Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2531 (เลขอ้างอิง 61904)

พ.ศ. 2531 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า คดีนี้ศาลมีคำสั่งย่นระยะเวลาฎีกาลงเป็นวันที่ 1 กรกฎาคม 2531 คดีถึงที่สุดแล้วจำเลยยื่นฎีกาเมื่อพ้นกำหนดแล้ว ไม่รับฎีกาของจำเลยจำเลยเห็นว่า คดีนี้ศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ให้คู่ความฟังเมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 2531 จำเลยยื่นฎีกาคัดค้านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม 2531 ถือว่าจำเลยได้ยื่นฎีกาต่อศาลชั้นต้นภายในกำหนดอายุความ 1 เดือนตามที่ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 216 กำหนดแล้วหากกฎหมายประสงค์จะให้ย่นระยะเวลาได้ก็คงจะบัญญัติข้อยกเว้นไว้แล้ว การที่ศาลชั้นต้นให้ย่นระยะเวลาฎีกาให้สั้นเข้าจึงเป็นการไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 216วรรคแรก หากจะนำประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 23ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15 มาใช้ก็ต้องเป็นกรณีที่ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาไม่ได้บัญญัติไว้เมื่อประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาบัญญัติไว้แล้วต้องถือตามโดยเคร่งครัด ประกอบกับการที่จำเลยยื่นคำร้องต่อศาลว่าขอสละสิทธิที่จะฎีกาก็มิใช่ขอถอนฟ้อง จึงมิใช่ข้อห้ามมิให้ยื่นฎีกาภายในกำหนดอายุความฎีกา การที่ศาลได้ออกหมายจำคุกเมื่อคดีถึงที่สุดก่อนพ้นกำหนดอายุความฎีกาจึงเป็นการไม่ชอบ โปรดยกคำสั่งศาลชั้นต้นที่มีคำสั่งให้ย่นระยะเวลายื่นฎีกาของจำเลย ให้เพิกถอนหมายจำคุกเมื่อคดีถึงที่สุดและคำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่รับฎีกาจำเลยแล้วมีคำสั่งให้รับฎีกาจำเลยไว้พิจารณาต่อไปหมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 27)ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 4,7,26,75,102 ฯลฯ จำคุก6 เดือน ปรับ 1,200 บาท จำเลยรับสารภาพเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 3 เดือน ปรับ600 บาท โทษจำคุกให้รอไว้มีกำหนด 1 ปี ฯลฯศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำคุกจำเลย 2 ปี จำเลยรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุกจำเลย 1 ปีไม่ปรับและไม่รอการลงโทษให้จำเลย นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ให้คู่ความฟังเมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 2531จำเลยยื่นคำร้องลงวันที่ 1 กรกฎาคม 2531 ขอให้ศาลชั้นต้นออกหมายจำคุกเมื่อคดีถึงที่สุดให้จำเลย และหากจำเลยจะยื่นฎีกาก็จะยื่นภายในวันนี้ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งในวันเดียวกันนั้นว่าพิเคราะห์แล้ว เห็นสมควรจึงให้ย่นระยะเวลาฎีกาลงเหลือเพียงให้คู่ความมีสิทธิยื่นฎีกาวันนี้เป็นวันสุดท้าย(อันดับ 19 แผ่นที่ 5, อันดับ 20)ศาลชั้นต้นออกหมายจำคุกเมื่อคดีถึงที่สุดลงวันที่ 4กรกฎาคม 2531 ให้จำเลย (อันดับ 21)จำเลยยื่นคำร้องลงวันที่ 26 กรกฎาคม 2531 ขอถอนคำร้องฉบับลงวันที่ 1 กรกฎาคม 2531 อ้างว่าจำเลยสำคัญผิดในข้อกฎหมายและขอยื่นฎีกาขอให้ศาลชั้นต้นสั่งรับฎีกาของจำเลย ศาลชั้นต้นสั่งว่า สั่งในฎีกาของจำเลย (อันดับ 24)จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 25)จำเลยยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 27)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว คดีนี้ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 219 แม้ศาลชั้นต้นจะรับฎีกาของจำเลยก็ไม่มีผลให้พิจารณาฎีกาของจำเลยได้ เพราะฎีกาของจำเลยเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามบทกฎหมายดังกล่าวที่ศาลชั้นต้นไม่รับฎีกาของจำเลยศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผลให้ยกคำร้อง

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 1502/2531พนักงานอัยการประจำศาลจังหวัดนครราชสีมา (อำเภอบัวใหญ่โจทก์นายโสม เพ็งสระเกษจำเลยนายโสม เพ็งสระเกษ จำเลยผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.อ. ม. 219ความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า คดีนี้ศาลมีคำสั่งย่นระยะเวลาฎีกาลงเป็นวันที่ 1 กรกฎาคม 2531 คดีถึงที่สุดแล้วจำเลยยื่นฎีกาเมื่อพ้นกำหนดแล้ว ไม่รับฎีกาของจำเลยจำเลยเห็นว่า คดีนี้ศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ให้คู่ความฟังเมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 2531 จำเลยยื่นฎีกาคัดค้านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม 2531 ถือว่าจำเลยได้ยื่นฎีกาต่อศาลชั้นต้นภายในกำหนดอายุความ 1 เดือนตามที่ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 216 กำหนดแล้วหากกฎหมายประสงค์จะให้ย่นระยะเวลาได้ก็คงจะบัญญัติข้อยกเว้นไว้แล้ว การที่ศาลชั้นต้นให้ย่นระยะเวลาฎีกาให้สั้นเข้าจึงเป็นการไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 216วรรคแรก

หากจะนำประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 23ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15 มาใช้ก็ต้องเป็นกรณีที่ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาไม่ได้บัญญัติไว้เมื่อประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาบัญญัติไว้แล้วต้องถือตามโดยเคร่งครัด ประกอบกับการที่จำเลยยื่นคำร้องต่อศาลว่าขอสละสิทธิที่จะฎีกาก็มิใช่ขอถอนฟ้อง จึงมิใช่ข้อห้ามมิให้ยื่นฎีกาภายในกำหนดอายุความฎีกา การที่ศาลได้ออกหมายจำคุกเมื่อคดีถึงที่สุดก่อนพ้นกำหนดอายุความฎีกาจึงเป็นการไม่ชอบ โปรดยกคำสั่งศาลชั้นต้นที่มีคำสั่งให้ย่นระยะเวลายื่นฎีกาของจำเลย ให้เพิกถอนหมายจำคุกเมื่อคดีถึงที่สุดและคำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่รับฎีกาจำเลยแล้วมีคำสั่งให้รับฎีกาจำเลยไว้พิจารณาต่อไปหมายเหตุ

โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 27)ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 4,7,26,75,102 ฯลฯ จำคุก6 เดือน ปรับ 1,200 บาท จำเลยรับสารภาพเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 3 เดือน ปรับ600 บาท โทษจำคุกให้รอไว้มีกำหนด 1 ปี ฯลฯศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำคุกจำเลย 2 ปี จำเลยรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุกจำเลย 1 ปีไม่ปรับและไม่รอการลงโทษให้จำเลย นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ให้คู่ความฟังเมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 2531จำเลยยื่นคำร้องลงวันที่ 1 กรกฎาคม 2531 ขอให้ศาลชั้นต้นออกหมายจำคุกเมื่อคดีถึงที่สุดให้จำเลย และหากจำเลยจะยื่นฎีกาก็จะยื่นภายในวันนี้

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งในวันเดียวกันนั้นว่าพิเคราะห์แล้ว เห็นสมควรจึงให้ย่นระยะเวลาฎีกาลงเหลือเพียงให้คู่ความมีสิทธิยื่นฎีกาวันนี้เป็นวันสุดท้าย(อันดับ 19 แผ่นที่ 5, อันดับ 20)ศาลชั้นต้นออกหมายจำคุกเมื่อคดีถึงที่สุดลงวันที่ 4กรกฎาคม 2531 ให้จำเลย (อันดับ 21)จำเลยยื่นคำร้องลงวันที่ 26 กรกฎาคม 2531 ขอถอนคำร้องฉบับลงวันที่ 1 กรกฎาคม 2531 อ้างว่าจำเลยสำคัญผิดในข้อกฎหมายและขอยื่นฎีกาขอให้ศาลชั้นต้นสั่งรับฎีกาของจำเลย ศาลชั้นต้นสั่งว่า สั่งในฎีกาของจำเลย (อันดับ 24)

จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 25)จำเลยยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 27)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว คดีนี้ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 219 แม้ศาลชั้นต้นจะรับฎีกาของจำเลยก็ไม่มีผลให้พิจารณาฎีกาของจำเลยได้ เพราะฎีกาของจำเลยเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามบทกฎหมายดังกล่าวที่ศาลชั้นต้นไม่รับฎีกาของจำเลยศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผลให้ยกคำร้อง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
เดชา สุวรรณโณ · สวัสดิ์ รอดเจริญ · ส่อง สุขะปุณณพันธ์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4292/2567

คดีนี้ศาลชั้นต้นลงโทษกักขังจำเลยแทนโทษจำคุกและศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน คดีจึงต้องห้ามมิให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 219 ตรี ประกอบ พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 781/2567

คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยทั้งสองคนละ 1 เดือน 10 วัน แต่ให้เปลี่ยนโทษจำคุกเป็นกักขังแทน มีกำหนด 1 เดือน 10 วัน ศาลอุทธรณ์ภาค 5 เพียงแต่พิพากษาแก้ในส่วนกำหนดเวลาที่ให้พักใช้ใบอนุญาตขับขี่ขอ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3307/2566

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามฟ้อง ให้เปลี่ยนโทษจำคุกเป็นกักขังแทน ศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษาไม่เปลี่ยนโทษจำคุกเป็นกักขังแทน แต่ยังพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามฟ้อง คำพิพากษาศาลอุทธรณ์จึงเป็นพิพากษาแก…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3277/2566

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดฐานกระทำอนาจารแก่เด็กอายุยังไม่เกินสิบสามปีตาม ป.อ. มาตรา 279 วรรคสอง ลงโทษจำคุก 1 ปี 6 เดือน แต่ให้เปลี่ยนโทษจำคุกเป็นส่งตัวจำเลยไปควบคุมเพื่อฝึกอบรมที่ศูนย์ฝึกและอ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1689/2566

คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตาม ป.อ. มาตรา 278 วรรคหนึ่ง, 365 (1) ประกอบมาตรา 362 และมาตรา 364 การกระทำของจำเลยเป็นการกระทำกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษฐานบุกรุกโดยใช้กำลัง…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้