Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2531 (เลขอ้างอิง 61841)

พ.ศ. 2531 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า จำเลยทั้งสองฎีกาคัดค้านคำสั่งศาลอุทธรณ์ศาลชั้นต้นสั่งรับฎีกาคำสั่ง ต่อมาศาลชั้นต้นมีคำสั่งใหม่ว่าจำเลยอุทธรณ์คำสั่งระหว่างพิจารณาของศาลชั้นต้น โดยเสียค่าขึ้นศาลไม่ครบและไม่นำมาวางภายในกำหนดอุทธรณ์ จึงไม่รับอุทธรณ์จำเลยอุทธรณ์คำสั่ง ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งว่า ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ของจำเลยชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง คำสั่งศาลอุทธรณ์เป็นคำสั่งยืนตามศาลชั้นต้นที่ปฏิเสธไม่ส่งอุทธรณ์ไปศาลอุทธรณ์คำสั่งนี้จึงเป็นที่สุดตามมาตรา 236 ที่ศาลมีคำสั่งให้รับฎีกาคำสั่งของจำเลยจึงไม่ชอบ จึงให้เพิกถอนคำสั่งที่ให้รับฎีกาคำสั่ง และที่ให้รับคำร้องขอทุเลาการบังคับคดีเสีย และมีคำสั่งใหม่เป็นว่าไม่รับฎีกาคำสั่งและไม่รับคำร้องขอทุเลาการบังคับคดีจำเลยทั้งสองเห็นว่า จำเลยอุทธรณ์คำสั่งในเหตุที่จำเลยทั้งสองได้ขอเลื่อนการพิจารณาคดี แต่ศาลชั้นต้นไม่อนุญาตส่วนศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์มีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์คำสั่งเพราะเหตุที่จำเลยได้ชำระค่าธรรมเนียมในภายหลังพ้นเวลา 1 เดือนแล้ว ซึ่งมิใช่เป็นคำสั่งที่เกี่ยวกับเนื้อหาของอุทธรณ์คำสั่งดังนั้น ฎีกาของจำเลยทั้งสองจึงไม่ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 236 ขอได้โปรดมีคำสั่งรับฎีกาของจำเลยทั้งสองไว้พิจารณาต่อไปหมายเหตุ โจทก์แถลงคัดค้าน (อันดับ 69)ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า จำเลยทั้งสองขาดนัดพิจารณาและไม่อนุญาตให้เลื่อนคดี แล้วพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินจำนวน 100,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 14 ต่อปีจากต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันที่ 2 กรกฎาคม 2530 จนกว่าจำเลยทั้งสองจะชำระหนี้เสร็จแก่โจทก์ และให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความให้1,000 บาทจำเลยอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่อนุญาตให้เลื่อนคดีเมื่อวันที่ 7 มกราคม 2531 ศาลชั้นต้นสั่งว่าให้จำเลยนำเงินค่าธรรมเนียมซึ่งจะต้องใช้แก่โจทก์ตามคำพิพากษามาวางศาลพร้อมกับอุทธรณ์คำสั่งเสียก่อน และเสียค่าขึ้นศาลจำนวน 200 บาท เสร็จแล้วจึงจะมีคำสั่งในเรื่องอุทธรณ์ต่อไป (อันดับ 26)ต่อมาเมื่อวันที่ 11 มกราคม 2531 ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าครบกำหนดอุทธรณ์ 8 มกราคม 2531 จำเลยไม่นำเงินค่าขึ้นศาลมาวางภายในกำหนดอุทธรณ์ถือว่าไม่ติดใจอุทธรณ์จึงไม่รับอุทธรณ์คืนเงินค่าขึ้นศาลทั้งหมด (อันดับ 29)หลังจากนั้นวันที่ 12 มกราคม 2531 จำเลยทั้งสองยื่นคำแถลงขอวางเงินค่าขึ้นศาล ศาลชั้นต้นสั่งว่า ศาลมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์แล้ว และจำเลยขอวางเงินเมื่อพ้นกำหนดอุทธรณ์แล้วจึงให้ยกคำแถลงและให้คืนเงินค่าขึ้นศาลทั้งหมดจำเลยทั้งสองอุทธรณ์คำสั่งที่ศาลชั้นต้นไม่รับอุทธรณ์ของจำเลยศาลอุทธรณ์สั่งว่า อุทธรณ์ของจำเลยทั้งสองเป็นคดีที่มีคำขอให้ปลดเปลื้องทุกข์อันไม่อาจคำนวณเป็นราคาเงินได้จำเลยทั้งสองต้องเสียค่าขึ้นศาล 200 บาท ตามตาราง 1 ท้ายประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง (2) ข้อ (ก) เมื่อจำเลยทั้งสองไม่นำค่าขึ้นศาลจำนวนดังกล่าวมาวางศาลภายในกำหนดอุทธรณ์ศาลชั้นต้นจึงมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสองชอบแล้วจึงให้ยกคำร้องจำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 52,59)จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 63)คำสั่งกรณีนี้ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งยืนตามคำปฏิเสธของศาลชั้นต้นที่ไม่รับอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสอง คำสั่งของศาลอุทธรณ์ย่อมเป็นที่สุดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 236ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยทั้งสองชอบแล้ว ให้ยกคำร้องของจำเลยทั้งสองเสีย ค่าคำร้องเป็นพับ

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 1314/2531ธนาคารกรุงเทพ จำกัดโจทก์นายจรัล วัฒนโอฬาร กับพวกจำเลยนายจรัล วัฒนโอฬาร กับพวก จำเลยผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.พ. ม. 236, ม. 252ความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยทั้งสองฎีกาคัดค้านคำสั่งศาลอุทธรณ์ศาลชั้นต้นสั่งรับฎีกาคำสั่ง ต่อมาศาลชั้นต้นมีคำสั่งใหม่ว่าจำเลยอุทธรณ์คำสั่งระหว่างพิจารณาของศาลชั้นต้น โดยเสียค่าขึ้นศาลไม่ครบและไม่นำมาวางภายในกำหนดอุทธรณ์ จึงไม่รับอุทธรณ์จำเลยอุทธรณ์คำสั่ง ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งว่า ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ของจำเลยชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง คำสั่งศาลอุทธรณ์เป็นคำสั่งยืนตามศาลชั้นต้นที่ปฏิเสธไม่ส่งอุทธรณ์ไปศาลอุทธรณ์คำสั่งนี้จึงเป็นที่สุดตามมาตรา 236 ที่ศาลมีคำสั่งให้รับฎีกาคำสั่งของจำเลยจึงไม่ชอบ จึงให้เพิกถอนคำสั่งที่ให้รับฎีกาคำสั่ง และที่ให้รับคำร้องขอทุเลาการบังคับคดีเสีย และมีคำสั่งใหม่เป็นว่าไม่รับฎีกาคำสั่งและไม่รับคำร้องขอทุเลาการบังคับคดีจำเลยทั้งสองเห็นว่า

จำเลยอุทธรณ์คำสั่งในเหตุที่จำเลยทั้งสองได้ขอเลื่อนการพิจารณาคดี แต่ศาลชั้นต้นไม่อนุญาตส่วนศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์มีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์คำสั่งเพราะเหตุที่จำเลยได้ชำระค่าธรรมเนียมในภายหลังพ้นเวลา 1 เดือนแล้ว ซึ่งมิใช่เป็นคำสั่งที่เกี่ยวกับเนื้อหาของอุทธรณ์คำสั่งดังนั้น ฎีกาของจำเลยทั้งสองจึงไม่ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 236 ขอได้โปรดมีคำสั่งรับฎีกาของจำเลยทั้งสองไว้พิจารณาต่อไปหมายเหตุ โจทก์แถลงคัดค้าน (อันดับ 69)ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า จำเลยทั้งสองขาดนัดพิจารณาและไม่อนุญาตให้เลื่อนคดี แล้วพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินจำนวน 100,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 14 ต่อปีจากต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันที่ 2 กรกฎาคม 2530 จนกว่าจำเลยทั้งสองจะชำระหนี้เสร็จแก่โจทก์ และให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความให้1,000 บาทจำเลยอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่อนุญาตให้เลื่อนคดีเมื่อวันที่ 7 มกราคม 2531 ศาลชั้นต้นสั่งว่าให้จำเลยนำเงินค่าธรรมเนียมซึ่งจะต้องใช้แก่โจทก์ตามคำพิพากษามาวางศาลพร้อมกับอุทธรณ์คำสั่งเสียก่อน และเสียค่าขึ้นศาลจำนวน 200 บาท

เสร็จแล้วจึงจะมีคำสั่งในเรื่องอุทธรณ์ต่อไป (อันดับ 26)ต่อมาเมื่อวันที่ 11 มกราคม 2531 ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าครบกำหนดอุทธรณ์ 8 มกราคม 2531 จำเลยไม่นำเงินค่าขึ้นศาลมาวางภายในกำหนดอุทธรณ์ถือว่าไม่ติดใจอุทธรณ์จึงไม่รับอุทธรณ์คืนเงินค่าขึ้นศาลทั้งหมด (อันดับ 29)หลังจากนั้นวันที่ 12 มกราคม 2531 จำเลยทั้งสองยื่นคำแถลงขอวางเงินค่าขึ้นศาล ศาลชั้นต้นสั่งว่า ศาลมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์แล้ว และจำเลยขอวางเงินเมื่อพ้นกำหนดอุทธรณ์แล้วจึงให้ยกคำแถลงและให้คืนเงินค่าขึ้นศาลทั้งหมดจำเลยทั้งสองอุทธรณ์คำสั่งที่ศาลชั้นต้นไม่รับอุทธรณ์ของจำเลยศาลอุทธรณ์สั่งว่า อุทธรณ์ของจำเลยทั้งสองเป็นคดีที่มีคำขอให้ปลดเปลื้องทุกข์อันไม่อาจคำนวณเป็นราคาเงินได้จำเลยทั้งสองต้องเสียค่าขึ้นศาล 200 บาท ตามตาราง 1 ท้ายประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง (2) ข้อ (ก)

เมื่อจำเลยทั้งสองไม่นำค่าขึ้นศาลจำนวนดังกล่าวมาวางศาลภายในกำหนดอุทธรณ์ศาลชั้นต้นจึงมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสองชอบแล้วจึงให้ยกคำร้องจำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 52,59)จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 63)คำสั่งกรณีนี้ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งยืนตามคำปฏิเสธของศาลชั้นต้นที่ไม่รับอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสอง คำสั่งของศาลอุทธรณ์ย่อมเป็นที่สุดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 236ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยทั้งสองชอบแล้ว ให้ยกคำร้องของจำเลยทั้งสองเสีย ค่าคำร้องเป็นพับ

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ประเสริฐ บุญศรี · สง่า ศิลปประสิทธิ์ · ปิ่นทิพย์ สุจริตกุล
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5187/2548

จำเลยทั้งสองอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่รับฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าวพร้อมกับมีคำสั่งเพิกถอนคำสั่งเดิมที่ยกคำร้องขอขยายระยะเวลาฎีกาของจำเลยที่ 1 และไม่รับฎีกาของจำเลยทั้งสองแล…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4361/2540

เมื่อคำสั่งศาลอุทธรณ์ไม่ใช่คำสั่งยืนตามคำปฎิเสธของศาลชั้นต้นที่สั่งไม่รับอุทธรณ์ตาม ป.วิ.พ.มาตรา 236 วรรคแรก แต่เป็นคำสั่งในกรณีที่จำเลยซึ่งเป็นผู้อุทธรณ์มิได้นำเงินมาชำระตามคำพิพากษาหรือหาประกันให้ไว…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2533 (เลขอ้างอิง 57697)

ความว่า โจทก์ยื่นคำร้องฎีกาคำสั่งของศาลอุทธรณ์ ศาลชั้นต้นสั่งว่า คำสั่งศาลอุทธรณ์ถือว่าถึงที่สุดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 236 โจทก์จะยื่นคำร้องเพื่อขอให้ศาลฎีการับอุทธรณ์ของโจทก์เช่นนี้…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3119/2568

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยกระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ ด. บิดาโจทก์ถึงแก่ความตาย โจทก์เป็นผู้สืบสันดานของ ด. ผู้ตาย ขอให้ลงโทษตาม ป.อ. มาตรา 291 ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โดยข้อเท็จจริงฟังเป็นย…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3001/2568

การที่โจทก์อยู่ในที่ดินพิพาทเป็นเวลา 3 ปี โดยอาศัยสิทธิคำพิพากษาตามยอมและข้อตกลงในสัญญาประนีประนอมยอมความจนสิ้นสุดเมื่อวันที่ 31 ธันวาคม 2564 แล้วโจทก์ทำสัญญาเช่าฉบับใหม่กับผู้ร้องสอดทั้งสองซึ่งเป็นผู…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้