Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2531 (เลขอ้างอิง 61845)

พ.ศ. 2531 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า จำเลยทั้งสามฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องขอฎีกาอย่างคนอนาถา ศาลชั้นต้นไต่สวนคำร้องแล้วเห็นว่ามีทรัพย์สินพอเสียค่าธรรมเนียมศาลได้ มิได้ยากจนตามคำร้อง จึงให้ยกคำร้องของจำเลยทั้งสาม หากจำเลยทั้งสามประสงค์จะดำเนินคดีต่อไปให้นำเงินค่าธรรมเนียมมาวางภายใน 7 วันจำเลยเห็นว่า ตามทางไต่สวนฟังได้ว่าจำเลยทั้งสามเป็นคนยากจนไม่มีเงินหรือทรัพย์สินที่จะขายเสียค่าธรรมเนียมศาลได้ โปรดมีคำสั่งให้จำเลยทั้งสามดำเนินคดีอย่างคนอนาถาในชั้นฎีกาด้วยหมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 288 แผ่นที่ 3)ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ให้จำเลยร่วมกันและแทนกันชำระหนี้ให้แก่โจทก์เป็นเงิน 7,224,624.21 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 12.5 ต่อปี ของต้นเงินจำนวน 7,224,624.21 บาท นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ หากจำเลยทั้งสามไม่ชำระหนี้หรือชำระหนี้แก่โจทก์ไม่ครบถ้วนให้ยึดทรัพย์จำนองของจำเลยที่ 1ออกขายทอดตลาดเอาเงินชำระหนี้หากยังไม่ครบให้ยึดทรัพย์ของจำเลยทั้งสามออกขายทอดตลาดเอาเงินชำระหนี้แก่โจทก์จนครบจำเลยทั้งสามฎีกาพร้อมกับยื่นคำร้องขอฎีกาอย่างคนอนาถาศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 266,263 และ 279)จำเลยทั้งสามจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 281 แผ่นที่ 2)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว ได้ความตามคำร้องขอฎีกาอย่างคนอนาถาของจำเลยทั้งสามและพยานจากการไต่สวนคำร้องว่า จำเลยที่ 1มีที่ดิน 3 แปลง จำเลยที่ 2 มีเครื่องจักรซึ่งติดจำนองโจทก์ในคดีนี้ และจำเลยทั้งสองยังมีรายได้จากการประกอบอาชีพ จำเลยทั้งสามไม่มีพยานหลักฐานอื่นใดอีกที่แสดงว่าเป็นคนยากจนไม่สามารถเสียค่าธรรมเนียมศาลได้ ศาลชั้นต้นสั่งยกคำร้องขอฎีกาอย่างคนอนาถาของจำเลยทั้งสามชอบแล้ว ให้ยกคำร้องหากจำเลยทั้งสามประสงค์จะดำเนินคดีต่อไป ให้นำเงินค่าธรรมเนียมวางต่อศาลชั้นต้นภายในกำหนด 7 วัน นับแต่วันทราบคำสั่งนี้

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 1362/2531ธนาคารกรุงไทย จำกัดฯโจทก์นายมานิตย์ อมตวัฒน์ กับพวกจำเลยนายมานิตย์ อมตวัฒน์ ที่ 1 นายมนู อมตวัฒน์ ที่ 2ผู้ยื่นคำร้องนายอิน แซ่เฮง ที่ 3 จำเลยผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.พ. ม. 155, ม. 156, ม. 157ความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยทั้งสามฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องขอฎีกาอย่างคนอนาถา ศาลชั้นต้นไต่สวนคำร้องแล้วเห็นว่ามีทรัพย์สินพอเสียค่าธรรมเนียมศาลได้ มิได้ยากจนตามคำร้อง จึงให้ยกคำร้องของจำเลยทั้งสาม หากจำเลยทั้งสามประสงค์จะดำเนินคดีต่อไปให้นำเงินค่าธรรมเนียมมาวางภายใน 7 วันจำเลยเห็นว่า ตามทางไต่สวนฟังได้ว่าจำเลยทั้งสามเป็นคนยากจนไม่มีเงินหรือทรัพย์สินที่จะขายเสียค่าธรรมเนียมศาลได้ โปรดมีคำสั่งให้จำเลยทั้งสามดำเนินคดีอย่างคนอนาถาในชั้นฎีกาด้วยหมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 288 แผ่นที่ 3)ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ให้จำเลยร่วมกันและแทนกันชำระหนี้ให้แก่โจทก์เป็นเงิน 7,224,624.21 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 12.5 ต่อปี ของต้นเงินจำนวน 7,224,624.21 บาท

นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ หากจำเลยทั้งสามไม่ชำระหนี้หรือชำระหนี้แก่โจทก์ไม่ครบถ้วนให้ยึดทรัพย์จำนองของจำเลยที่ 1ออกขายทอดตลาดเอาเงินชำระหนี้หากยังไม่ครบให้ยึดทรัพย์ของจำเลยทั้งสามออกขายทอดตลาดเอาเงินชำระหนี้แก่โจทก์จนครบจำเลยทั้งสามฎีกาพร้อมกับยื่นคำร้องขอฎีกาอย่างคนอนาถาศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 266,263 และ 279)จำเลยทั้งสามจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 281 แผ่นที่ 2)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว ได้ความตามคำร้องขอฎีกาอย่างคนอนาถาของจำเลยทั้งสามและพยานจากการไต่สวนคำร้องว่า จำเลยที่ 1มีที่ดิน 3 แปลง จำเลยที่ 2 มีเครื่องจักรซึ่งติดจำนองโจทก์ในคดีนี้ และจำเลยทั้งสองยังมีรายได้จากการประกอบอาชีพ จำเลยทั้งสามไม่มีพยานหลักฐานอื่นใดอีกที่แสดงว่าเป็นคนยากจนไม่สามารถเสียค่าธรรมเนียมศาลได้ ศาลชั้นต้นสั่งยกคำร้องขอฎีกาอย่างคนอนาถาของจำเลยทั้งสามชอบแล้ว ให้ยกคำร้องหากจำเลยทั้งสามประสงค์จะดำเนินคดีต่อไป ให้นำเงินค่าธรรมเนียมวางต่อศาลชั้นต้นภายในกำหนด 7 วัน นับแต่วันทราบคำสั่งนี้

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ดุสิต วราโห · ประชา บุญวนิช · เสริมพงศ์ วรยิ่งยง
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1932/2568

การที่จำเลยยื่นอุทธรณ์โดยยื่นคำร้องขอยกเว้นค่าธรรมเนียมศาล ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 156 ซึ่งนำมาใช้บังคับในคดีผู้บริโภคโดยอนุโลมตาม พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. 2551 มาตรา 7 ค่าธรรมเนียมศาลตามบทบัญญัติ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5504/2550

ตามบทบัญญัติ ป.วิ.พ. มาตรา 156 วรรคท้าย เมื่อศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้องขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถาในชั้นอุทธรณ์ของจำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 แล้ว จำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 อาจอุทธรณ์คำสั่งนั้นต่อศาลอุทธรณ์ได้ภายในกำหน…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2537 (เลขอ้างอิง 58584)

ความว่า จำเลยทั้งสองฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องขอดำเนินคดี อย่างคนอนาถา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า คดีไม่มีเหตุอันควรฎีกา ไม่อนุญาตให้ดำเนินการอย่างคนอนาถา ให้ยกคำร้องของจำเลย หากจำเลยประสงค์จะดำเนินคดีต่อไป ใ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 813/2504

การที่จะขอให้ศาลสั่งยึดหรืออายัดทรัพย์สินของผู้ฟ้องหรือต่อสู้ความอย่างคนอนาถานั้น ต้องปรากฎว่าทรัพย์สินนั้นเป็นของผู้ได้รับอนุญาตให้ว่าความอย่างคนอนาถา ไม่ใช่เป็นของบุคคลอื่น

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1379/2549

ป.วิ.พ. มาตรา 155 ให้สิทธิแก่คู่ความที่จะขออุทธรณ์อย่างคนอนาถาได้ หากคดีมีเหตุอันสมควรที่จะอุทธรณ์และตนเองเป็นคนยากจนไม่มีทรัพย์สินพอจะเสียค่าธรรมเนียม จำเลยยื่นคำร้องขออุทธรณ์อย่างคนอนาถา ศาลชั้นต้นไ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้