คำฟ้องและคำให้การ
ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 1362/2531ธนาคารกรุงไทย จำกัดฯโจทก์นายมานิตย์ อมตวัฒน์ กับพวกจำเลยนายมานิตย์ อมตวัฒน์ ที่ 1 นายมนู อมตวัฒน์ ที่ 2ผู้ยื่นคำร้องนายอิน แซ่เฮง ที่ 3 จำเลยผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.พ. ม. 155, ม. 156, ม. 157ความว่า
ศาลฎีกาวินิจฉัย
จำเลยทั้งสามฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องขอฎีกาอย่างคนอนาถา ศาลชั้นต้นไต่สวนคำร้องแล้วเห็นว่ามีทรัพย์สินพอเสียค่าธรรมเนียมศาลได้ มิได้ยากจนตามคำร้อง จึงให้ยกคำร้องของจำเลยทั้งสาม หากจำเลยทั้งสามประสงค์จะดำเนินคดีต่อไปให้นำเงินค่าธรรมเนียมมาวางภายใน 7 วันจำเลยเห็นว่า ตามทางไต่สวนฟังได้ว่าจำเลยทั้งสามเป็นคนยากจนไม่มีเงินหรือทรัพย์สินที่จะขายเสียค่าธรรมเนียมศาลได้ โปรดมีคำสั่งให้จำเลยทั้งสามดำเนินคดีอย่างคนอนาถาในชั้นฎีกาด้วยหมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 288 แผ่นที่ 3)ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ให้จำเลยร่วมกันและแทนกันชำระหนี้ให้แก่โจทก์เป็นเงิน 7,224,624.21 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 12.5 ต่อปี ของต้นเงินจำนวน 7,224,624.21 บาท
นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ หากจำเลยทั้งสามไม่ชำระหนี้หรือชำระหนี้แก่โจทก์ไม่ครบถ้วนให้ยึดทรัพย์จำนองของจำเลยที่ 1ออกขายทอดตลาดเอาเงินชำระหนี้หากยังไม่ครบให้ยึดทรัพย์ของจำเลยทั้งสามออกขายทอดตลาดเอาเงินชำระหนี้แก่โจทก์จนครบจำเลยทั้งสามฎีกาพร้อมกับยื่นคำร้องขอฎีกาอย่างคนอนาถาศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 266,263 และ 279)จำเลยทั้งสามจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 281 แผ่นที่ 2)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว ได้ความตามคำร้องขอฎีกาอย่างคนอนาถาของจำเลยทั้งสามและพยานจากการไต่สวนคำร้องว่า จำเลยที่ 1มีที่ดิน 3 แปลง จำเลยที่ 2 มีเครื่องจักรซึ่งติดจำนองโจทก์ในคดีนี้ และจำเลยทั้งสองยังมีรายได้จากการประกอบอาชีพ จำเลยทั้งสามไม่มีพยานหลักฐานอื่นใดอีกที่แสดงว่าเป็นคนยากจนไม่สามารถเสียค่าธรรมเนียมศาลได้ ศาลชั้นต้นสั่งยกคำร้องขอฎีกาอย่างคนอนาถาของจำเลยทั้งสามชอบแล้ว ให้ยกคำร้องหากจำเลยทั้งสามประสงค์จะดำเนินคดีต่อไป ให้นำเงินค่าธรรมเนียมวางต่อศาลชั้นต้นภายในกำหนด 7 วัน นับแต่วันทราบคำสั่งนี้