาข้อเท็จจริง ห้ามอุทธรณ์ฎีกา จึงไม่รับฎีกาโจทก์โจทก์เห็นว่า โจทก์ฎีกาเป็นปัญหาข้อกฎหมายว่า ฟ้องของโจทก์เป็นฟ้องที่ถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ และข้อเท็จจริงตามที่โจทก์นำสืบว่าจำเลยทั้งสองเบิกความเท็จนั้น จะถือว่าโจทก์ได้นำสืบถึงเหตุผลตามความแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 165 แล้วหรือไม่ เพียงใด นอกจากนี้การที่ศาลอุทธรณ์ไม่รับวินิจฉัยความผิดฐานแจ้งข้อความอันเป็นเท็จนั้น มิใช่เป็นเรื่องที่ศาลอุทธรณ์ยกฟ้องโดยอาศัยข้อเท็จจริงฎีกาของโจทก์จึงไม่ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 220 โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของโจทก์ไว้พิจารณาต่อไปหมายเหตุ จำเลยทั้งสองแถลงคัดค้าน (อันดับ 70)โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 172,177,181 และ 83ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีโจทก์ไม่มีมูลจึงพิพากษายกฟ้องศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว(อันดับ 65)โจทก์จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 66)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องเพราะพยานโจทก์ฟังไม่ได้ว่าจำเลยแจ้งความเท็จและเบิกความเท็จมิได้ยกฟ้องเพราะฟ้องโจทก์ไม่ชอบการที่โจทก์อุทธรณ์ว่าฟ้องโจทก์ชอบด้วยกฎหมาย จึงมิใช่อุทธรณ์ที่โต้แย้งคำพิพากษาศาลชั้นต้น จึงเป็นอุทธรณ์ที่ไม่ชอบตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา193 วรรค 2 ศาลอุทธรณ์ไม่รับวินิจฉัยชอบแล้วฎีกาโจทก์ข้อ 2.1 ที่ว่า ฟ้องโจทก์ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่จึงไม่เป็นสาระแก่คดีแต่อย่างใด ส่วนฎีกาโจทก์ข้อ 2.2 ที่ว่าโจทก์อุทธรณ์ข้อหาแจ้งความเท็จตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 172เป็นปัญหาข้อกฎหมายนั้น อุทธรณ์โจทก์ดังกล่าวก็เป็นปัญหาข้อเท็จจริง มิใช่ข้อกฎหมายดังที่อ้าง จึงต้องห้ามอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ไม่รับวินิจฉัยจึงชอบอีกเช่นกัน สำหรับฎีกาโจทก์ข้อ 2.3 ที่ว่า ข้อนำสืบของโจทก์ครบถ้วนอันจะทำให้คดีมีมูลแล้วเป็นปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 220 ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาโจทก์ชอบแล้วให้ยกคำร้อง

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 1205/2531นายบุญฤทธิ์ อภิชาชาญโจทก์นางนาตยา แก้วสะอาด กับพวกจำเลยนายบุญฤทธิ์ อภิชาชาญ โจทก์ผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.อ. ม. 193, ม. 195, ม. 220, ม. 225ความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลอาญาธนบุรีโดยอาศัยข้อเท็จจริงว่า พยานหลักฐานของโจทก์ไม่พอรับฟังว่าจำเลยทั้งสองเบิกความเท็จหรือน่าจะเบิกความเท็จ เป็นปัญหาข้อเท็จจริง ห้ามอุทธรณ์ฎีกา จึงไม่รับฎีกาโจทก์โจทก์เห็นว่า

โจทก์ฎีกาเป็นปัญหาข้อกฎหมายว่า ฟ้องของโจทก์เป็นฟ้องที่ถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ และข้อเท็จจริงตามที่โจทก์นำสืบว่าจำเลยทั้งสองเบิกความเท็จนั้น จะถือว่าโจทก์ได้นำสืบถึงเหตุผลตามความแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 165 แล้วหรือไม่ เพียงใด นอกจากนี้การที่ศาลอุทธรณ์ไม่รับวินิจฉัยความผิดฐานแจ้งข้อความอันเป็นเท็จนั้น มิใช่เป็นเรื่องที่ศาลอุทธรณ์ยกฟ้องโดยอาศัยข้อเท็จจริงฎีกาของโจทก์จึงไม่ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 220 โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของโจทก์ไว้พิจารณาต่อไปหมายเหตุ จำเลยทั้งสองแถลงคัดค้าน (อันดับ 70)โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 172,177,181 และ 83ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว

เห็นว่าคดีโจทก์ไม่มีมูลจึงพิพากษายกฟ้องศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว(อันดับ 65)โจทก์จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 66)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องเพราะพยานโจทก์ฟังไม่ได้ว่าจำเลยแจ้งความเท็จและเบิกความเท็จมิได้ยกฟ้องเพราะฟ้องโจทก์ไม่ชอบการที่โจทก์อุทธรณ์ว่าฟ้องโจทก์ชอบด้วยกฎหมาย จึงมิใช่อุทธรณ์ที่โต้แย้งคำพิพากษาศาลชั้นต้น จึงเป็นอุทธรณ์ที่ไม่ชอบตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา193 วรรค 2 ศาลอุทธรณ์ไม่รับวินิจฉัยชอบแล้วฎีกาโจทก์ข้อ 2.1 ที่ว่า ฟ้องโจทก์ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่จึงไม่เป็นสาระแก่คดีแต่อย่างใด ส่วนฎีกาโจทก์ข้อ 2.2 ที่ว่าโจทก์อุทธรณ์ข้อหาแจ้งความเท็จตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 172เป็นปัญหาข้อกฎหมายนั้น

อุทธรณ์โจทก์ดังกล่าวก็เป็นปัญหาข้อเท็จจริง มิใช่ข้อกฎหมายดังที่อ้าง จึงต้องห้ามอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ไม่รับวินิจฉัยจึงชอบอีกเช่นกัน สำหรับฎีกาโจทก์ข้อ 2.3 ที่ว่า ข้อนำสืบของโจทก์ครบถ้วนอันจะทำให้คดีมีมูลแล้วเป็นปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 220 ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาโจทก์ชอบแล้วให้ยกคำร้อง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
นิเวศน์ คำผอง · สหัส สิงหวิริยะ · มงคล เปาอินทร์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4302/2567

การพิจารณาว่าโจทก์จะอุทธรณ์คดีความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดได้หรือไม่ ต้องพิจารณาตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายที่เป็นคุณแก่จำเลยตาม ป.อ. มาตรา 3 โดยความผิดฐานเสพเมทแอมเฟตามีนตาม พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาต…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3686/2566

หลักการพิจารณาพิพากษาคดีของศาลนั้น เมื่อศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาหรือคำสั่งวินิจฉัยชี้ขาดคดีใดแล้ว คู่ความฝ่ายที่ไม่พอใจหรือไม่เห็นพ้องด้วยกับคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลชั้นต้นย่อมมีสิทธิที่จะอุทธรณ์และฎีกา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8318/2560

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งแปดตาม ป.อ. มาตรา 295 ซึ่งระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสี่พันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องจำเลยที่ 1 ที่กระทำต่อผู้เสียหายที่ 4 และยกฟ้องจำเลยท…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8340/2556

เมื่อศาลฎีกาเห็นว่า โจทก์ร่วมกับจำเลยสมัครใจวิวาทต่อสู้กัน โจทก์ร่วมจึงมิใช่ผู้เสียหายโดยนิตินัยตาม ป.วิ.อ. มาตรา 2 (4) ย่อมไม่มีอำนาจเข้าร่วมเป็นโจทก์ตาม ป.อ. มาตรา 30 ดังนั้น เมื่อศาลชั้นต้นพิพากษาแ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4813/2554

คดีนี้ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายกฟ้องโจทก์ คดีจึงต้องห้ามฎีกาทั้งในปัญหาข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 220 ที่ศาลชั้นต้นสั่งรับฎีกาโจทก์มาโดยไม่มีการอนุญาตหรือรับรองให้ฎีกาจึงเป็…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้