Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2531 (เลขอ้างอิง 61815)

พ.ศ. 2531 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า จำเลยที่ 1 ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 218 จึงไม่รับจำเลยที่ 1 เห็นว่าฎีกาของจำเลยที่ 1 เป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมาย และคดีของจำเลยที่ 1 มีทางชนะ โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยที่ 1 ต่อไปหมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 164)ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ. 2511มาตรา 27ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 และประมวลกฎหมายอาญามาตรา 341,343,83 เรียงกระทงลงโทษข้อหาจัดหางานโดยไม่ได้รับอนุญาตจำคุก 1 เดือน ข้อหาฉ้อโกงประชาชนลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 343 บทหนัก แต่เนื่องจากจำเลยที่ 1ได้ชดใช้เงินคืนผู้เสียหายทั้ง 15 คน ๆ ละ 10,000 บาทและผู้เสียหายต่างแถลงไม่ติดใจเอาความกับจำเลยที่ 1 อีกต่อไปเห็นสมควรกำหนดโทษจำเลยที่ 1 มีกำหนด 2 ปี รวมจำคุก 2 ปี1 เดือน ฯลฯจำเลยที่ 1 ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 162)จำเลยที่ 1 จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 164)คำสั่งพิเคราะห์แล้วคดีนี้ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 จำเลยที่ 1ฎีกาว่า จำเลยที่ 1 เป็นเพียงนายหน้า มิได้เป็นผู้รับจัดหางานจำเลยที่ 2 มิได้นำความเท็จไปหลอกลวงประชาชน จำเลยที่ 1คืนเงินให้ผู้เสียหายบ้างแล้วควรได้รับลดโทษและรอการลงโทษเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามตามบทกฎหมายดังกล่าวส่วนฎีกาจำเลยที่ 1 ที่ว่า จำเลยที่ 1 คืนเงินโดยจ่ายเช็คให้ผู้เสียหายเท่ากับเลิกสัญญา เปลี่ยนเจตนาจากความผิดฐานฉ้อโกงแล้ว เป็นการทำสัญญาประนีประนอมยอมความกัน โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องนั้น ไม่ปรากฏข้อเท็จจริงดังที่จำเลยที่ 1 ฎีกาจึงไม่มีข้อกฎหมายดังที่จำเลยที่ 1 อ้าง ที่ศาลชั้นต้นไม่รับฎีกาของจำเลยที่ 1 ชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 1235/2531พนักงานอัยการ กรมอัยการโจทก์นายวิรัตน์หรือวิรัช เพิ่มผล กับพวกจำเลยนายวิรัชหรือวิรัตน์ เพิ่มผล จำเลยที่ 1ผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.อ. ม. 218, ม. 224ความว่า จำเลยที่ 1 ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 218 จึงไม่รับจำเลยที่ 1 เห็นว่าฎีกาของจำเลยที่ 1 เป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมาย และคดีของจำเลยที่ 1 มีทางชนะ โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยที่ 1 ต่อไปหมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 164)

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ. 2511มาตรา 27ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 และประมวลกฎหมายอาญามาตรา 341,343,83 เรียงกระทงลงโทษข้อหาจัดหางานโดยไม่ได้รับอนุญาตจำคุก 1 เดือน ข้อหาฉ้อโกงประชาชนลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 343 บทหนัก แต่เนื่องจากจำเลยที่ 1ได้ชดใช้เงินคืนผู้เสียหายทั้ง 15 คน ๆ ละ 10,000 บาทและผู้เสียหายต่างแถลงไม่ติดใจเอาความกับจำเลยที่ 1 อีกต่อไปเห็นสมควรกำหนดโทษจำเลยที่ 1 มีกำหนด 2 ปี รวมจำคุก 2 ปี1 เดือน ฯลฯจำเลยที่ 1 ฎีกา

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 162)จำเลยที่ 1 จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 164)คำสั่งพิเคราะห์แล้วคดีนี้ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 จำเลยที่ 1ฎีกาว่า จำเลยที่ 1 เป็นเพียงนายหน้า มิได้เป็นผู้รับจัดหางานจำเลยที่ 2 มิได้นำความเท็จไปหลอกลวงประชาชน จำเลยที่ 1คืนเงินให้ผู้เสียหายบ้างแล้วควรได้รับลดโทษและรอการลงโทษเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามตามบทกฎหมายดังกล่าวส่วนฎีกาจำเลยที่ 1 ที่ว่า จำเลยที่ 1 คืนเงินโดยจ่ายเช็คให้ผู้เสียหายเท่ากับเลิกสัญญา เปลี่ยนเจตนาจากความผิดฐานฉ้อโกงแล้ว เป็นการทำสัญญาประนีประนอมยอมความกัน โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องนั้น ไม่ปรากฏข้อเท็จจริงดังที่จำเลยที่ 1 ฎีกาจึงไม่มีข้อกฎหมายดังที่จำเลยที่ 1 อ้าง ที่ศาลชั้นต้นไม่รับฎีกาของจำเลยที่ 1 ชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สุนทร จันทรศักดิ์ · สมศักดิ์ เกิดลาภผล · เจริญ นิลเอสงฆ์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3399/2568

การที่จำเลยฎีกาว่า คดีโจทก์ในความผิดฐานฉ้อโกงขาดอายุความ เพราะผู้เสียหายไม่ได้ร้องทุกข์ภายในสามเดือนนับแต่วันที่รู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิดนั้น ในการวินิจฉัยปัญหาดังกล่าวต้องย้อนไปวินิจฉั…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7207/2567

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับฎีกาจำเลยเฉพาะความผิดฐานกระทำชำเราเด็กอายุยังไม่เกินสิบสามปี และสั่งไม่รับฎีกาจำเลยในความผิดฐานอื่น ซึ่งจำเลยอาจฎีกาเป็นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นนั้นต่อศาลฎีกาได้ ตาม ป.วิ.…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1638/2561

จำเลยยื่นคำฟ้องฎีกาพร้อมคำร้องขอให้ผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 3 อนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง แต่ไม่ได้รับอนุญาตให้ฎีกา ศาลชั้นต้นจึงมีคำสั่งในคำฟ้องฎีกาว่า…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9888/2558

จำเลยยื่นฎีกาเมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2558 ต่อมาวันที่ 16 มีนาคม 2558 ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยข้อ 2.4 ซึ่งจำเลยอาจฎีกาเป็นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นต่อศาลฎีกาได้ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 22…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5559/2556

คดีนี้จำเลยที่ 1 ยื่นฎีกาเมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2553 ต่อมาวันที่ 20 พฤศจิกายน 2555 ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยที่ 1 ในปัญหาข้อเท็จจริง ซึ่งจำเลยที่ 1 อาจฎีกาเป็นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้